เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 381

เยี่ยนสวินยังพูดไม่ทันจบ แต่คนทั้งสองที่ประมือกันในสนามรบมาเนิ่นนาน มีหรือจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของอีกฝ่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเอ่ยถึงตระกูลเซี่ย

“เจ้าคิดจะจัดการคนตระกูลนั้นหรือ? ช่างปะไร ก็แค่บุตรสาวของราชเลขา ตายแล้วก็แล้วไป ต่อให้เจ้าเฒ่านั่นก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นในแคว้นอัน ก็ไม่มีปัญญาถึงขั้นใช้ฝ่ามือปิดฟ้าได้หรอก”

สิ่งที่ซวีเหย่ไม่ได้พูดออกไปก็คือ ต่อให้เยี่ยนสวินปล่อยให้พวกเขากลับแคว้นอัน

เขาก็ไม่มีวันปล่อยเด็ดขาด!

คนตระกูลเซี่ยนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง เยี่ยนอวิ๋นเฉินเป็นถึงแม่ทัพของแคว้นอวิ๋น

มีตำแหน่งนี้ค้ำคออยู่ ยังกล้าชักนำหมาป่าเข้าบ้าน โชคดีที่เยี่ยนอวิ๋นเฉินรับตำแหน่งขุนนางที่ไร้อำนาจในแคว้นอันเท่านั้น

มิเช่นนั้น… แววตาของซวีเหย่มืดครึ้มลง ไม่พลาดแววตาอาฆาตของเยี่ยนสวิน

เยี่ยนสวินค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “ข้าจะหาวิธีจัดการให้คนตายระหว่างทางกลับ จะได้ไม่มีคนฉวยโอกาสนำเรื่องนี้มาใช้ยุยงความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นของเรา”

ซวีเหย่พยักหน้า ความคิดของคนทั้งสองสอดคล้องกัน

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามรบ แต่ก็ไม่มีแม่ทัพคนไหนที่อยากจะทำสงครามอยู่ตลอดเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้แคว้นอันกำลังพัฒนาจนใกล้จะทัดเทียมแคว้นอวิ๋นแล้ว เห็นได้ชัดว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองที่จะคงอยู่ไปอีกหลายสิบปี ใครเล่าจะอยากสร้างเรื่องที่บ่อนทำลายรากฐานของแคว้นในยามนี้!

“ของสิ่งนี้ให้ท่าน”

เยี่ยนสวินวางเครื่องหอมที่มู่เหยาทำขึ้นไว้บนโต๊ะ “ด้านในหมอเทวดาเลี่ยวได้เพิ่มสมุนไพรเข้าไปหนึ่งขนาน ในบางเรื่อง จะช่วยให้ท่านไม่ถูกกระทบกระเทือนมากนัก”

เขาเหลือบมองรอยบนลำคอของซวีเหย่อย่างมีความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปจากลานบ้านอย่างเงียบเชียบ

ซวีเหย่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ถูกสายตาเมื่อครู่ของเยี่ยนสวินยั่วโทสะจนแทบคลั่ง

ความแค้นเคืองต่อองค์หญิงใหญ่ในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น!

“ท่านราชบุตรเขย”

อวิ๋นเยี่ยนถือขนมที่ตนตั้งใจเก็บไว้มายื่นให้ตรงหน้าซวีเหย่ “อันนี้อร่อยมาก!”

สีหน้าของซวีเหย่อ่อนโยนลงทันที มือใหญ่ลูบศีรษะน้อยของเขาเบา ๆ ก่อนจะหยิบขนมชิ้นเล็กขึ้นมาชิมคำหนึ่ง

รสหวานเลี่ยนทำให้เขาเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องมา จึงฝืนกลืนลงไปแล้วพยักหน้า “อร่อยจริงด้วย ในเมื่อเจ้าชอบก็กินเยอะ ๆ เถิด”

อวิ๋นเยี่ยนรับคำ ก่อนจะโอบถาดขนมแล้ววิ่งไปนั่งชมดาวที่ลานบ้านอย่างมีความสุข

ซวีเหย่ยืนอยู่ในเรือน สายตาทอดมองร่างเล็ก ๆ ที่นั่งอยู่ใต้ชายคา ในแววตาฉายความรู้สึกซับซ้อนบางอย่าง

“เด็กน้อยไร้เดียงสา ถึงเวลาก็พาไปด้วยแล้วกัน”

ซวีเหย่พึมพำกับตนเอง เสียงเบาจนอวิ๋นเยี่ยนไม่ได้ยิน

หลันอิ๋งเห็นเหล่าฮูหยินหลายคนตกใจจนไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า ก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน

นางกระซิบกับแม่สามีเสียงเบา “ท่านแม่ การยืนขวางประตูเช่นนี้จะไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือเจ้าคะ?”

คิดจะข่มขวัญคนอื่น ก็ไม่น่าจะใช้วิธีนี้

มีที่ไหนมายืนขวางทางเข้ากัน?

ฮูหยินใหญ่เจียงพยักหน้า มององค์หญิงใหญ่และองค์หญิงซูหรงด้วยแววตารังเกียจเต็มเปี่ยม “ดูแม่เจ้าจัดการเอง”

สิ้นคำ ฮูหยินใหญ่เจียงก็ยกชายกระโปรงขึ้นแล้วก้าวไปข้างหน้าสองก้าว

นางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักร่างของคนทั้งสองที่ยืนขวางประตูอยู่ออกจากกัน

ฮูหยินใหญ่เจียงเคยเรียนวรยุทธ์มาก่อน จึงมีพละกำลังไม่น้อย

ประกอบกับองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงซูหรงคาดไม่ถึงว่าเมื่อเห็นภาพนี้แล้วยังมีคนกล้าก้าวออกมา เมื่อไม่ทันได้ตั้งตัว คนทั้งสองต่างก็ล้มหงายไปคนละทิศละทาง

ทันใดนั้น เสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังขึ้นรอบทิศ

แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกสะใจ

สมน้ำหน้าจริง ๆ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง