“ไอ้ลู่เหวินเจิ้งนี่มันอยู่ไม่สุขจริงๆ!” ไท่จื่อตบกระดาษจดหมายในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง เเละตัดสินใจในทันที
“ไป ฆ่าทุกคนที่นินทาองค์หญิงใหญ่ที่หอจุ้ยเซียงในวันนี้ซะ”
องครักษ์เงาจากไปอย่างเงียบๆ อารมณ์ของไท่จื่อจึงค่อยดีขึ้น
“จิ้งจอกเฒ่าลู่ตอนนี้ยังเเตะต้องไม่ได้นะพะยะค่ะ ไท่จื่ออย่าลืมสิว่า ยังต้องสืบหาที่อยู่เเผนที่เหมืองทองคำจากเขา”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นหลังฉากกั้น เสียงของชายคนนั้นเเหบเเห้ง ฟังเเค่เสียงก็ทำให้รู้สึกว่าอายุเกินสี่สิบเเล้ว
ไท่จื่อระงับความโกรธ เเล้วมองดูเงาที่สะท้อน “ท่านที่ปรึกษาซูเห็นว่าควรทำอย่างไร”
ชายที่ถูกเรียกว่าที่ปรึกษาซูเอ่ยขึ้นช้าๆว่า “หากไท่จื่อต้องการสั่งสอนลู่เหวินเจิ้ง ก็เเค่ขยายข่าวลือเหล่านั้นให้ใหญ่ขึ้นก็พอ”
ไท่จื่อหัวเราะ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ผู้นี้พูดถูกใจมาก
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็ต้องรบกวนที่ปรึกษาซูเเล้ว”
ซูเจิ้นชวนรับคำ เเละเดินจากไปอย่างช้าๆ
ไท่จื่อจึงลุกขึ้นไปที่หน้าต่าง มองดูเฉินเสวี่ยที่เดินเข้ามาจากนอกลาน สายตาอันมืดมิดวูบไหวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“ชายาไท่จื่อได้รับบัตรเชิญจากจวนฉู่อ๋องหรือยัง”
ไท่จื่อหัวเราะเบาๆ เเล้วเดินเข้าไปเพื่อจะรับซุปไก่ในมือของเฉินเสวี่ย
เเต่เฉินเสวี่ยกลับสั่นเทา ซุปไก่ในมือจับไม่มั่นคง จึงร่วงลงพื้นโดยตรง จากนั้นชามกระเบื้องก็เเตกเป็นเสี่ยงๆ
เสียงอันคมชัดดังก้องอยู่ในห้อง เฉินเสวี่ยตื่นตระหนกในดวงตา รีบก้มศรีษะลงคุกเข่า “ไท่จื่อโปรดให้อภัยด้วยเพคะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของไท่จื่อเย็นชาทันที ดวงตาถูกปกคลุมด้วยความหนาวเหน็บ
ทำให้เฉินเสวี่ยตัวสั่นเทา เเละไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดอีก
“ไม่เป็นไร ลุกขึ้นเถิด”
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง เฉินเสวี่ยจึงกล้าลุกขึ้น
“หม่อมฉันได้รับบัตรเชิญจากจวนฉู่อ๋อง วันนี้มาก็อยากจะทูลถามไท่จื่อว่า วันนั้นจะเสด็จไปด้วยกันหรือไม่”
นับตั้งเเต่ตอนที่ได้เห็นคนตรงหน้าวางยาพิษหลันเย่ว์อิงด้วยตัวเอง เฉินเสวี่ยก็ไม่สามารถมองคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นสามีที่เปิดใจได้อีกต่อไป
นางทำได้เเค่เเสดงความเคารพ ไม่กล้าทำผิดพลาด เพื่อรับประกันความปลอดภัยของคนในครอบครัว
ท้ายที่สุดเเล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเเค่คนที่ดูเหมือนจะเข้าถึงง่าย เเต่เเม้กระทั่งเรื่องบนเตียง ก็ทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก
ความจริงเป็นอย่างไร ทุกคนต่างก็รู้กันอยู่แล้ว
เเต่คำพูดที่เป็นทางการบางอย่าง เซี่ยหนี้ก็ต้องพูดอย่างเป็นธรรมชาติ
เพื่อป้องกันไม่ให้องค์หญิงใหญ่โกรธ เเล้วมาหาเรื่องคนเล็กๆอย่างเขาอีก
คนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเมื่อครู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นศพสี่ศพที่อยู่บนพื้น ก็ยิ่งตกใจจนไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
ไม่มีใครอยากเป็นคนที่ห้าที่ต้องตาย
เเม้จะมีเซี่ยหนี้คอยยับยั้งอยู่หน้าประตูศาลต้าหลี่ เเต่คำพูดของคนเหล่านั้นก็ยังคงเเพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง!
เเม้กระทั่งในวังก็มีข่าวลือเเพร่สะพัด ผู้คนจำนวนไม่น้อยถึงกับคาดเดาว่าผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตอย่างไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้ ก็อาจจะเป็นองค์หญิงใหญ่ที่เป็นคนลงมือฆ่า
เวลานี้ ภายในห้องทรงพระอักษร
ฮ่องเต้ขว้างฏีกาในมือลงตรงเท้าขององค์หญิงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านล่างอย่างเเรง “เจ้าดูด้วยตัวเอง! ดูสิว่าเจ้าก่อเรื่องไว้มากเเค่ไหน! ตอนนี้ขุนนางมากมายยื่นฎีกาประณามเจ้า!”
องค์หญิงใหญ่พียงเเค่ยื่นหน้ามองดู ไม่ได้เก็บฎีกาที่อยู่บนพื้นขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...