เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 364

สำหรับเรื่องงานเลี้ยงเช่นนี้ มู่เหยายังมีหลายเรื่องที่ไม่กระจ่างแจ้งนัก

การขอคำชี้แนะใช่เรื่องผิด

“ส่งเทียบเชิญไปอีกครั้ง หากยังไม่มา ต่อไปก็มิต้องคบค้าสมาคมกันอีก”

มู่เหยาพยักหน้า จดรายชื่อแล้วมอบให้แม่นมฟัง

แล้วจึงหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าเซียว “ได้ยินท่านอ๋องบอกว่า ท่านแม่ไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก ลูกสะใภ้เห็นว่าวันนี้อากาศดี เราไปกินเป็ดย่างที่หอจุ้ยเซียงกันดีหรือไม่เจ้าคะ?”

ถ้อยคำที่เยี่ยนสวินบอกกับนาง นางย่อมใส่ใจอยู่แล้ว

แทนที่จะหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนในจวน สู้พวกนางสองคนออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียยังจะดีกว่า

“หอจุ้ยเซียง!” แววตาของฮูหยินผู้เฒ่าเซียวเป็นประกาย ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้มู่เหยา “ใช่หอจุ้ยเซียงที่มีท่านชายหรือไม่?”

มู่เหยาชะงักงัน “หา? ที่นั่นมีท่านชายด้วยหรือเจ้าคะ?”

ฮูหยินผู้เฒ่าเซียวจิ๊ปาก “เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อย ไปเถิด แม่จะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย”

กว่ามู่เหยาจะทันรู้ตัว ทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปสวมใส่ชุดเรียบร้อยและขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้ว

เมื่อมองชุดบุรุษบนร่างตนเอง กับผมเผ้าที่ถูกรวบขึ้นสูง

มู่เหยากลืนน้ำลาย “ท่านแม่ พวกเราจะไปหอจุ้ยเซียงเพื่อไปชมท่านชาย หากท่านอ๋องรู้เข้า จะไม่ดีกระมังเจ้าคะ”

แม้ในใจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ อยากจะไปเปิดหูเปิดตาดูบ้างเช่นกัน

แต่เรื่องนี้อย่างไรก็ส่งผลเสียต่อชื่อเสียง…

“จะร้อนใจไปไย มีแม่คนนี้อยู่ด้วย เจ้าเด็กนั่นจะกล้าทำอะไรเจ้าได้ แล้วอีกอย่าง เหล่าคุณชายคุณหนูของหอจุ้ยเซียงล้วนขายศิลปะ ไม่ขายเรือนร่าง วางใจเถิด”

หอซุนเซียงต่างหากที่เป็นสถานที่ที่ค้าเรือนร่าง

แต่หอจุ้ยเซียงนั้นขึ้นชื่อเรื่องสุราเลิศรสและเป็ดย่าง สิ่งที่เกินเลยที่สุดก็คงเป็นเพียงการชมระบำที่โลดโผนไปบ้าง หากเป็นเรื่องค้าเรือนร่างนั้น ที่หอแห่งนี้ไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด!

“เป็นเช่นนี้นี่เอง” มู่เหยารู้เรื่องเหล่านี้เพียงน้อยนิด ครั้นได้ฟังฮูหยินเฒ่าเซียวเอ่ยเช่นนี้ ก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา

ทันทีที่รถม้าเคลื่อนออกจากประตูไปอย่างเชื่องช้า ชิงอิ่งก็รีบนำข่าวไปแจ้งแก่เยี่ยนสวินในทันที

เมื่อได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังพาลูกสะใภ้ไปหอจุ้ยเซียงเพื่อชมบุรุษ เยี่ยนสวินถึงกับนึกว่าตนเองนอนหลับไม่สนิทเมื่อคืนจึงหูฝาดไป

จนกระทั่งขยี้ตาของตนเอง และแน่ใจแล้วว่าเป็นเรื่องจริง มุมปากของเขาก็กระตุกวูบหนึ่ง

“ช่างเหลวไหลเสียจริง”

สิ้นเสียงของเขา ทั่วทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ผ่านไปเนิ่นนาน เสียงของฮ่องเต้จึงดังขึ้นอีกครั้ง

“เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่าเถิด แต่ที่วันนี้เราเรียกเจ้ามา ไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าเรื่องอันใดใช่หรือไม่?”

ฮ่องเต้จิบชา ก่อนจะมองไปยังร่างของเยี่ยนสวิน

เมื่อมองบุรุษหนุ่มที่อายุเพิ่งจะยี่สิบห้าอยู่เบื้องล่าง สายตาก็ฉายแววลึกล้ำ

คนที่ยังหนุ่มแน่นเกินไป สุดท้ายก็ทำให้ผู้คนระแวงระวังโดยไม่รู้ตัว

“กระหม่อมคาดเดาอย่างอาจหาญว่า เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับองค์หญิงซูหรงพ่ะย่ะค่ะ?”

ฮ่องเต้ขานรับ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเสด็จลงมาตบที่บ่าของเยี่ยนสวินเบาๆ “คนหนุ่มสาวมักเป็นที่ต้องตาต้องใจของเด็กสาวเสมอ ซูหรงส่งฎีกามาขอให้เราพระราชทานสมรสให้ตลอดหลายวันนี้ เรามีน้องสาวอยู่เพียงคนเดียว ย่อมอยากให้นางได้ลงเอยกับคนที่ดี”

“ขอฝ่าบาทโปรดอภัย ตอนนี้กระหม่อมกับพระชายากำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน สุดท้ายแล้วคงมิอาจมีที่ว่างให้ผู้อื่นได้พ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนสวินปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ทำให้รอยยิ้มบนหน้าของฮ่องเต้เลือนหายไปหลายส่วน

“ในเมื่อเราให้ความสำคัญกับเจ้า เจ้าก็ควรจะรู้ถึงความหมายของเรา”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง