เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 352

เสียงของเด็กชายเบาหวิวราวกับเสียงยุง หากไม่ใช่เพราะมู่เหยามีประสาทสัมผัสดีกว่าคนทั่วไปมาก ก็คงไม่ได้ยินที่เด็กชายพูด

“อยากกินก็กินเลย” มู่เหยายกจานขนมบนโต๊ะมาวางตรงหน้าเด็กชาย แล้วมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน

ชำเลืองมองไปยังหยกที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขา

หยกชิ้นนี้ดูเหมือนของที่มีอยู่ในจวนขององค์หญิงใหญ่

หรือว่าเด็กคนนี้ จะเป็นลูกขององค์หญิงใหญ่

เด็กชายกินเร็วมาก แทบจะยัดอาหารเข้าไปในปากอย่างไม่คิดชีวิต

ราวกับว่ากินมื้อนี้เเล้วจะไม่มีมื้อต่อไป

“ปกติเจ้ากินไม่อิ่มหรือไง”

ชิงอิ่งเมื่อเห็นสายตาของเจ้านาย ก็รีบเทน้ำหนึ่งเเก้วแล้วยื่นให้เด็กชาย

เด็กชายจึงดื่มไปอึกหนึ่ง เเล้วกลืนขนมในปากลงไป

“ข้า ข้าเเค่ไม่ได้กินขนมมานานเเล้ว ไม่ ไม่ใช่ว่ากินไม่อิ่ม”

เด็กชายตอบตะกุกตะกัก สายตาหลุกหลิก

เห็นได้ชัดว่ากำลังโกหก

มู่เหยาไม่ได้ซักถามต่อ เเต่ถามอย่างอ่อนโยนว่า “ตอนนี้เจ้าอายุเท่าไร”

“แปด เเปดขวบ”

เด็กชายมองขนมบนโต๊ะด้วยความปรารถนาจนน้ำลายสอ

เมื่อเห็นดังนั้น มู่เหยาจึงหยิบขนมชิ้นอื่นมาวางไว้ตรงหน้าเขา

เเละเทน้ำให้ใหม่อย่างใส่ใจ “กินก่อนเถอะ”

เด็กชายเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข อุ้มขนมไว้ที่อ้อมเเขนเเล้วเดินไปที่ด้านข้าง

“ขอบคุณพี่สาว พี่สาวทั้งสวยเเละใจดีจริงๆ”

เด็กชายอุ้มขนมนั่งยองๆอยู่หลังประตู คอยแอบมองออกไปข้างนอกผ่านรอยเเยกของประตูหน้าต่างเป็นระยะ

ราวกับกำลังหลบซ่อนใครบางคน

ท่าทางเช่นนี้ย่อมอยู่ในสายตาของมู่เหยาเเละชิงอิ่งทั้งสองคน

ชิงอิ่งเเสดงสีหน้าสงสาร ขยับเข้าไปใกล้เเละพูดกับมู่เหยาว่า “ชายาอ๋อง เด็กคนนี้บอกว่าตัวเองอายุเเปดขวบ เเต่ข้ารู้สึกว่าน่าจะเเค่ห้าหรือหกขวบเท่านั้น ร่างกายผอมบางเกินไปหน่อย”

“เจ้าหาทางดูป้ายห้อยที่เอวของเขาหน่อยสิ ดูว่าเป็นลูกของคนรับใช้ในจวนขององค์หญิงใหญ่ หรือลูกของอนุภรรยา”

ชิงอิ่งพยักหน้า อาศัยจังหวะที่เอาน้ำไปให้ ก็ถือโอกาสดึงป้ายห้อยที่เอวของเด็กชายออกมา

หลังจากไปยืนอยู่ด้านหลังมู่เหยา ก็ยื่นป้ายห้อยนั่นให้

หลังจากเตียวมามากล่าวขอบคุณแล้ว ก็วิ่งตามทิศทางที่มู่เหยาชี้ไป

หลังจากคนจากไปแล้ว มู่เหยาจึงหันมามองเด็กชายคนนั้น

ตอนนี้เด็กชายเต็มไปด้วยความตกใจ ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สาวตรงหน้าถึงช่วยเขา

“พี่สาว ทำไม ทำไมถึงช่วยข้า”

เด็กชายเดินออกมาจากประตูอย่างสั่นเทา ร่างกายยังคงสั่นเพราะความหวาดกลัวเมื่อครู่

“เห็นเจ้าแล้วสงสาร”

ชิงอิ่งสะดุ้งเฮือก ไม่คาดคิดเลยว่าชายาของบ้านตนจะพูดตรงๆเช่นนี้

พูดเช่นนี้จะไม่มีปัญหาจริงๆหรือ

เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ ชิงอิ่งก็มองเด็กชายอย่างระมัดระวัง

เป็นดังคาด เด็กชายน้ำตาคลอเบ้า เเต่กัดริมฝีปากไว้ไม่ยอมให้น้ำตาไหล

“เอ่อ เด็กน้อย ชายาบ้านข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”

ชิงอิ่งคิดจะเข้าไปปลอบสักสองสามคำ เเต่ยังไม่ทันพูดจบ

เด็กชายรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำมูกก่อน “พี่สาว พี่เป็นแรกที่บอกว่า ข้าน่าสงสาร ฮือฮือ พี่สาว ข้าไปกับพี่ได้ไหม ข้าจะซักผ้า ทำอาหาร เเละนวดขาได้ด้วย ขอแค่ให้ข้าได้กินอิ่มก็พอแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง