เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 367

เเล้วทำไมคนแบบนี้ถึงได้แสร้งทำเป็นอ่อนแอ อยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่มาตลอดหลายปี

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น มู่เหยาก็สบตากับคนที่อยู่ด้านล่างพอดี

ฝ่ายตรงข้ามส่งรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้ แวบเดียวก็หายลับไปในฝูงชน

มู่เหยาขมวดคิ้ว หันไปเก็บซองจดหมายบนโต๊ะอย่างดี เเละกำลังจะออกไปหาฮูหยินเฒ่าเซียว

ทันทีที่เปิดประตูออก ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นทันที!

“ไฟไหม้! ไฟไหม้!”

ภายในหอจุ้ยเซียงพลันวุ่นวายโกลาหล มู่เหยาหันไปมองห้องที่เกิดเพลิงไหม้ตามสัญชาตญาณ เเละรู้สึกตกใจ

นั่นคงไม่ใช่ห้องที่องค์หญิงใหญ่และลู่เหวินเจิ้งอยู่ใช่ไหม

นางคิดในใจเช่นนั้น จากนั้นก็เห็นชิงอิ่งแบกฮูหยินเฒ่าเซียวกลับมา “พระชายา พวกเรารีบไปกันเถอะ”

ไฟในมือของฮูหยินเฒ่าเซียวยังไม่ดับ

เห็นได้ชัดว่าไฟนี้เป็นฝีมือของท่านเอง

มู่เหยาหลับตา “เร็ว รีบไป”

ฮูหยินเฒ่าเซียวหัวเราะอย่างมีความสุข ลงจากหลังชิงอิ่ง เเละดึงมู่เหยาทั้งสามคนรีบออกจากหอจุ้ยเซียง ท่ามกลางความวุ่นวาย

โชคดีที่แม่นมฟังช่วยดับไฟได้ทัน ทำให้มีเพียงห้องเดียวที่ถูกไฟไหม้ และไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ไฟสงบลง

มีคนจำนวนไม่น้อยสังเกตุเห็นชายหญิงสองคนที่วิ่งออกมาจากห้องในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย

“นี่ไม่ใช่ลู่เหวินเจิ้งหรือ”

“คนที่อยู่ข้างๆนั่นทำไมข้าดูเเล้ว ดูเหมือนองค์หญิงใหญ่ล่ะ”

“จริงหรือเท็จ…ดูเหมือนองค์หญิงใหญ่จริงๆด้วย ทำไมเสื้อผ้าของคนทั้งสองถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้ ดูไม่เหมือนเป็นเพราะไฟไหม้เลยนะ”

“หุบปากเร็ว คำพูดแบบนี้เจ้าก็กล้าพูด!”

“แต่ทำไมองค์หญิงใหญ่ถึงอยู่กับลู่เหวินเจิ้งล่ะ ทั้งสองคนไม่ได้สนิทกันนี่”

ทันใดนั้น ข่าวลือก็เเพร่สะพัดไปในหมู่ฝูงชนที่มุงดู

องค์หญิงใหญ่หันหลังกลับเเละยกแขนเสื้อขึ้นปิดบังใบหน้า จากนั้นก็รีบออกจากหอจุ้ยเซียงไปอย่างลนลาน

ส่วนลู่เหวินเจิ้งกลับยืนทำท่าเคร่งขรึมอยู่ต่อ สั่งให้ฝางมามาต้องตามหาตัวคนวางเพลิงให้ได้ เเละต้องให้คำอธิบายกับเขา

หลังจากพูดจบ ลู่เหวินเจิ้งก็ยกมือปิดหน้าด้วยสีหน้าไม่สบายใจและจากไป

ท่าทีที่พยายามปิดบังความจริงของคนทั้งสองนี้ ยิ่งทำให้หลายคนคิดมาก

“สองคนนี้คงมีอะไรกันจริงๆเเหล่ะ ข้าเห็นเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยแล้วเหมือนกับการสวมใส่แบบขอไปทีหลังไฟไหม้นะ”

ในที่ลับตา

ฮูหยินเฒ่าเซียวฟังสิ่งที่ชิงอิ่งกลับมารายงานแล้ว ดวงตาเต็มไปด้วยความดูเเคลน “องค์หญิงใหญ่ของเราก็เป็นแบบนี้มาตลอด เห็นใครไม่เข้าตาก็จะเเอบส่งคนไปจัดการ”

“คนที่ตายอย่างเป็นปริศนาส่วนใหญ่ ล้วนเป็นฝีมือของนางที่ให้คนลงมือในยามวิกาล”

มู่เหยาทำหน้าบึ้ง ทำทีเป็นโกรธเเละไม่สนใจฮูหยินเฒ่าเซียว

ไม่พูดโต้ตอบในสิ่งที่ฮูหยินเฒ่าพูด

ราวกับเป็นลูกสาวที่กำลังงอน

ฮูหยินเฒ่าเซียวสังเกตุเห็นเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงการกระทำที่จงใจวางเพลิงของตัวเองเมื่อครู่ ก็ไอเบาๆอย่างรู้สึกผิด

“อาหน่วน…”

ยังไม่ทันที่จะพูดจบ มู่เหยาก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “กลับจวน!”

เสียงตะคอกที่ดุดันนี้ทำให้ฮูหยินเฒ่าเซียวหดคอ

เเย่เเล้ว

ทำให้ลูกสะใภ้โกรธเข้าเเล้ว!

เมื่อเห็นมู่เหยาหันหน้าหนีและไม่ยอมพูดกับนาง ฮูหยินเฒ่าเซียวก็เเกล้งทำหน้าบึ้ง “นี่เจ้ากำลังโกรธเเม่คนนี้อยู่หรือ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง