เมื่อสาวใช้สองสามคนเดินเข้ามา ก็ช่วยเตือนให้ซูหรงปล่อยมือออก
“มู่เหยา เจ้าอย่าได้ใจไปหน่อยเลย!
ซูหรงกัดฟันกรอดเเล้วพูดเตือน เเต่ไม่ได้มีผลอะไรกับมู่เหยา
นางถึงกับอยากหัวเราะออกมา
ในขณะเดียวกันนางก็ตระหนักได้ถึงเรื่องหนึ่ง…ฮ่องเต้ไม่ต้องการให้ซูหรงเเต่งงานกับจวนฉู่อ๋อง
ถ้าหากต้องการจริง คงมีพระราชโองการออกมานานเเล้ว
ซูหรงเเละองค์หญิงใหญ่คงไม่มาใช้ความพยายามมากมายขนาดนี้ใช่ไหม
มู่เหยาออกไปแล้ว คนอื่นๆที่อยู่ในงานเลี้ยงก็เเยกย้ายกันไป
แผนการที่วางไว้ไม่ได้ผล องค์หญิงใหญ่โกรธมากจนตบหน้าซูหรงที่สาวใช้นำตัวกลับมาไปหลายครั้ง!
ซูหรงในฐานะองค์หญิง ถูกตบหน้าหลายครั้งเเต่กลับไม่กล้าพูดอะไรสักคำ ซ้ำยังคุกเข่าลงบนพื้นทันที
“สิ่งที่ข้าพูดกับเจ้าเมื่อคืน เจ้าลืมไปหมดเเล้วใช่ไหม ข้าว่าเจ้ามันสมองหมู!”
องค์หญิงใหญ่ตำหนิด้วยความโกรธ สาวใช้ภายในห้องต่างคุกเข่าลง
เเม้แต่ฝางมามาที่กลับมาก็ยังมองซูหรงด้วยสายตาที่เเสดงถึงความรังเกียจเล็กน้อย
“ข้า ข้าเเค่อับอายจนทนไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมู่เหยา ตอนนี้เมื่อข้าออกไปข้างนอกก็ยังคงเป็นองค์หญิงน้อยที่ทุกคนรักใคร่ เเละได้เเต่งงานกับพี่เยี่ยนสวินตามที่หวังไว้ ข้าเเค่…เเค่อยากให้นางตาย!”
ซูหรงเอามือปิดหน้าเเละร้องไห้ด้วยความโกรธ
เเต่เมื่อองค์หญิงใหญ่เห็นสภาพของนาง ในใจของนางก็รุ้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
“เจ้าได้บอกเรื่องการเเต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเเคว้นอันหรือยัง”
องค์หญิงใหญ่ถามด้วยเสียงเเผ่วเบา พร้อมกับส่งสายตาให้ฝางมามา
ฝางมามาพาเหล่าสาวใช้ส่วนเกินออกไป เพื่อให้ทั้งสองคนได้คุยกัน
“ข้าบอกเเล้ว เเต่มู่เหยานังสารเลวนั่นบอกว่า ยอมที่จะเอาองค์หญิงเเคว้นอันเเต่ไม่ยอมเอาข้า!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ซูหรงก็ยิ่งโกรธ
นางไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมมู่เหยาถึงได้จงใจเป็นปฏิปักษ์กับนาง!
“ดี” องค์หญิงใหญ่พิงผนักพิงไปด้านหลังอย่างเกียจคร้าน ในแววตาของนางปรากฏความเยาะเย้ยขึ้นมา “ไม่รู้จักกาลเทศะ เเต่ในเมื่อนางอยากได้ ก็หาวิธีทำให้นางได้ไปเถอะ องค์หญิงเเคว้นอันคนนั้นไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ”
เมื่อนึกถึงข่าวที่นางสืบมาได้ นางก็มองไปที่ซูหรงที่คุกเข่าตรงหน้า
นางย่นคิ้วด้วยความรังเกียจเเละโบกมือ “เอาล่ะเอาล่ะ รีบกลับไปที่เรือนเพื่อลดอาการบวมสะ คืนนี้พ่อ…พี่ห้าของเจ้าจะมา”
จิ้นอ๋องมีลำดับที่ห้า ซูหรงต้องเรียกว่าพี่ห้า
“ไม่ได้เรื่อง! ข้าเลี้ยงพวกเจ้าให้ไม่มีประโยชน์ได้ยังไง!”
“ยังไม่รีบพาคนไปหาอีกครั้ง!”
เตียวมามาถูกถ้วยชาที่โยนมาบาดเข้าที่มือ
นางไม่กล้าส่งเสียงร้องเจ็บปวด เเละรีบวิ่งออกไป
ภายในจวนขององค์หญิงใหญ่ กำลังวุ่นวายกับการตามหาคน ส่วนต้นเหตุอย่างอวิ๋นเยี่ยนกำลังนั่งอยู่บนภูเขาหินจำลอง เเละหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นพวกเขาวุ่นวาย
หลังจากนั้นไม่นาน ก็ลงมาจากภูเขาหินจำลอง เเละตรงไปที่เรือนของราชบุตรเขย
“อวิ๋นเยี่ยน ได้พบกับผู้สูงศักดิ์คนนั้นหรือไม่”
เสียงของชายหนุ่มนุ่มนวล เเละเเฝงไว้ด้วยความอ่อนเเอเล็กน้อย
เขาสวมเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อน ที่ผมมีเพียงปิ่นหยกเพียงอันเดียวเท่านั้น ร่างกายของเขาเเผ่กลิ่นอายของชายหนุ่มผู้งดงามที่ป่วย
“ราชบุตรเขย” อวิ๋นเยี่ยนทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ข้างนอกกำลังตามตัวข้าอยู่ อีกไม่นานองค์หญิงใหญ่ก็จะมาที่เรือนของราชบุตรเขยเเล้ว”
ซวีเหย่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มเเละลูบศรีษะเล็กๆของอวิ๋นเยี่ยน
“อาเยี่ยน ไม่ต้องเสียเวลาทำอะไรเพื่อข้าหรอก”
เเเม้ว่าเขาจะมีตำเเหน่งเป็นราชบุตรเขย เเต่ใครในเรือนขององค์หญิงใหญ่ไม่รู้บ้างว่าเขาถูกองค์หญิงใหญ่รังเกียจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...