การตบหน้าฮูหยินหวังของมู่เหยา ทำให้คนอื่นๆที่คิดจะเยาะเย้ยต้องหุบปากไปในทันที
เเต่เเน่นอนว่าในกลุ่มนั้นไม่รวมถึงซูหรงเเละองค์หญิงใหญ่
มู่เหยาปรายตามองไปยังบรรดาฮูหยินที่กำลังซุบซิบนินทานางเมื่อครู่ แล้วจู่ๆก็ยกมุมปากยิ้มให้พวกนาง “ฮูหยินเฉินนี่ฉลาดจริงๆ รู้จักเเนะนำสามีของตัวเองให้เอาความผิดขุนนางที่เหลือไปทูลต่อหน้าฝ่าบาท พอโดนยึดทรัพย์แล้วก็จะไม่มีตระกูลเฉินรวมอยู่ด้วย”
ฮูหยินเฉินที่ดูอ่อนวัยที่สุดในบรรดาฮูหยินกลุ่มนั้น พอได้ยินคำพูดนี้ ก็มองฮูหยินที่อยู่รอบๆโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกผิดที่เเสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนนั้น คนอื่นจะไม่รู้ความหมายของคำพูดที่มู่เหยาเพิ่งพูดออกไปได้อย่างไร
“ดีนี่ ฮูหยินเฉิน! เจ้ากล้าดียังไง!”
เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวที่วุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างหลัง มู่เหยาก็ยกมุมปากยิ้มเยาะ
สู้ให้พวกนางจัดการกันเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปจัดการทีละคน!
ในขณะที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องโถง องค์หญิงซูหรงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าสตรีสูงศักดิ์
“พระชายาฉู่อ๋องร้ายกาจจริงๆ พอมาถึงก็ลงไม้ลงมือเลย หรือว่าไม่ได้เห็นองค์หญิงใหญ่อยู่ในสายตา”
องค์หญิงซูหรงทำหน้าบึ้งตึงเเละถามเสียงดุดัน ราวกับว่ามู่เหยาทำความผิดร้ายเเรง
“คำพูดขององค์หญิงผิดเเล้ว วันนี้พวกนางกล้าดูหมิ่นหม่อมฉันที่เป็นชายาฉู่อ๋อง นั่นก็เท่ากับว่าพวกนางไม่ได้เห็นงานเลี้ยงขององค์หญิงใหญ่ในสายตา การที่หม่อมฉันลงมือสั่งสอนก็เป็นหน้าที่ของพระชายาอยู่เเล้ว องค์หญิงไม่ตำหนิพวกนาง เเต่กลับมาตำหนิหม่อมฉัน แบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ”
มู่เหยาพูดได้สมเหตุสมผลทุกคำ
จนไม่มีใครหาเหตุผลมาโต้เเย้งได้เลย
เพราะสุดท้ายเเล้วฮูหยินกลุ่มนั้น ก็เป็นคนก่อเรื่องก่อน
มู่เหยาในฐานะพระชายาฉู่อ๋อง ก็มีเหตุผลที่จะลงมือสั่งสอนได้จริงๆ
“เจ้าช่างพูดเก่งนัก เเต่ชายาฉู่อ๋องก็อย่าลืมว่า ที่นี่คือจวนขององค์หญิงใหญ่ องค์หญิงใหญ่จะไม่ตัดสินความให้เจ้าอย่างเป็นธรรมหรือไง! เจ้าลงมือโดยพลการเเบบนี้ มันเสียมารยาทจริงๆ”
ซูหรงไม่ยอมจบง่ายๆ และยืนกรานที่จะเอาชนะคนตรงหน้าให้ได้
ส่วนมู่เหยาก็ยิ้มอย่างเรียบเฉย ใบหน้าไม่มีความโกรธเคืองแม้เเต่น้อย
“งั้นต้องให้ข้าพระชายาทำอย่างไร ให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดบนหิมะหรือ”
ซูหรงชะงักไปครู่หนึ่ง ปากไวกว่าสมอง “องค์ชายทำผิดโทษเท่าสามัญชน เจ้าในฐานะพระชายา ย่อมเป็นเช่นนั้น”
ทันทีที่พูดจบ นางกำนัลข้างกายซูหรงก็รีบเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจเป็นคนเเรก
“องค์หญิง ไม่ได้เพคะ!”
ไม่ว่าจะทางไหน ก็ไม่มีทางหนีพ้น!
“เจ้าตั้งใจ!”
มู่เหยาแสร้งทำเป็นพระพริบตาอย่างงุนงง “ชายาอย่างข้าไม่เข้าใจว่าองค์หญิงหมายถึงอะไร ในเมื่อองค์หญิงจะลงโทษข้าอย่างหนัก ก็รีบไปขอคำเเนะนำจากองค์หญิงใหญ่เถิด”
คำพูดนี้ทำให้คนรอบข้างรู้ถึงความหยิ่งผยอง เเต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาอย่างโจ่งเเจ้ง เเละไม่กล้าเติมเชื้อไฟด้วยซ้ำ
ศึกครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่ามู่เหยาเป็นฝ่ายชนะ!
“องค์หญิง?”
มู่เหยายิ้มเเล้วก้าวไปข้างหน้า ใช้นิ้วเรียวจัดเสื้อให้ซูหรงอย่างเป็นธรรมชาติ
“องค์หญิงคงรีบออกจากจวนมากจริงๆ คราวหน้าต้องให้คนรับใช้ตรวจดูให้ดี จะได้ไม่เสียหน้า:
คำพูดที่ดูเหมือนห่วงใยนี้ ในสายตาของซูหรงกลับกลายเป็นความท้าทาย
ความโกรธเเล่นพล่านขึ้นสมอง ทำให้ซูหรงยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว “นังสารเลว! เจ้ากล้าเยาะเย้ยองค์หญิงอย่างข้าหรือ!”
มู่เหยาไม่ได้หลบ ยืนอยู่ตรงหน้าซูหรง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...