กลิ่นอายอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกจากวรกายของฮ่องเต้ น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยอำนาจอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจคำตอบของเยี่ยนสวิน
“กระหม่อมทูลขออภัยโทษ” เยี่ยนสวินทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้าฮ่องเต้ แสดงจุดยืนของตนอย่างชัดแจ้ง
“เจ้าไม่ชอบซูหรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว แม้จะทราบเรื่องราวก่อนหน้านี้เป็นอย่างดี
ทว่าซูหรงอย่างไรก็เป็นถึงองค์หญิง ทั้งยังมีทรัพย์สมบัติมหาศาลหนุนหลัง หากเป็นผู้อื่นคงดีใจจนเนื้อเต้นรีบมาทูลขอสมรสพระราชทานไปนานแล้ว
แต่เยี่ยนสวินนั้น เฝ้าแต่จะยึดมั่นอยู่กับสตรีที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่ง
“กระหม่อมสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยิ้มด้วยความโมโห “สุดความสามารถอย่างนั้นรึ เช่นนั้นหากวันใดองค์หญิงซึ่งแต่งงานเชื่อมไมตรีแห่งแคว้นอันเกิดต้องตาเจ้าขึ้นมา ต่อให้เจ้าไม่ยินยอมก็ต้องยินยอม!”
ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็นชา แล้วหันกลับไปประทับบนบัลลังก์มังกร
สายตาคมปลาบจับจ้องอยู่ที่ร่างของเยี่ยนสวิน รอดูปฏิกิริยาของเขา
“กระหม่อมรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเห็นเขารับคำอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ ฮ่องเต้จึงอดที่จะหรี่ตาลงมิได้
ในใจเริ่มครุ่นคิดแล้วว่า หากองค์หญิงแห่งแคว้นอันผู้นั้นต้องตาเยี่ยนสวินขึ้นมาจริง ๆ เมื่อเข้าสู่จวนฉู่อ๋อง ซึ่งมีแคว้นอันหนุนหลัง ก็ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความคิดใด
เขาต้องป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ
“พอแล้ว เราเพียงแค่พูดเล่นกับเจ้า หากไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปคิดให้ดี ๆ ว่าจะเลือกใคร!”
สิ้นคำรับสั่ง เยี่ยนสวินก็กราบทูลลาทันที
เมื่อออกจากห้องทรงพระอักษร เขาก็หันไปยิ้มให้หลี่กงกงที่อยู่ด้านข้าง “หลี่กงกง แคว้นอันจะส่งองค์หญิงมาแต่งงานเชื่อมไมตรีจริง ๆ หรือ?”
ท่าทีที่ซักไซ้ข่าวสารอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทำให้หลี่กงกงถึงกับขาสั่น
“โธ่ ฉู่อ๋อง เรื่องใหญ่โตปานนี้ บ่าวจะไปล่วงรู้ได้อย่างไรกันขอรับ ท่านอย่าทำให้บ่าวลำบากใจเลยนะขอรับ!”
หลี่กงกงทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็รีบจากไปในทันใด
เห็นได้ชัดว่าถูกเยี่ยนสวินทำให้ตกใจกลัว
เยี่ยนสวินเลิกคิ้วขึ้น เดินออกจากวังหลวงไปอย่างไม่เอาไหน พลางบ่นพึมพำเรื่องขององค์หญิงแคว้นอันตลอดทาง
ทุกการกระทำ ทุกความเคลื่อนไหวของเขา ย่อมถูกรายงานถึงหูฮ่องเต้
“หากเทียบกับมู่เหยาแล้ว ซูหรงยังด้อยกว่ามากนัก ไม่แปลกใจเลยที่เยี่ยนสวินจะไม่ต้องการ” ฮ่องเต้เปรยขึ้นแผ่วเบา
หลี่กงกงถวายชาถ้วยใหม่ให้ “ฝ่าบาท บ่าวเห็นว่าฉู่อ๋องเพิ่งจะแต่งงานได้ไม่นาน หากพระราชทานองค์หญิงผู้มีชื่อเสียงเกียรติยศให้อีกคน เกรงว่าจะยิ่งทำให้เหลวไหลไปกันใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
ขณะที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง หางตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งแวบผ่านไปนอกช่องประตู
“นั่นมัน? องค์หญิงใหญ่กับลู่เหวินเจิ้งมิใช่หรือ?”
มู่เหยาอยู่ใกล้กว่า ย่อมได้ยินเสียงประหลาดใจของฮูหยินเฒ่าเซียว
นางนึกถึงข่าวที่ได้เห็นกับเยี่ยนสวินเมื่อวานขึ้นมา จึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะดึงตัวฮูหยินเฒ่าเซียวที่กำลังจะตามออกไปเอาไว้
“ฮูหยินเฒ่า องครักษ์ข้างกายองค์หญิงใหญ่ฝีมือร้ายกาจยิ่งนัก หากท่านผลีผลามตามออกไป เกรงว่าจะถูกพบตัวเข้าได้”
ฮูหยินเฒ่าเซียวร้อนใจจนทนไม่ไหว เมื่อเห็นท่าทีของมู่เหยาที่ราวกับจะรู้เรื่องนี้ดี จึงนั่งลงแล้วดึงมือนางมาจับไว้
“ลูกสะใภ้ที่ดี รีบบอกแม่มาเร็วเข้า สองคนนั้นเป็นมาอย่างไรกัน?”
มู่เหยากะพริบตา ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของฮูหยินเฒ่าเซียว แล้วเล่าข่าวที่ได้มาเมื่อวานให้ฟังด้วยเสียงอันแผ่วเบา
เห็นสีหน้าของฮูหยินเฒ่าเซียวตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
“เรื่องสนุกเช่นนี้ เหตุใดเมื่อวานเจ้าไม่บอกข้าสักคำ!”
แววตาของฮูหยินเฒ่าเซียวราวกับเปล่งประกายสีทองออกมา ท่าทางเหมือนคนที่กำลังจะไปก่อเรื่องร้ายในไม่ช้า
“ในเมื่อมีจุดอ่อนสำคัญอยู่ในมือแล้ว ข้าไม่มีทางปล่อยให้คู่รักลักลอบคู่นี้ได้อยู่สุขสบายเป็นแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...