เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 350

ในใจต่างก็คาดเดาว่าทั้งสองกำลังทะเลาะกันอยู่หรือไม่

เเต่หารู้ไม่ว่า เเม้ใบหน้าของทั้งคู่จะดูเย็นชา เเต่คำพูดที่เเลกเปลี่ยนกันกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน

“พระชายาอ๋อง ข้าต้องเเกล้งทำเเบบนี้กับท่านในงานเลี้ยงต่อไปด้วยหรือ เหนื่อยเกินไปเเล้วนะ”

“ถ้าไม่ทำเช่นนี้ ลู่เหวินเจิ้งต้องสงสัยเเน่ๆ ว่าเเต่ฮูหยินจางเป็นอย่างไรบ้าง” มู่เหยามองสำรวจสายตาที่จับจ้องอยู่รอบข้างด้วยหางตา สีหน้าของนางยิ่งดูเย็นชาขึ้นไปอีก

จางจิ้งหรูกรลกตาอย่างเเรงใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ฮูหยินจางคงไม่ไหวเเล้ว คาดว่าคงจะถูกลู่เหวินเจิ้งฝังอย่างลับๆในอีกไม่กี่วัน”

ในตอนเเรกลู่เหวินเจิ้งได้วางยาพิษภรรยาคนเเรกของเขา ถึงเเม้จังซื่อจะระมัดระวังเเค่ไหน เเต่พิษก็แทรกซึมไปทั่ว

ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง จังซื่อเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หลังจากนั้นลู่เหวินเจิ้งก็หาข้ออ้างส่งนางออกไป

ด้วยเหตุนี้ หลิวหว่านชุนจึงได้ขึ้นมาเป็นภรรยาเอกเเทน

“ยื้อมาจนถึงตอนนี้เลยหรือ”

น้ำเสียงมู่เหยาประหลาดใจ

ลู่เหวินเจิ้งมักจะทำอะไรอย่างระมัดระวัง ทำไมถึงยื้อให้คนตายจนถึงตอนนี้

“ฮูหยินจางยังมีทรัพย์สินส่วนตัวบางส่วน ตั้งเเต่รู้ว่าลู่เหวินเจิ้งลงมือ ก็ได้ย้ายไปไว้ที่อื่นทั้งหมด ลู่เหวินเจิ้งเพิ่งจะได้มันมาอยู่ในมืออย่างสมบูรณ์เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง”

เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องแบบนี้ มู่เหยาก็ยิ้มเยาะในใจ

“เจ้าอยู่ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง”

จางจิ้งหรูได้ยินน้ำเสียงที่เเสดงความห่วงใยของนาง ก็รู้สึกเคลิ้บเคลิ้มไปชั่วขณะ

จากนั้น นางก็ยิ้มอย่างขมขื่นเเละส่ายหัว

“ไม่รู้ว่าควรจะถือว่าดีหรือไม่ แต่ก็พอมีข้าวกินอยู่บ้าง ที่จริงเเล้วครอบครัวฝ่ายเเม่ของข้าตกต่ำลง ตอนนี้ลู่อี้ก็เหลือเวลาไม่มากเเล้ว ในอนาคตเเกนหลักของตระกูลลู่จะอยู่ที่ลู่หยวนและหลิวหว่านชุน สองเเม่ลูกคู่นั้น…ไม่รู้ว่าจะยอมเหลือทางรอดให้ข้าหรือไม่”

เมื่อได้ยิน

มู่เหยาก็นำหยกที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมายื่นให้หญิงสาวตรงหน้า

“นี่คือ”

“ถือว่าเป็นหยกประจำตัวของข้า ในช่วงเวลาคับขัน สามารถให้คนถือหยกนี้มาหาข้าได้ ข้าจะไปช่วยเจ้า”

จางจิ้งหรูอึ้งไปเล็กน้อย ยื่นมืออกไปรับเเละดวงตาเเดงก่ำ

“ขอบคุณมาก”

เมื่อนึกถึงเรื่องที่นางเคยปฏิบัติต่อมู่หยาเเบบนั้นมาก่อน ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

“ถือเป็นการตอบเเทนที่เจ้าช่วยข้า ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องฆ่าคนหรือเผาบ้าน ขอแค่เจ้าถือหยกนี้มา ข้าจะช่วยเจ้าแน่นอน”

“นั่งเถอะ พอดีข้ามีบางเรื่อง ที่อยากถามความเห็นของเจ้า”

มู่เหยาพยักหน้าเละนั่งลงข้างองค์หญิงใหญ่ นางไม่ได้เปิดปากพูดก่อน

เเต่รอให้คนข้างกายเป็นฝ่ายพูดก่อน

“อาหน่วน ข้าออกไปข้างนอกหลายวันมานี้ ดูเหมือนเจ้าจะห่างเหินจากข้าไปนะ”

มู่เหยายิ้มๆ “เป็นไปได้อย่างไร เพียงเเต่ตอนนี้เป็นชายาอ๋องเเล้ว ย่อมไม่สามารถทำตัวบุ่มบ่ามเหมือนเด็กๆได้อีก”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าอยากปรึกษาเรื่องหนึ่งกับเจ้า ในเมื่อเจ้าได้เป็นพระชายาเเล้ว เรื่องภายในบ้านก็ควรจะใส่ใจบ้าง ซูหรงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ฉู่อ๋อง ตำเเหน่งพระชายารอง ถึงเเม้จะดูด้อยไปบ้าง เเต่ก็อยู่ภายใต้เจ้า”

องค์หญิงใหญ่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เเล้วหันไปมองมู่เหยา พลางพูดต่อ “ดีหรือไม่”

คำพูดที่มาอย่างกระทันหันนี้ ทำให้มู่เหยาตกตะลึงทันที

นางไม่คาดคิดเลยว่าองค์หญิงใหญ่ จะพูดออกมาตรงๆขนาดนี้

มู่เหยาตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ยิ้มอย่างเปิดเผย “องค์หญิงใหญ่อย่าทรงล้อเล่นกับหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันกับท่านอ๋องเพิ่งเเต่งงานกันได้เพียงสี่วัน”

“หากต้องรับอนุเข้าบ้าน เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์หญิงใหญ่ได้”

สึหน้าขององค์หญิงใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เเละคล้อยตามลงจากสถานการณ์ไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง