เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 379

เยี่ยนอวิ๋นเฉินแย้มยิ้ม โอบร่างนางเข้ามาในอ้อมแขน “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเตรียมการให้ดี ระหว่างเดินทางเจ้าจะได้ลำบากน้อยลงหน่อย”

เซี่ยชิงหลวนเผยรอยยิ้มละไม

ทว่าในใจกลับคิดคำนวณอีกเรื่องหนึ่ง

นางจะต้องข่มภรรยาที่เยี่ยนอวิ๋nเฉินแต่งไว้ที่แคว้นอวิ๋นให้จงได้

เมื่อคิดได้ดังนี้ เซี่ยชิงหลวนจึงหาข้ออ้างเพื่อไปยังสวนหลังบ้าน

เมื่อเห็นเซี่ยหงเฟยกำลังนั่งทบทวนตำราอยู่ใต้ต้นไม้ตามลำพัง เซี่ยชิงหลวนก็เดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความรักใคร่ “หงเฟย”

“ท่านแม่”

เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นคารวะอย่างนอบน้อม

“ท่านแม่มาได้อย่างไรขอรับ ไม่ได้กำลังสนทนากับท่านพ่ออยู่ที่เรือนด้านหน้าหรอกหรือ?”

เซี่ยชิงหลวนนั่งลงแล้วพลิกดูบันทึกในตำราของเขา แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจในตัวบุตรชายผู้นี้

“ครั้งนี้พ่อของเจ้าจะเดินทางไปแคว้นอวิ๋นและสามารถนำครอบครัวไปด้วยได้ ถึงเวลานั้นแม่จะพาเจ้ากับอวิ๋นหน่วนไปด้วยกัน เจ้าจะต้องเชิดหน้าชูตาให้แม่ให้ได้”

แววตาของเซี่ยหงเฟยไหวระริก พยักหน้ารับคำโดยดี

ทว่าสิ่งที่เขาสงสัยในใจก็คือ ท่านพ่อไม่เคยเอ่ยถึงบุตรที่อยู่แคว้นอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย

ครุ่นคิดไปมา

คงจะเป็นเพราะคนผู้นั้นไม่เอาไหนกระมัง

แต่เพื่อความแน่ใจ เซี่ยหงเฟยจึงเอ่ยปากถามขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านพ่อเคยเอ่ยถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ให้ท่านฟังบ้างหรือไม่ขอรับ?”

เซี่ยชิงหลวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าตามสัญชาตญาณ

“ไม่เคยเลย”

เมื่อรู้ความคิดของบุตรชาย เซี่ยชิงหลวนจึงยื่นมือไปตบไหล่เขาเบา ๆ “วางใจเถิด ต้องไม่ใช่คนโดดเด่นอะไรเป็นแน่ มิฉะนั้นพ่อของเจ้าคงเอ่ยถึงไปนานแล้ว เจ้าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในหมู่คุณชายของแคว้นอัน เมื่อไปถึงแคว้นอวิ๋นย่อมต้องเหนือกว่าคนผู้นั้นเป็นธรรมดา”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในใจของเซี่ยหงเฟยก็รู้สึกดีขึ้น

เขาแย้มยิ้ม สลัดความไม่สบายใจนั้นทิ้งไป

ใช่แล้ว

เขาคือบุตรชายของท่านแม่

จะเป็นรองคนแคว้นอวิ๋นผู้นั้นได้อย่างไร!

“ท่านแม่โปรดวางใจ หากได้ร่วมเดินทางไปแคว้นอวิ๋นในครั้งนี้ ลูกจะสร้างชื่อเสียงให้ท่านอย่างแน่นอน”

เซี่ยชิงหลวนยิ้มอย่างพอใจ นางแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้พบหน้าสตรีจากแคว้นอวิ๋นผู้นั้นแล้ว

เมื่อเห็นเขายิ้มเยาะ มู่เหยาจึงหยิบจดหมายมาดูอย่างละเอียด ในแววตาของนางก็ปรากฏความเย็นชาขึ้นเช่นกัน “ดูท่าแล้วเยี่ยนอวิ๋นเฉินคงไม่เคยเอ่ยถึงท่านให้เซี่ยชิงหลวนฟังเป็นแน่ พวกเขาจึงได้มั่นอกมั่นใจเช่นนี้ คิดว่าตนจะเหนือกว่าท่านได้อย่างแน่นอน”

เนื้อหาในจดหมายเขียนไว้ละเอียดมาก ฉบับหนึ่งถูกปิดผนึกไว้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฉบับสำหรับซวีเหย่โดยเฉพาะ พวกเขาย่อมไม่แตะต้อง

ส่วนอีกฉบับ ก็คือฉบับที่มู่เหยาและเยี่ยนสวินกำลังอ่านอยู่

บนนั้นเขียนเรื่องราวของตระกูลเซี่ยไว้อย่างละเอียดยิบ

“ที่เขาไม่เอ่ยถึงข้าให้คนพวกนั้นฟัง เกรงว่าคงเพราะไม่อยากให้เซี่ยชิงหลวนขุ่นเคืองใจกระมัง”

น้ำเสียงของเยี่ยนสวินราบเรียบ เขาส่งจดหมายให้ฉางชิงด้วยสีหน้าเป็นปกติ “นำไปให้ท่านแม่”

มู่เหยามองออกถึงความรู้สึกอ้างว้างของเขา

และนางก็เข้าใจดีว่า ต่อให้ในใจจะเคียดแค้นเพียงใด แต่ถึงอย่างไรนั่นก็คือบิดาที่เคยชื่นชมมาตั้งแต่เด็ก จะให้ตัดขาดความรู้สึกในทันทีได้อย่างไร

นางยื่นมือไปกุมมือของเขาเงียบ ๆ ประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกัน คำพูดบางอย่างไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมา

เพียงแค่สบตากัน ก็สามารถเข้าใจความคิดในใจของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

เมื่อฮูหยินเฒ่าเซียวได้อ่านจดหมาย ก็เกิดจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ขึ้นมาทันที

นางสั่งให้แม่นมฟังไปหยิบกุญแจ แล้วนำของล้ำค่าที่เก็บไว้ในคลังออกมาทั้งหมด ตั้งปณิธานว่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จะต้องสูงศักดิ์กว่าเซี่ยชิงหลวนผู้นั้นให้จงได้!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง