“อะไรนะ” มู่เหยาถอดปิ่นปักผมทองคำเเละหยกบนศรีษะออก แล้วเปลี่ยนเป็นปิ่นปักผมไม้จันทร์สีม่วงประดับหยก
“พวกเขาพูดกันว่าก่อนหน้านี้คุณหนูท่านซ่อนความสามารถ เเละเป็นคนใจดี การที่จวนผิงหยางโหวถอนหมั้นกับท่านนั้นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่!”
กระแสความคิดเห็นในเมืองหลวงกลับตาลปัตร สำหรับมู่เหยาแล้วนั้นไม่น่าแปลกใจ
สิ่งสำคัญคือ ขอให้ฮูหยินเฒ่าเซียวพอใจก็พอ
“จำไว้เรื่องของแม่เฒ่าหวังให้ลุงหวังไปจัดการ ไม่ต้องส่งเทียบเชิญอีก ส่วนเรื่องอื่นๆก็ยกเลิกไป”
แม้ว่าตอนนี้เรื่องของนางกับจวนฉู่อ๋องยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เเต่ก็ต้องแสดงท่าทีออกมา เพื่อไม่ให้ฮูหยินเฒ่าเซียวหาความผิดพลาดของนางได้
“บ่าวเข้าใจ”
เพิ่งจะเลยเที่ยงมาไม่นาน
มู่เหยาลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ก็เห็นร่างหนึ่งในชุดสีเหลืองห่านวิ่งตรงมาหานางที่หน้าประตูเมืองจวนแม่ทัพ
นางเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณ เเละหยุดคนผู้นั้นไว้
“เจาเอ๋อร์! ทำไมถึงได้ไม่มีมารยาทอย่างนี้ ร่างกายของเจ้าอย่าได้ไปชนคุณหนูมู่จนกระดูกหักเชียว!”
ฮูหยินใหญ่เจียงเห็นลูกสาวตนเองซุ่มซ่ามเช่นนั้น ก็รีบวิ่งเข้ามาดูอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่ามู่เหยาไม่มีอาการไม่สบายใดๆ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
และอาศัยโอกาสนี้ มู่เหยาจึงได้เห็นใบหน้าของฮูหยินใหญ่เจียงตรงหน้าอย่างชัดเจน นางมีรูปร่างที่สง่างาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย
“มู่เหยาคารวะฮูหยินใหญ่”
เมื่อเห็นกิริยามารยาทเรียบร้อยของเด็กสาวตรงหน้า ฮูหยินใหญ่เจียงก็ยิ่งรู้สึกชอบมากขึ้นไปอีก
แทบจะอยากตีฆ้องร้องป่าวให้แม่สื่อมาถึงบ้านเดี๋ยวนี้เลย!
“รีบตามข้าเข้าไป อย่าได้ยืนตากลมจนไม่สบายอยู่ที่นี่เลย” ฮูหยินใหญ่เจียงจับมือมู่เหยาไว้ ยิ้มจนหุบไม่ได้
แม้แต่ลูกสาวของตัวเองก็ยังถูกละเลยไว้ข้างๆ
โชคดีที่เจียงเจาไม่ถือสา วิ่งดุ๊กดิ๊กตามทั้งสองเข้าไปในจวนด้วยกัน
จวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วถูกฮูหยินใหญ่เจียงดูแลอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกหนเเห่งเผยให้เห็นถึงบรรยากาศที่อบอุ่น ไม่ได้ทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นชาเเต่อย่างใด
“วันนี้ที่เชิญเจ้ามา ก็เพราะปวดหัวกับเรื่องการบ้านของยัยหนูบ้านข้าคนนี้เหลือเกิน เเต่เจ้าก็รู้ว่าอาจารย์หญิงในเมืองหลวงนั้นหายากนัก และข้าก็ไม่อยากส่งนางไปที่สำนักศึกษาชิงซานซึ่งอยู่ไกลถึงเพียงนั้น”
เจียงเจาที่นั่งอยู่ตรงข้ามมู่เหยา แลบลิ้นใส่นาง น่ารักมากทีเดียว
“ความหมายของฮูหยินใหญ่ข้าเข้าใจดี หากวันหน้ามีเวลา ข้าจะมาที่จวนเพื่อสอนการบ้านให้น้องหญิงเจียงเจา”
ฮูหยินใหญ่เจียงยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก กำลังจะเอ่ยถามมู่เหยาอย่างอ้อมๆว่า นางได้รับเทียบเชิญจากบ้านนั้นหรือไม่ ทันใดนั้นเหลือบไปเห็นหยกสีม่วงที่ห้อยอยู่ที่เอวของนาง สีหน้าพลันเเข็งทื่อไป
นางดูออกว่าฮูหยินใหญ่อยากจะลองเครื่องหอมนี้ มู่เหยาก็ไม่ได้เปิดเผย
หลังจากมองไปจนลับตาเเล้ว เด็กสาวตัวน้อยที่เมื่อครู่ยังนั่งเรียบร้อยดีอยู่ก็พุ่งพรวดเข้ามาตรงหน้า
“เหนื่อยจะตายอยู่เเล้ว พี่หญิงมู่ท่านนั่งอยู่ได้ยังไง!”
เจียงเจาใช้มือทั้งคู่จับมือทั้งสองของมู่เหยา เป็นความหมายให้ตามตนเองไปชมดอกไม้ที่ลานหลังบ้าน
“ชินเเล้ว ก็นั่งอยู่ได้” มู่เหยาปล่อยให้เเขนถูกอีกฝ่ายเกาะกุม ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูเหมือนมองน้องสาว
เจียงเจาเบะปาก “ข้าไม่ชินเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราผู้หญิงออกศึกไม่ได้ ข้าคงไปหาท่านอารองที่ชายแดนตั้งนานแล้ว”
ตอนนี้พี่ใหญ่และพี่รองตระกูลเจียงต่างประจำการอยู่ที่ชายแดน
มีเพียงพี่สามของตระกูลเจียงที่อยู่ข้างกายเยี่ยนสวิน
จึงไม่น่าแปลกใจที่ฮ่องเต้จะระแวงอ๋องฉู่ ก็ใครใช้ให้ลูกชายของจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วแล้วยังมีอีกหนึ่งคนติดตามเขาเล่า
หากคิดก่อกบฏ...
“พี่หญิงมู่ ท่านอย่าฟังที่ท่านเเม่ของข้าบอกว่าอ๋องฉู่ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ข้าเคยติดตามข้างกายท่านปู่ไปเจออ๋องฉู่มาก่อน ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ หากหลงรักพี่หญิงมู่เเล้ว รับรองว่าต้องรังแกท่านแน่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...