สำหรับเรื่องงานเลี้ยงเช่นนี้ มู่เหยายังมีหลายเรื่องที่ไม่กระจ่างแจ้งนัก
การขอคำชี้แนะใช่เรื่องผิด
“ส่งเทียบเชิญไปอีกครั้ง หากยังไม่มา ต่อไปก็มิต้องคบค้าสมาคมกันอีก”
มู่เหยาพยักหน้า จดรายชื่อแล้วมอบให้แม่นมฟัง
แล้วจึงหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าเซียว “ได้ยินท่านอ๋องบอกว่า ท่านแม่ไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ลูกสะใภ้เห็นว่าวันนี้อากาศดี เราไปกินเป็ดย่างที่หอจุ้ยเซียงกันดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ถ้อยคำที่เยี่ยนสวินบอกกับนาง นางย่อมใส่ใจอยู่แล้ว
แทนที่จะหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนในจวน สู้พวกนางสองคนออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียยังจะดีกว่า
“หอจุ้ยเซียง!” แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าเซียวเป็นประกาย ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้มู่เหยา “ใช่หอจุ้ยเซียงที่มีท่านชายหรือไม่?”
มู่เหยาชะงักงัน “หา? ที่นั่นมีท่านชายด้วยหรือเจ้าคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจิ๊ปาก “เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อย ไปเถิด แม่จะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย”
กว่ามู่เหยาจะทันรู้ตัว ทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปสวมใส่ชุดเรียบร้อยและขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้ว
เมื่อมองชุดบุรุษบนร่างตนเอง กับผมเผ้าที่ถูกรวบขึ้นสูง
มู่เหยากลืนน้ำลาย “ท่านแม่ พวกเราจะไปหอจุ้ยเซียงเพื่อไปชมท่านชาย หากท่านอ๋องรู้เข้า จะไม่ดีกระมังเจ้าคะ”
แม้ในใจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ อยากจะไปเปิดหูเปิดตาดูบ้างเช่นกัน
แต่เรื่องนี้อย่างไรก็ส่งผลเสียต่อชื่อเสียง…
“จะร้อนใจไปไย มีแม่คนนี้อยู่ด้วย เจ้าเด็กนั่นจะกล้าทำอะไรเจ้าได้ แล้วอีกอย่าง เหล่าคุณชายคุณหนูของหอจุ้ยเซียงล้วนขายศิลปะ ไม่ขายเรือนร่าง วางใจเถิด”
หอซุนเซียงต่างหากที่เป็นสถานที่ที่ค้าเรือนร่าง
แต่หอจุ้ยเซียงนั้นขึ้นชื่อเรื่องสุราเลิศรสและเป็ดย่าง สิ่งที่เกินเลยที่สุดก็คงเป็นเพียงการชมระบำที่โลดโผนไปบ้าง หากเป็นเรื่องค้าเรือนร่างนั้น ที่หอแห่งนี้ไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด!
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” มู่เหยารู้เรื่องเหล่านี้เพียงน้อยนิด ครั้นได้ฟังฮูหยินเฒ่าเซียวเอ่ยเช่นนี้ ก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา
ทันทีที่รถม้าเคลื่อนออกจากประตูไปอย่างเชื่องช้า ชิงอิ่งก็รีบนำข่าวไปแจ้งแก่เยี่ยนสวินในทันที
เมื่อได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังพาลูกสะใภ้ไปหอจุ้ยเซียงเพื่อชมบุรุษ เยี่ยนสวินถึงกับนึกว่าตนเองนอนหลับไม่สนิทเมื่อคืนจึงหูฝาดไป
จนกระทั่งขยี้ตาของตนเอง และแน่ใจแล้วว่าเป็นเรื่องจริง มุมปากของเขาก็กระตุกวูบหนึ่ง
“ช่างเหลวไหลเสียจริง”
สิ้นเสียงของเขา ทั่วทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ผ่านไปเนิ่นนาน เสียงของฮ่องเต้จึงดังขึ้นอีกครั้ง
“เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่าเถิด แต่ที่วันนี้เราเรียกเจ้ามา ไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าเรื่องอันใดใช่หรือไม่?”
ฮ่องเต้จิบชา ก่อนจะมองไปยังร่างของเยี่ยนสวิน
เมื่อมองบุรุษหนุ่มที่อายุเพิ่งจะยี่สิบห้าอยู่เบื้องล่าง สายตาก็ฉายแววลึกล้ำ
คนที่ยังหนุ่มแน่นเกินไป สุดท้ายก็ทำให้ผู้คนระแวงระวังโดยไม่รู้ตัว
“กระหม่อมคาดเดาอย่างอาจหาญว่า เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับองค์หญิงซูหรงพ่ะย่ะค่ะ?”
ฮ่องเต้ขานรับ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเสด็จลงมาตบที่บ่าของเยี่ยนสวินเบาๆ “คนหนุ่มสาวมักเป็นที่ต้องตาต้องใจของเด็กสาวเสมอ ซูหรงส่งฎีกามาขอให้เราพระราชทานสมรสให้ตลอดหลายวันนี้ เรามีน้องสาวอยู่เพียงคนเดียว ย่อมอยากให้นางได้ลงเอยกับคนที่ดี”
“ขอฝ่าบาทโปรดอภัย ตอนนี้กระหม่อมกับพระชายากำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน สุดท้ายแล้วคงมิอาจมีที่ว่างให้ผู้อื่นได้พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนสวินปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ทำให้รอยยิ้มบนหน้าของฮ่องเต้เลือนหายไปหลายส่วน
“ในเมื่อเราให้ความสำคัญกับเจ้า เจ้าก็ควรจะรู้ถึงความหมายของเรา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...