หลันซีพยักหน้า “ข้าไม่เป็นไร ข้าเชื่อใจอาหน่วนและน้องเขย”
นางกล่าวพลางเผยรอยยิ้มบางเบา ราวกับต้องการให้พวกเขาคลายกังวล
ทว่าผ้าเช็ดหน้าที่กำแน่นอยู่ในมือ กลับเผยให้เห็นความรู้สึกที่แท้จริงในใจของนาง
ไปเยี่ยมบ้านเดิมแต่ไม่ได้ค้างแรม ครั้นยามพลบค่ำ มู่เหยาและเยี่ยนสวินจึงได้ออกจากจวนจงซู่โหว
บนรถม้า นางเงียบขรึมผิดปกติ
จนเยี่ยนสวินต้องหันไปมองนางบ่อยครั้ง “อาหน่วน?”
เขาเรียกอยู่หลายครั้ง นางจึงมีปฏิกิริยาหันมามอง ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่านางยังคงเก็บเรื่องที่ซูชิงชิงพูดไว้ในใจ
“ไม่ต้องกังวลไป ต่อให้จิ้นอ๋องจะบีบให้ฝ่าบาทพระราชทานสมรส ฝ่าบาทก็ย่อมไม่มีทางยินยอมเรื่องนี้เป็นอันขาด”
เป็นดั่งที่เยี่ยนสวินกล่าว ในขณะเดียวกัน ณ ห้องทรงพระอักษร
ฮ่องเต้มองจิ้นอ๋องที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว
“กลับไปเถิด เรื่องนี้เราไม่อนุญาต”
จิ้นอ๋องเงยหน้าขึ้นอย่างร้อนรน “เสด็จพี่ กระหม่อมเพียงแค่ต้องการทูลขอสมรสกับสตรีเป็นชายารองเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยิ้มเยาะในใจ ความคิดของน้องชายผู้นี้มีหรือที่เขาจะไม่ล่วงรู้
“ตระกูลหลันไร้ซึ่งอำนาจและอิทธิพล หากเจ้าเพียงชมชอบในรูปโฉมของนาง ก็อย่าได้เหนี่ยวรั้นนาง หากเป็นสตรีจากตระกูลอื่น เราย่อมพระราชทานสมรสให้เจ้าได้ แต่ตระกูลหลัน...ไม่ได้”
สองคำสุดท้ายที่เน้นเสียงหนักขึ้น เป็นดั่งคำเตือนแก่จิ้นอ๋อง
แววตาของจิ้นอ๋องมืดครึ้มลง จำต้องข่มใจรับคำ “กระหม่อมจะปฏิบัติตามพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“ดึกมากแล้ว เจ้ากลับไปเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นอ๋องถวายบังคมอย่างนอบน้อมก่อนจะลุกขึ้นจากไป โดยมีหลี่กงกงเดินออกมาส่ง
เมื่อพ้นประตูห้องทรงพระอักษร จิ้นอ๋องก็หันไปมองหลี่กงกง “หลี่กงกง เจ้าว่าเหตุใดเสด็จพี่จึงไม่ยินยอมให้ข้าแต่งกับสตรีตระกูลหลันกัน?”
หลี่กงกงรู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง แล้วหัวเราะอย่างเบิกบาน
“บ่าวจะไปล่วงรู้ความคิดของฝ่าบาทได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ จิ้นอ๋อง ท่านกำลังทำให้บ่าวลำบากใจนะพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้นอ๋องจ้องมองหลี่กงกงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะจากไปอย่างช้า ๆ
ทันทีที่มองร่างของจิ้นอ๋องลับสายตาไป แววตาที่ระแวดระวังเมื่อครู่ของหลี่กงกงก็หายไปทันที
“ชิงอู้”
ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาเล็กน้อย พร้อมกับเสียงของสตรีที่ดังขึ้นอย่างนอบน้อม “พระชายา”
“นำจดหมายที่ข้าเพิ่งเขียนเสร็จไปส่งที่จวนโหว”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อประตูปิดลง ชิงอู้ก็นำจดหมายติดตัวไป ร่างก็หายวับไปในทันที
เพียงชั่วครู่ จดหมายก็ถูกส่งถึงมือของมู่หลันชง
มู่หลันชงอ่านเนื้อความเพียงผ่าน ๆ ก็รีบรุดหน้าไปยังตระกูลหลันทันที
ทว่าพอมาถึงสวนหลังบ้านของบิดา ก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทแว่วมา
มู่หลันชงขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ก้าวเข้าไปในทันที แต่เลือกที่จะยืนดูสถานการณ์อยู่ด้านนอกเงียบ ๆ
ทว่าตำแหน่งที่เขายืนอยู่นั้น สามารถได้ยินเสียงจากด้านในได้
“พอได้แล้ว! เจ้าจะบ้าไปถึงเมื่อใดกัน! เรื่องที่ชื่อของเยว่อิงถูกลบออกจากทะเบียนบ้านในตอนนั้น เจ้าก็อยู่ด้วยมิใช่หรือ ตอนนี้คนก็ตายไปแล้ว ที่บ้านก็ตั้งป้ายวิญญาณให้นางตามที่เจ้าต้องการแล้ว เจ้ายังจะต้องการอะไรอีก?”
หลันเอ้าเซวียนลุกขึ้นยืน ตวาดใส่หลันชิวเหิงที่เนื้อตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นสุรา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...