“มอบรางวัล มอบรางวัลให้ทุกคน!”
ฉางชิงจึงโปรยถุงมงคลในตะกร้าออกไปทันที
บรรยากาศโดยรอบครึกครื้นขึ้นมา
แม้แต่หน้าจวนโหวจงซู่ ก็ยังมีเสียงประทัดดังขึ้น
“อาหน่วน!”
หลันซีไม่อาจรอช้า รีบเดินเข้าไปจับมือมู่เหยา นางพินิจมองอย่างละเอียดก่อนจะยิ้มแล้วโน้มตัวไปกระซิบข้างหู “ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น”
ทั้งสองสบตากัน มู่เหยาก็หน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย “พี่หญิงรอง!”
หลันซียิ้มไม่หยุด นางจูงมือมู่เหยาเดินเข้าไปด้านใน พลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสองตระกูลในช่วงที่ผ่านมา
หลังจากพิธียกน้ำชาผ่านพ้นไป เยี่ยนสวินและมู่เหยาก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง
เยี่ยนสวินถูกบรรดาพี่ชาย นายท่านหลัน และท่านลุงใหญ่ลากตัวไปซักถามที่อีกมุมหนึ่ง
ส่วนมู่เหยาก็ถูกเหล่าหญิงสาวและซูโหรวล้อมวงเพื่อพูดคุยกัน
เมื่อได้ฟังเรื่องที่ฝางมามามาขวางประตูไว้เมื่อเช้านี้ คิ้วของซูโหรวก็ยิ่งขมวดลึกขึ้น
“ก่อนหน้านี้องค์หญิงใหญ่มิใช่ยังดูเป็นมิตรกับเจ้าอยู่หรือ มาตอนนี้กลับดูเหมือนว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงการเสแสร้ง”
มู่เหยาพยักหน้า “แม้จะไม่ชัดเจนนัก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงซูหรงนั้น ไม่ได้ห่างเหินเหมือนยามที่พวกนางปฏิบัติต่อข้า”
นางเป็นคนช่างสังเกต
ในวันที่อยู่หอหลิวจิน นางก็มองออกถึงสายตาที่สื่อถึงกันของคนทั้งสอง
มันไม่เรียบง่ายเหมือนที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน
“แต่ในเมื่อท่านเขยกล่าวเช่นนั้นแล้ว พรุ่งนี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลอันใด ควรใช้ฐานะอย่างไรก็จงใช้เสีย”
ซูโหรวบีบแก้มเล็ก ๆ ของมู่เหยา รู้สึกได้ว่าอวบขึ้นเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าหลายวันที่ผ่านมานี้ไม่ได้ลำบากอันใด
“ฮูหยิน พระชายาจิ้นอ๋องมาเยี่ยมเยียนเจ้าค่ะ”
สาวใช้ก้าวเข้ามารายงาน ห้องโถงที่พูดคุยกันอย่างออกรสก็เงียบสงัดลงในทันที
“พระชายาจิ้นอ๋อง?”
ซูโหรวครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ก็นึกไม่ออกว่าตนไปมีความสัมพันธ์อันใดกับพระชายาจิ้นอ๋อง
ในวินาทีต่อมา ก็เห็นหญิงสาวรูปงามในชุดสีชมพู ศีรษะประดับด้วยไข่มุกนำคนก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า
“คิดว่าจะมาคารวะท่านป้าตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะว่างวันนี้พอดี หวังว่าท่านป้าจะไม่ถือสาที่หลานสาวไม่รู้ความนะเจ้าคะ...”
และยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดใจ
ซูโหรวหน้าคล้ำลง นางกำลังจะเอ่ยปากสั่งให้คนมาเชิญนางออกไป
ซูชิงชิงกลับหันไปยังทิศทางที่มู่เหยาและหลันซีนั่งอยู่
“ว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบพระชายาฉู่ งดงามล่มเมืองสมคำร่ำลือจริง ๆ...เกรงว่าแม้แต่เหล่าสนมในวังก็ยังเทียบไม่ได้”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนคำชม แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการขุดหลุมพรางให้มู่เหยาเสียมากกว่า
หากคำพูดนี้แพร่งพรายออกไป วันข้างหน้าในงานเลี้ยงวังหลวง คงมิวายถูกเหล่าสนมกลั่นแกล้งเป็นแน่
“มิกล้ารับคำชมของพระชายาจิ้นอ๋องหรอกเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงพระชายาเล็ก ๆ คนหนึ่ง จะอาจหาญไปเทียบกับเหล่าสนมผู้สูงศักดิ์ในวังได้อย่างไร”
มู่เหยาตอบกลับไปอย่างแนบเนียน
ซูชิงชิงเพียงมองนางแล้วยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปจับจ้องอยู่ที่หลันซี
“คงจะเป็นคุณหนูรองตระกูลหลันกระมัง? คุณหนูรองหลันงดงามหมดจดถึงเพียงนี้ ไม่ทราบว่าท่านป้าได้มองหาคู่ครองดี ๆ ให้นางแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
การเปลี่ยนเรื่องสนทนานี้รวดเร็วเสียจริง แม้แต่ซูโหรวเองก็ยังตามไม่ทันในชั่วขณะ
กระทั่งสังเกตเห็นสายตาที่ซูชิงชิงใช้มองหลันซี ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...