เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 370

“น้องฮ่องเต้”

นางเรียกหนึ่งคำ จากนั้นก็รู้สึกถึงสายตาอันเย็นชาที่มองลงมาจากด้านบน

หัวใจขององค์หญิงใหญ่สั่นไหวเล็กน้อย จึงต้องเปลี่ยนคำเรียก “ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าทำ ฝ่าบาทควรให้ศาลต้าหลี่สอบสวนอย่างละเอียด เพื่อยุติข่าวลือจะดีกว่า”

ฮ่องเต้ส่งเสียงขึ้นจมูกด้วยความไม่พอใจ สายตาอันคมกริบจับจ้องไปยังองค์หญิงใหญ่ “เราอยากจะถามเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง เจ้ากับลู่เหวินเจิ้งมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน”

เมื่อเอ่ยถึงชื่อของลู่เหวินเจิ้ง ดวงตาขององค์หญิงใหญ่ก็ฉายเเววตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง

เเต่ในพริบตานางก็กลับมาสงบได้ดังเดิม พร้อมกับมองสบสายตาฮ่องเต้ด้วยสีหน้าที่ไม่รู้เรื่องราว “ข้ากับลู่เหวินเจิ้งจะไปมีความสัมพันธ์อะไรกันได้”

ฮ่องเต้มองนางด้วยสายตาเย็นชา “ดีที่สุดแล้ว เจ้าก็รู้ว่าเราไม่ชอบให้คนในราชวงศ์ไปยุ่งเกี่ยวกับข้าราชการตามอำเภอใจ”

คำพูดนี้เต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคามเป็นอย่างยิ่ง

ดวงตาขององค์หญิงใหญ่สั่นไหวเล็กน้อย เเผ่นหลังที่เคยตรงงอลงเล็กน้อย นางก้มหน้าลง “เพคะ”

ฮ่องเต้โบกมือ องค์หญิงใหญ่หันกลังกลับไป เเต่ในชั่วขณะนั้นสีหน้าของนางก็พลันมืดครึ้มลงทันที

เมื่อกลับมาถึงจวนองค์หญิงใหญ่ สิ่งเเรกที่นางทำคือ มองไปยังฝางมามาที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยสายตาเย็นชา “คนพวกนั้นตายได้ยังไง!”

ฝางมามาก็เพิ่งได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นหน้าประตูศาลต้าหลี่

เมื่อถูกองค์หญิงใหญ่ตำหนิเช่นนี้ นางก็ตกใจจนคุกเข่าลงในทันที

“องค์หญิง เเม้ว่าท่านจะสั่งให้บ่าวจัดการเรื่องนี้ เเต่บ่าวห่วงใยชื่อเสียงของท่าน จึงไม่ได้ให้องครักษ์ไปทำเรื่องนี้!”

สีหน้ามืดครึ้มขององค์หญิงใหญ่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ยกมือขึ้นโบกให้ฝางมามาลุกขึ้น

เมื่อสงบลงเเล้ว นางก็เข้าใจเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

“หึ ข้าโดนคนเล่นงานเข้าเเล้ว”

คนที่สามารถเล่นงานนางได้มีไม่กี่คน

หรือว่าจะเป็นจวนฉู่อ๋อง

ไม่ ไม่น่าใช่

ตอนนี้จวนฉู่อ๋องไม่น่าจะมีกระจิตกระใจทำเรื่องเเบบนี้ มู่เหยาเองก็ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ด้วย

คนที่สามารถคิดแผนร้ายกาจแบบนี้ได้ นอกจากจิ้นอ๋องเเล้ว ก็มีเเค่…ไท่จื่อ!

องค์หญิงใหญ่กัดฟัน “ต้องเป็นเขาเเน่ๆ!”

ฝางมามามองดูสถานการณ์ เเล้วเอ่ยขึ้นอย่างถูกจังหวะ “องค์หญิง จะให้บ่าวพาคนไปสืบดูไหม”

“ไม่ได้!” องค์หญิงใหญ่ปฏิเสธทันที

เมื่อประตูเรือนของราชบุตรเขยปิดลง ซวีเหย่พยายามต่อต้าน เเต่ความรู้สึกอ่อนเเรงที่มาจากภายในร่างกายทำให้เขาทำได้เพียงปล่อยให้คนตรงหน้าลูบคลำตามร่างกายเขาท่านั้น

“ใบหน้าของเจ้าช่างงดงามจริงๆ ถ้าส่งเจ้าไปเป็นชายคณิกาที่หอจุ้ยเซียง คงจะช่วยให้ข้าได้ของดีๆไม่น้อย”

องค์หญิงใหญ่ลูบไล้ใบหน้าของซวีเหย่อย่างโลภ แล้วจึงหยิบยาเม็ดหนึ่งยัดใส่ปากของเขา

ร่างที่อยู่ข้างใต้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เสียงความสุขของสตรีก็ดังขึ้นทั่วห้อง

สองชั่วโมงต่อมา องค์หญิงใหญ่มีใบหน้าที่เปี่ยมสุข ให้สาวใช้ช่วยสวมเสื้อผ้าให้นาง และชายตามองซวีเหย่ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเย็นชา ในดวงตาเหลือเพียงความรังเกียจ

“ยาที่ฝางมามาให้มาดีจริงๆ”

ทิ้งท้ายเพียงเท่านี้ องค์หญิงใหญ่ก็ก้าวออกไป

ซวีเหย่ที่นอนอยู่บนเตียง รู้สึกได้ถึงพิษของหนอนกู่ที่ยับยั้งพลังของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเเค้น

หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ซวีเหย่จึงรู้สึกว่าพละกำลังกลับคืนมาทีละน้อย

เขามีเเรงพยุงตัวขึ้นจากเตียงที่ยุ่งเหยิง

ประตูห้องที่ปิดสนิทถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กๆร่างหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา

“ราชบุตรเขย!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง