เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 347

การตบหน้าฮูหยินหวังของมู่เหยา ทำให้คนอื่นๆที่คิดจะเยาะเย้ยต้องหุบปากไปในทันที

เเต่เเน่นอนว่าในกลุ่มนั้นไม่รวมถึงซูหรงเเละองค์หญิงใหญ่

มู่เหยาปรายตามองไปยังบรรดาฮูหยินที่กำลังซุบซิบนินทานางเมื่อครู่ แล้วจู่ๆก็ยกมุมปากยิ้มให้พวกนาง “ฮูหยินเฉินนี่ฉลาดจริงๆ รู้จักเเนะนำสามีของตัวเองให้เอาความผิดขุนนางที่เหลือไปทูลต่อหน้าฝ่าบาท พอโดนยึดทรัพย์แล้วก็จะไม่มีตระกูลเฉินรวมอยู่ด้วย”

ฮูหยินเฉินที่ดูอ่อนวัยที่สุดในบรรดาฮูหยินกลุ่มนั้น พอได้ยินคำพูดนี้ ก็มองฮูหยินที่อยู่รอบๆโดยไม่รู้ตัว

ความรู้สึกผิดที่เเสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนนั้น คนอื่นจะไม่รู้ความหมายของคำพูดที่มู่เหยาเพิ่งพูดออกไปได้อย่างไร

“ดีนี่ ฮูหยินเฉิน! เจ้ากล้าดียังไง!”

เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวที่วุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างหลัง มู่เหยาก็ยกมุมปากยิ้มเยาะ

สู้ให้พวกนางจัดการกันเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปจัดการทีละคน!

ในขณะที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องโถง องค์หญิงซูหรงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าสตรีสูงศักดิ์

“พระชายาฉู่อ๋องร้ายกาจจริงๆ พอมาถึงก็ลงไม้ลงมือเลย หรือว่าไม่ได้เห็นองค์หญิงใหญ่อยู่ในสายตา”

องค์หญิงซูหรงทำหน้าบึ้งตึงเเละถามเสียงดุดัน ราวกับว่ามู่เหยาทำความผิดร้ายเเรง

“คำพูดขององค์หญิงผิดเเล้ว วันนี้พวกนางกล้าดูหมิ่นหม่อมฉันที่เป็นชายาฉู่อ๋อง นั่นก็เท่ากับว่าพวกนางไม่ได้เห็นงานเลี้ยงขององค์หญิงใหญ่ในสายตา การที่หม่อมฉันลงมือสั่งสอนก็เป็นหน้าที่ของพระชายาอยู่เเล้ว องค์หญิงไม่ตำหนิพวกนาง เเต่กลับมาตำหนิหม่อมฉัน แบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ”

มู่เหยาพูดได้สมเหตุสมผลทุกคำ

จนไม่มีใครหาเหตุผลมาโต้เเย้งได้เลย

เพราะสุดท้ายเเล้วฮูหยินกลุ่มนั้น ก็เป็นคนก่อเรื่องก่อน

มู่เหยาในฐานะพระชายาฉู่อ๋อง ก็มีเหตุผลที่จะลงมือสั่งสอนได้จริงๆ

“เจ้าช่างพูดเก่งนัก เเต่ชายาฉู่อ๋องก็อย่าลืมว่า ที่นี่คือจวนขององค์หญิงใหญ่ องค์หญิงใหญ่จะไม่ตัดสินความให้เจ้าอย่างเป็นธรรมหรือไง! เจ้าลงมือโดยพลการเเบบนี้ มันเสียมารยาทจริงๆ”

ซูหรงไม่ยอมจบง่ายๆ และยืนกรานที่จะเอาชนะคนตรงหน้าให้ได้

ส่วนมู่เหยาก็ยิ้มอย่างเรียบเฉย ใบหน้าไม่มีความโกรธเคืองแม้เเต่น้อย

“งั้นต้องให้ข้าพระชายาทำอย่างไร ให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดบนหิมะหรือ”

ซูหรงชะงักไปครู่หนึ่ง ปากไวกว่าสมอง “องค์ชายทำผิดโทษเท่าสามัญชน เจ้าในฐานะพระชายา ย่อมเป็นเช่นนั้น”

ทันทีที่พูดจบ นางกำนัลข้างกายซูหรงก็รีบเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจเป็นคนเเรก

“องค์หญิง ไม่ได้เพคะ!”

ไม่ว่าจะทางไหน ก็ไม่มีทางหนีพ้น!

“เจ้าตั้งใจ!”

มู่เหยาแสร้งทำเป็นพระพริบตาอย่างงุนงง “ชายาอย่างข้าไม่เข้าใจว่าองค์หญิงหมายถึงอะไร ในเมื่อองค์หญิงจะลงโทษข้าอย่างหนัก ก็รีบไปขอคำเเนะนำจากองค์หญิงใหญ่เถิด”

คำพูดนี้ทำให้คนรอบข้างรู้ถึงความหยิ่งผยอง เเต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาอย่างโจ่งเเจ้ง เเละไม่กล้าเติมเชื้อไฟด้วยซ้ำ

ศึกครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่ามู่เหยาเป็นฝ่ายชนะ!

“องค์หญิง?”

มู่เหยายิ้มเเล้วก้าวไปข้างหน้า ใช้นิ้วเรียวจัดเสื้อให้ซูหรงอย่างเป็นธรรมชาติ

“องค์หญิงคงรีบออกจากจวนมากจริงๆ คราวหน้าต้องให้คนรับใช้ตรวจดูให้ดี จะได้ไม่เสียหน้า:

คำพูดที่ดูเหมือนห่วงใยนี้ ในสายตาของซูหรงกลับกลายเป็นความท้าทาย

ความโกรธเเล่นพล่านขึ้นสมอง ทำให้ซูหรงยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว “นังสารเลว! เจ้ากล้าเยาะเย้ยองค์หญิงอย่างข้าหรือ!”

มู่เหยาไม่ได้หลบ ยืนอยู่ตรงหน้าซูหรง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง