เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 349

ยังไม่ทันที่คนที่เริ่มจะพูดอะไร

องค์หญิงซูหรงที่นั่งอยู่ข้างๆก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นไปยืนอยู่หน้าพวกนาง

“ชายาฉู่อ๋องสีหน้าสดใส เมื่อครู่ตอนสั่งสอนคนอื่นก็ยังดูมีเรี่ยวเเรงอยู่เลย ทำไมตอนนี้พอทุกคนอยากดื่มเหล้าคารวะท่านสักจอก ท่านกลับบ่ายเบี่ยงสารพัด หรือไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา”

หากว่ากันตามนี้ หากมู่เหยาไม่ดื่มเหล้าที่พวกเขายกมาคารวะ

เท่ากับเป็นการดูถูกพวกเขา

เเละจะกลายเป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง

เเต่มู่เหยานึกถึงสิ่งที่เยี่ยนสวินเคยพูดกับนาง จึงหาวอย่างเชื่องช้า “ถ้าเหล่าฮูหยินยืนยันจะให้ข้าดื่มเหล้า หากร่างกายของข้าเกิดอะไรขึ้น เกรงว่าหากท่านอ๋องเอาเรื่องขึ้นมา ทุกท่านจะอธิบายได้ลำบาก”

พวกนางไม่กลัวมู่เหยา เเต่กลับกลัวเยี่ยนสวินเป็นที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เยี่ยนสวินนำหน่วยอารักขาชุดเกราะดำไปยึดทรัพย์สินตามที่ต่างๆ!

หากทำให้เยี่ยนสวินโกรธจริงๆแล้ว จะพลอยทำให้สามีของนางซวยไปด้วยไหม

คิดไปคิดมาแล้ว พวกนางก็ยอมล่าถอยไปเองโดยปริยาย

“พระชายาฉู่อ๋องเรียนรู้ที่จะใช้เส้นสายข่มเหงผู้อื่นเสียเเล้ว พี่เยี่ยนสวินเป็นคนอย่างไร เจ้าอย่าได้ดูถูกพี่เยี่ยนสวิน!”

ซูหรงทนเห็นท่าทางแบบนี้ของมู่เหยาไม่ได้เลย เมื่อนึกถึงว่าคนที่ควรจะได้นั่งอยู่ตรงนี้อย่างอวดดีควรจะเป็นตัวเอง

ในใจก็ยิ่งโกรธเเค้น!

“หากองค์หญิงจะพูดเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะโต้เเย้ง เพราะท่านอ๋องฉู่บอกว่า อนุญาตให้ข้าใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่นได้”

เพียงประโยคที่ว่าอนุญาตให้ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น ก็เพียงพอที่จะทำให้บรรดาฮูหยินขุนนาง และหญิงสูงศักดิ์ที่อยู่ในงานต่างอิจฉาจนเเทบคลั่ง!

เเต่ก็น่าเสียดายที่มันเป็นเรื่องจริง

พวกนางไม่สามารถหาจุดที่จะหักล้างคำพูดของมู่เหยาได้เลยเเม้เเต่น้อย

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นก็เเล้วไปเถอะ ชายาฉู่อ๋องโปรดรักษาสุขภาพด้วย พวกเราไม่รบกวนเเล้ว”

คนที่เคยเป็นผู้นำเมื่อครู่ถอยทัพเเล้ว หัวเราะเเห้งๆสองสามที เเล้วถือจอกสุราจากไป

คนอื่นๆที่ตามมา เห็นนางกลับไปเเล้ว

เเน่นอนว่าต้องตามไปเช่นกัน ไม่อยากรับบาปเป็นนกจ่าฝูง นำหายนะมาสู่ตนเอง!

ไม่นาน คนที่ยืนอยู่หน้ามู่เหยาก็เหลือเเต่ซูหรงเท่านั้น

“องค์หญิงจะนั่งกับชายาอ๋องอย่างข้าหรือไม่” มู่เหยาเท้าคางอย่างขี้เกียจ จิบชาด้วยรอยยิ้ม เเล้วเงยหน้ามองนาง

เมื่อเห็นมือที่กำจอกสุราของนางเเน่นเล็กน้อย มู่เหยาจึงก้มหน้าลงเพื่อซ่อนรอยยิ้มในดวงตา

หากพ่อแม่ของนางยังมีชีวิตอยู่ บางทีนางก็อาจจะมีนิสัยแบบนี้เช่นกัน ไม่ใช่เป็นคนลุ่มลึกตั้งเเต่อายุยังน้อยเช่นนี้

“ได้ ข้าไม่กินเล้ว”

นางลุกขึ้น เเล้วเดินไปที่ลานบ้าน

ท่าทีที่ไม่เเยแสของมู่หยา ทำให้ซูหรงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย มองไปที่เเผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไป

ซูหรงโกรธจนกระทืบเท้าอยู่ที่เดิม เเล้วโยนจานผลไม้ในมือลงบนพื้นอย่างเเรง

รู้สึกยังไม่สะใจ นางก็เดินไปเหยียบอีกหลายครั้ง!

“ทำมาเป็นใจกว้าง! ใครจะไม่รู้ว่าในใจเจ้าคิดอะไรอยู่!”

ซูหรงฟึดฟัด แล้วหันหลังพากลุ่มคนจากไป

ภายในสวนดอกไม้

จางจิ้งหรูเหลือบมองมู่เหยาที่อยู่ตรงหน้า ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ชายาฉู่อ๋องช่างโดดเด่นเหลือเกิน เกรงว่าสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงหลายคนคงอิจฉาท่าน”

มู่หยาเเค่เหลือบมองนางอย่างเย็นชา “เเล้วไงล่ะ เจ้าอยากจะพูดอะไร”

เหล่าสตรีสูงศักดิ์หลายคนที่อยู่รอบข้างไม่กล้าเข้ามาใกล้เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทำได้เพียงมองดูท่าทีคนทั้งสองจากที่ไกลๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง