“วันนั้นที่กลับไปเยี่ยมบ้าน ท่านลุงรองกำลังป่วย อาหน่วนจึงมิได้พบท่านลุงรอง วันนี้จึงมาส่งท่านเจ้าค่ะ”
เมื่อสิ้นคำพูดนี้
ในใจของหลันชิวเหิงก็เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
“เจ้า เหตุใดเจ้าต้องลำบากมาส่งข้าด้วย” เขาทอดถอนใจ ก้าวเข้าไปพินิจมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียด พลันหวนนึกถึงบุตรสาวคนโตของตน
แววตาของเขาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะสลัดภาพเงาร่างนั้นออกไปจากห้วงคำนึง
“อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ยังอุตส่าห์มาแต่เช้าตรู่ ลำบากเจ้าแล้ว”
หลันชิวเหิงยื่นมือออกไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของมู่เหยาด้วยความเอ็นดู เหมือนเช่นที่เคยทำ
ทว่าครั้งนี้ กลับมีม่านกั้นที่มองไม่เห็นขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง ความผูกพันทางสายเลือดราวกับเจือจางลงไปหลายส่วน
มือของมู่เหยาสั่นระริกเล็กน้อย อาจเพราะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ หรืออาจเพราะการลาจากที่กำลังจะมาถึง ขอบตาของนางจึงร้อนผ่าวขึ้นมา
“ท่านลุงรอง เดินทางระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ อย่าลืมส่งข่าวกลับมาบ่อย ๆ อาหน่วนยังไม่เคยออกไปที่ใด อยากจะเห็นทิวทัศน์ของสถานที่ต่าง ๆ ผ่านจดหมายของท่านลุงรองเจ้าค่ะ”
หลันชิวเหิงถอนหายใจเงียบ ๆ ดึงมือกลับมาอย่างเชื่องช้า
“ได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มู่เหยาหยิบห่อผ้าที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา “นี่คือของที่ข้ากับท่านอ๋องเตรียมไว้ให้ท่านลุงรอง ท่านลุงรองอย่าได้ปฏิเสธเลยนะเจ้าคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น
หลันชิวเหิงที่เดิมทีตั้งใจจะปฏิเสธก็จำต้องรับไว้
“เอาล่ะ กลับไปเถิด ข้าเองก็ต้องไปแล้ว”
“ฝากดูแลคนตระกูลหลันแทนข้าด้วย”
ไหล่ของนางถูกคนตรงหน้าตบเบา ๆ แต่มู่เหยายังคงยืนอยู่ที่เดิมมิได้หันกลับไป
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงวาจาที่อยากเอ่ยแต่ต้องกล้ำกลืนลงไปของหลันชิวเหิง และเข้าใจดีว่าเหตุใดเขาจึงเป็นเช่นนั้น
มู่เหยาถอนหายใจแผ่วเบา ผ่านไปเนิ่นนาน นางจึงหันกลับไปมองยังท่าเรือ
เรือลำนั้นแล่นออกไปไกลแล้ว ค่อย ๆ กลายเป็นเพียงจุดดำเล็ก ๆ และหายลับไปจากสายตาของนาง
“พระชายา” ชิงอู่ก้าวเข้ามา
มู่เหยาจึงก้มหน้าลงซับหยาดน้ำตาที่หางตา พลางยิ้มแล้วพยักหน้า “ไปเถิด พวกเราก็สมควรกลับกันได้แล้ว”
ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร หลันชิวเหิงก็ยังคงเป็นท่านลุงรองของนางเสมอ
“อืม บัดนี้เจ้าคือพระชายาฉู่แห่งจวนฉู่อ๋อง จำต้องจัดงานเลี้ยงขึ้น เพียงแต่งานเลี้ยงนี้หากจัดได้ไม่ดีพอ ในภายภาคหน้าเจ้าอาจจะเข้ากับแวดวงสตรีสูงศักดิ์ได้ยากลำบากอยู่บ้าง”
แวดวงขุนนางและผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวง ถือเป็นด่านสำคัญที่เหล่าฮูหยินตระกูลใหญ่จำต้องเผชิญ
หากสร้างความประทับใจได้ดี ต่อไปไม่ว่าจะทำการสิ่งใดย่อมราบรื่นขึ้น
หากไม่มีหน้ามีตา ข่าวสารจากตระกูลต่าง ๆ ย่อมถูกปิดกั้น ข่าวคราวก็จะล่าช้า ถือเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง!
“เช่นนั้นจัดงานเลี้ยงอีกครึ่งเดือนข้างหน้าดีหรือไม่เจ้าคะ? วันที่ยี่สิบสามเดือนหนึ่งเป็นอย่างไร?”
วันที่สิบห้าเดือนหนึ่งเป็นวันจัดงานเลี้ยงของราชวงศ์ นางย่อมไม่เลือกจัดงานในวันนั้นให้เป็นการหาเรื่องใส่ตัว!
“อาหน่วนเห็นว่าดีก็พอแล้ว”
เยี่ยนสวินจูงมือนางให้นั่งลงข้าง ๆ “อย่างไรเสียชื่อเสียงของสามีภายนอกก็เลื่องลืออยู่แล้ว พวกเขาย่อมต้องประจบประแจงเจ้าเป็นธรรมดา”
คำว่าชื่อเสียงเลื่องลือนี้ ทำเอามู่เหยากระตุกมุมปากอย่างอดไม่ได้ “ชื่อเสียงของท่านอ๋องเลื่องลือจริง ๆ เจ้าค่ะ เมื่อครู่ตอนที่ข้าไปหอจู๋เซียง ยังทำให้ผู้จัดการของที่นั่นตกใจแทบแย่”
“เขานึกว่าข้าจะไปแจ้งข่าวการยึดทรัพย์เสียอีก!”
เมื่อได้ฟังวาจาของนาง เยี่ยนสวินก็หัวเราะออกมาอย่างสำราญใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...