เด็กชายเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางน่าสงสาร ราวกับว่าในที่สุดก็เจอคนจริงใจ
พยายามจะดึงเเขนเสื้อของมู่เหยา เเต่เมื่อเห็นมือสกปรกของตัวเองก็หดกลับไป
มู่เหยาเห็นท่าทางของเด็กชายเเล้วไม่ได้พูดอะไรทันที รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางลงเล็กน้อย
ทั้งสองมองตากัน ความเงียบปกคลุมอยู่เนิ่นนาน
แม้แต่ชิงอิ่งก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ จึงกลับมายืนข้างเจ้านายของตัวเองอย่างระเเวดระวัง
กำลังจะเตือนว่าเด็กคนนี้อาจไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่พวกเขาเห็น
แต่แล้วมู่เหยาก็พูดขึ้นมาก่อน “ตั้งแต่เมื่อครู่ เจ้าจงใจมาหาข้าใช่ไหม”
เด็กชายกระพริบตาปริบๆทำท่าไร้เดียงสา “พี่สาวพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”
เมื่อเห็นเขาเเสร้งโง่ มู่เหยาก็เอนตัวพิงเบาะ พลังที่เเผ่ออกมา ทำให้ชิงอิ่งอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังเเทนเด็กชาย
“ถ้าไม่เข้าใจจริงๆล่ะก็ เมื่อครู่ตอนที่ข้าคุยกับองค์หญิงใหญ่ เจ้าก็คงไม่ได้แอบฟังอยู่ใต้หน้าต่างหรอกใช่ไหม”
แววตาของเด็กชายฉายประกาย เเล้วสีหน้าของเด็กชายก็หายไปในทันที
เขาตบๆเสื้อที่เปื้อนฝุ่น เเล้วก้าวไปนั่งข้างมู่เหยา “ในเมื่อพี่สาวรู้ตัวข้าตั้งเเต่เเรก ทำไมยังเรียกข้ามา ยังมีอีกนะพี่สาว ป้ายหยกคืนข้าได้หรือยัง”
เมื่อครู่ ทั้งสองต่างกำลังหยั่งเชิงกันอยู่
มู่เหยายิ้มบางๆ ขยับตัวนั่งตัวตรง เเล้วยื่นป้ายหยกคืนให้เขา “ถ้าข้าไม่เรียกเจ้ามา เจ้าก็คงมีวิธีเข้าหาข้าโดยตรงอยู่เเล้วไม่ใช่หรือ”
เด็กชายยื่นมือไปรับป้ายหยก ก้มหน้าลงเเล้วนำไปแขวนที่เอวอีกครั้ง
“พี่สาวฉลาดจริง ๆ สมกับเป็นคนที่ข้าเลือกไว้ ดังนั้นพี่สาวอยากร่วมมือกับข้าไหม”
“ข้าช่วยท่านได้นะ!”
เด็กชายเท้าคางด้วยสองมือ มองมู่เหยาด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงยังคงดูไร้เดียงสา
เเต่สายตากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เหมือนผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เเละเเผนการ
ความทะเยอทะยานเเละเเผนการเเบบนี้ มู่เหยาไม่ได้รู้สึกรังเกียจ
“เจ้าอยากร่วมมือกับข้า เเล้วเจ้าให้อะไรข้าได้ อย่าลืมสิว่าตอนนี้ในจวนองค์หญิงใหญ่ เจ้าไม่เป็นที่โปรดปรานเลย เเถมยังถูกทอดทิ้งด้วยซ้ำ”
“ดังนั้น ใครให้ความกล้าเเก่เจ้า ให้เจ้ารู้สึกว่าร่วมมือกับข้าได้”
มู่เหยาพูดพลางหัวเราะไปพลาง เเละยื่นมือไปดีดหน้าผากของเด็กชายเบาๆ
เด็กชายเเสดงท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย ค้นหาของในเสื้อผ้าที่บางเบาอยู่ครู่หนึ่ง เเล้วหยิบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆออกมา
“การที่ข้าไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนองค์หญิงใหญ่ ย่อมมีข้อดีของการไม่เป็นที่โปรดปราน”
ชื่อนี้ช่าง…
จะเห็นได้ว่าองค์หญิงใหญ่เกลียดชังเด็กคนนี้มากเเค่ไหน
“บิดาของเจ้าคือใคร”
อวิ๋นเยี่ยนเบ้ปาก “พวกเขาบอกว่าเป็นขุนนางชายที่อยากจะปีนเตียง ดังนั้นตอนที่ข้าเกิดมา องค์หญิงใหญ่ถึงได้เกลียดข้าขนาดนี้”
อวิ๋นเยี่ยนพูดอย่างง่ายดาย ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
มองดูเด็กน้อยอายุเพียงไม่กี่ขวบที่อยู่ตรงหน้า เเต่ใบหน้ากลับมีความลึกซึ้งเกินวัย
ในใจของมู่เหยาจึงมีความรู้สึกสงสารอยู่บ้าง
เเต่ก็เเค่เล็กน้อยเท่านั้น เพราะเด็กน้อยอายุเเค่นี้ เเต่กลับมีจิตใจที่ล้ำลึกเเละมีเล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้ หากเติบโตขึ้นเเละได้อำนาจมาครอบรอง ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นเเบบไหน
การป้องกันย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
“พี่สาว ข้าอยากให้จวนองค์หญิงใหญ่นี้เป็นของข้าในอนาคต ดังนั้นพี่สาวช่วยข้าได้ใช่ไหม”
อวิ๋นเยี่ยนจ้องมองมู่เหยาอย่างจริงใจ
มู่เหยาไม่หลงกลเขา หรุบตาไม่มองเขา พลางจิบชา “แล้วไงต่อ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...