ซูโหรวสุดที่จะทนอีกต่อไป นางตบโต๊ะเสียงดังแล้วชี้ไปยังข้างนอก
“ไม่ว่าจะเป็นจวนสกุลหลันหรือจวนจงซู่โหว ก็มิอาจต้อนรับพระพุทธองค์ใหญ่อย่างพระชายาจิ้นอ๋องได้ เรื่องแต่งงานของบุตรสาวข้า ยิ่งไม่รบกวนพระชายาจิ้นอ๋องให้ต้องสิ้นเปลืองน้ำใจ!”
เมื่อเห็นซูโหรวมีโทสะ ออกปากไล่กันซึ่งหน้า
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูชิงชิงก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
“ท่านป้าจะโกรธไปไย ข้าก็แค่เอ่ยปากถามเท่านั้น”
ซูชิงชิงไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้น นางยังคงจิบชาอย่างเนิบนาบ ไม่แยแสสีหน้าที่บึ้งตึงของซูโหรวแม้แต่น้อย
ต้องยอมรับว่ามู่เหยาก็นับถือในความหน้าหนาของนางอยู่บ้าง
แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือ ความขัดแย้งระหว่างซูชิงชิงและซูโหรว
“ซูชิงชิง เรื่องที่เจ้าเคยก่อไว้ที่เจียงหนานในปีนั้น จิ้นอ๋องทราบแล้วหรือไม่?”
แต่เดิมมู่หลันชงซึ่งเป็นบุรุษไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการสนทนาของสตรี แต่เมื่อเห็นมารดาพลุ่งพล่านด้วยโทสะ ในฐานะบุตรชาย เขาย่อมต้องออกหน้าปกป้อง
เพราะคำพูดนี้เอง สีหน้าของซูชิงชิงก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
แววตาที่ราวกับกำลังชมดูเรื่องสนุกเมื่อครู่หายไป นางผุดลุกขึ้นยืน จ้องเขม็งไปยังผู้ที่เดินเข้ามา “คุณชายใหญ่มู่บัดนี้สูงส่งขึ้นแล้ว เพียงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในเจียงหนานนั้นคือเรื่องใดกัน? คุณชายใหญ่โปรดระวังวาจาด้วย!”
ท่าทีร้อนรนของซูชิงชิง เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเจียงหนานเมื่อหลายปีก่อนนั้นต้องไม่ธรรมดา
ถึงขั้นที่อาจจะสั่นคลอนตำแหน่งพระชายาจิ้นอ๋องของนางในปัจจุบันได้เลยหรือ?
“เจ้าไม่ต้องข่มขู่ข้า เมื่อก่อนมารดาของข้าก็ได้ตัดขาดกับตระกูลซูซึ่งเป็นบ้านเดิมไปแล้ว พวกเราไม่ไปมาหาสู่กันจนแก่ตาย เหตุใดพระชายาจิ้นอ๋องจึงยังคงเรียกมารดาของข้าว่าท่านป้าอยู่ทุกคำ”
“คำว่าท่านป้าของพระชายาจิ้นอ๋อง เกรงว่ามารดาของข้าจะรับไว้ไม่ไหว!”
มู่หลันชงขยับกายไปยืนบังซูโหรวไว้เบื้องหลัง ทุกถ้อยคำล้วนแสดงออกถึงการปกป้องมารดาของบุตรชาย
“ดี ข้าจะคอยดูว่ามารดาของเจ้าจะไม่เสียใจหรือไม่!”
ซูชิงชิงยิ้มเยาะ “อีกไม่นานตระกูลซูของข้าก็จะได้เป็นพ่อค้าหลวงรายใหม่ ถึงเวลานั้น ร้านที่ตระกูลหลันของพวกเจ้าเคยดูแลอย่างดี ก็จะตกไปอยู่ในมือของบิดาข้า”
“หากพวกเจ้ายังคิดจะประสบความสำเร็จในทางการค้า ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนอยู่หน้าประตูจวนจิ้นอ๋องของข้า แต่ว่า...” ซูชิงชิงหยุดคำพูดไปชั่วขณะ ก่อนจะตวัดสายตาจับจ้องไปยังร่างของหลันซี
ชั่วพริบตาเดียว ทุกคนในห้องต่างรู้สึกใจหายวาบ
มู่เหยาขมวดคิ้ว ดึงพี่หญิงรองมาหลบอยู่ด้านหลังของตน
“เหตุใดพระชายาจิ้นอ๋องจึงจ้องมองพี่หญิงรองของข้าเช่นนั้น”
เมื่อเห็นความกังวลของมู่เหยา เยี่ยนสวินจึงก้าวออกมาเป็นคนแรก
ฝ่ามือใหญ่ของเขากุมมือน้อย ๆ ที่เย็นเฉียบของมู่เหยาเอาไว้ เขาออกแรงบีบเบา ๆ เป็นเชิงให้นางวางใจ
ความอบอุ่นจากฝ่ามือทำให้ความคิดที่สับสนวุ่นวายของมู่เหยาค่อย ๆ สงบลง
“ซูชิงชิงเป็นคนหยิ่งผยอง เรื่องนี้จิ้นอ๋องยังไม่มีท่าทีใด ๆ บางทีอาจเป็นเพียงความคิดของซูชิงชิงที่ต้องการจะเอาใจจิ้นอ๋องเท่านั้น”
หลันเอ้าเซวียนวิเคราะห์อย่างละเอียด
หากจิ้นอ๋องมีใจให้หลันซีจริง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข่าวคราวใด ๆ หลุดรอดออกมาเลย
“เรื่องนี้คงต้องรบกวนอาสวินช่วยสืบข่าวให้ ตระกูลหลันจะได้เตรียมรับมือได้”
หลันเอ้าเซวียนมองไปยังเยี่ยนสวิน การต่อกรกับราชอำนาจนั้นช่างจนปัญญานัก
“ย่อมได้ เรื่องของตระกูลหลันก็คือเรื่องของข้า พี่หญิงรองอย่าได้กังวล เพียงแต่ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปข้างนอกจะดีกว่า”
เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับหลันอิ๋ง ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ที่เยี่ยนสวินกล่าวเช่นนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...