“ดูข้าสิ ดื่มจนเมาจริงๆ พูดเพ้อเจ้อไม่หยุดเลย”
“ถ้าไม่ใช่ชายาฉู่อ๋องเตือน วันนี้เกรงว่าจะขายหน้าไม่น้อย”
มู่เหยาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มอย่างเดียว
นางก้มหน้าจิบชา เพื่อซ่อนความเย็นชาในดวงตา
รีบยัดคนให้ขนาดนี้ องค์หญิงใหญ่ผู้นี้ก็ช่างซ่อนเจตนาไม่มิดเลย
“เเต่ว่าชายาฉู่อ๋อง ตอนนี้ฉู่อ๋องได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทมาก เเคว้นอวิ๋นเราก็มีท่านอ๋องไม่กี่องค์ ทางด้านจิ้นอ๋อง…ช่างเถอะไม่เอ่ยถึงเขา ต่อไปภารกิจการสืบทอดราชวงศ์ก็ฝากไว้ที่พวกเจ้าเเล้ว”
“รอเดือนหน้า ข้าจะตัดสินใจให้ท่านอ๋องของเจ้ามีสนมที่ถูกใจอีกสักสองสามคน”
องค์หญิงใหญ่พูดไปยิ้มไป ฟังดูเหมือนคิดเพื่อสองสามีภรรยามู่เหยาจริงๆ
เเต่นางหมายความว่าอะไร มู่เหยาจะไม่รู้ได้อย่างไร
กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมาอีก
“ตอนนี้เจ้าก็เป็นชายาอ๋องเเล้ว อาสวินก็เป็นท่านอ๋อง ยังไงสะเรือนหลังก็ต้องมีอนุภรรยา ถ้ามีเเค่เจ้าเพียงคนเดียว ชื่อเสียงเรื่องความหึงหวงต้องเเพร่ไปทั่วเมืองหลวงเเน่”
“ซึ่งมันไม่ดีกับเจ้าเเน่ อีกอย่างเเค่อนุไม่กี่คน เจ้าเเค่รับไว้ในบ้านให้ข้าวให้น้ำกินก็พอแล้ว จะเป็นตายร้ายดียังไง ใครจะไปสนใจล่ะ”
องค์หญิงใหญ่ตบมือมู่เหยาอย่างปลอบโยน ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอย่างเต็มที่
มู่เหยาหัวเราะเเห้งๆสองครั้ง พร้อมกับถอนหายใจเเละแสดงความกังวลเล็กน้อยบนใบหน้า “ข้ารู้ดีว่าองค์หญิงใหญ่หวังดีกับข้า ข้าแน่นอนว่าเข้าใจ เพียงเเต่ท่านอ๋องบ้านข้ามีนิสัยอย่างไร เชื่อว่าองค์หญิงใหญ่เข้าใจดีที่สุด”
“เรื่องการรับอนุ เเม้จะเรียกว่าเป็นเรื่องในบ้าน เเต่หากท่านอ๋องไม่อนุญาต ข้าก็ไม่กล้ารับปากโดยตรง”
รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์หญิงใหญ่ค่อยๆจางหายไป สายตาที่มองมู่เหยามีเเค่ความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“สรุปว่าชายาฉู่อ๋องต้องการจะพูดอะไร ก็พูดมาตรงๆ”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่ายเย็นชาลง มู่เหยาก็เเกล้งทำเป็นตกใจ ลุกขึ้นคารวะ
“องค์หญิงใหญ่โปรดอภัย หากองค์หญิงใหญ่ยืนกรานที่จะให้ท่านอ๋องบ้านข้ารับอนุ ก็ขอให้องค์หญิงใหญ่ปรึกษากับท่านอ๋องด้วย”
“หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่มีอำนาจน้อยนิด ไม่กล้าตัดสินใจเเทน”
องค์หญิงใหญ่เหลือบมองมู่เหยาที่ก้มหน้าอย่างนอบน้อม เเล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห “ดีจริงๆที่บอกว่าอำนาจน้อยนิด ตอนนี้ชายาฉู่อ๋องดูเหมือนจะบินสูงขึ้นไปเเล้วนะ เเม้กระทั่งข้าอยากจะพูดอะไรก็ไม่สามารถพูดได้ละ!”
พูดจบ องค์หญิงใหญ่ก็ตบโต๊ะดังสนั่น เเละลุกขึ้นเดินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง
รอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเดินจากไป มู่เหยาจึงค่อยๆยืดตัวขึ้น เเล้วหันไปมองทิศทางที่อีกฝ่ายจากไป
องค์หญิงใหญ่ราวกับรู้สึกอะไรบางอย่าง จู่ๆก็หยุดเดินเเละหันกลับมามอง
“ฝางมามาระมัดระวังตลอดทาง หลีกเลี่ยงผู้คน เเละเอาห่อของเล็กๆไปส่งที่ประตูหลังของจวนสกุลลู่ ข้าตั้งใจจะเข้าไปดูว่ามีอะไร เเต่รู้สึกว่าจวนสกุลลู่มีองครักษ์ลับอยู่เลยไม่ได้เข้าไป เพียงเเค่สอบถามอยู่หน้าประตูสักพัก”
“วันนี้ดูเหมือนว่าจิ้นอ๋องจะไปเยี่ยมเยียนตระกูลลู่”
มู่เหยาฟังชิงอิ่งรายงาน ความคิดของนางก็พลอยล่องลอยตามไปด้วย
องค์หญิงใหญ่…ตระกูลลู่กับจิ้นอ๋อง?
มู่เหยาครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสาม เเต่ก็รู้สึกว่าคนทั้งสามดูไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
“ชายาอ๋อง เราจะกลับตอนนี้ไหม”
เสียงของชิงอิ่งดึงมู่เหยากลับมาจากภวังค์ความคิด
มู่เหยามองไปที่เด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังมองสำรวจอยู่ข้างนอก เเล้วโบกมือเรียกด้วยความอยากรู้ “เจ้ามานี่”
เสื้อผ้าของเด็กชายมีเเต่คราบสกปรก
ผมก็ดูยุ่งเหยิงกว่าเด็กทั่วไปมาก
“สวัสดีพี่สาว ข้า ข้ากินอันนั้นหน่อยได้ไหม ข้าหิวมาก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...