เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 44

มู่เหยารู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เอื้อมมือไปดึงเสื้อคลุมด้านนอกเพื่อให้ความหนาวเย็นไม่สามารถซึมผ่านต่อไปได้

“บางทีทั้งสองบ้านนี้อาจจะไม่ใช่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นอีกฝ่ายที่จงใจพูดเช่นนั้น เพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเราไปยังผู้อื่นหลังจากที่ถูกสอบสวน”

กลอุบายการใส่ร้ายป้ายสีเช่นนี้พบเห็นได้บ่อยครั้ง

ยิ่งเป็นกลวิธีที่สตรีในเรือนมักใช้กัน

แม้ว่ามู่เหยาจะคิดเช่นนั้นในใจ แต่ก็ยังไม่ได้คลายความระเเวงต่อจวนองค์หญิงใหญ่เเละจวนผิงหยางโหวลงทั้งหมด

“ลุงหวัง ช่วงนี้ช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของสองบ้านนี้ให้ดี ถ้ามีอะไรผิดปกติให้รีบเเจ้งข้าทันที”

ส่วนเรื่องอื่นๆ...

มู่เหยาตั้งใจจะรอให้เยี่ยนสวินกลับมาจากเมืองฉาง เเล้วค่อยขอให้เขาช่วยสืบดู

นางไม่มีคนที่จะใช้งานได้ เเละไม่สามารถสืบสวนอย่างมืดบอดได้ เพราะนั่นจะทำให้ศัตรูตื่นตัวเท่านั้น!

“ขอรับ ฟ้ามืดแล้ว คุณหนูรีบพักผ่อนเถอะขอรับ”

มู่เหยาพยักหน้า หลังจากมองลุงหวังจากไปเเล้ว นางจึงหันหลังเดินเข้าห้องเเล้วปิดประตู

หนิงจู๋ยังไม่ตื่น มู่เหยาจึงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเเละนำเข็มเงินที่ท่านอาทิ้งไว้ให้ออกมา

หลังจากใช้เเต่ละเล่มเเล้ว นางก็ใช้เข็มเงินยาวเรียวเล่มสุดท้ายเปิดกล่องไม้

“คลิ๊ก”

ลิ้นชักของกล่องเปิดออก เผยให้เห็นกระดาษสีเหลืองที่วางอยู่ภายใน

ลมหายใจของมู่เหยาติดขัด มือที่ยื่นไปหยิบกระดาษสั่นเล็กน้อย

นางลังเลอยู่หลายครั้ง หลับตาลงก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาคลี่ออก บนนั้นเขียนไว้เพียงประโยคเดียว

[เส้นทางกลับมีการเปลี่ยนเเปลง ลู่เผยอันไม่หวังดี ดูแลอาหน่วนให้ดี]

อาหน่วน เป็นชื่อเล่นของมู่เหยา

ส่วนลู่เผยอัน คือผิงหยางโหวคนปัจจุบัน!

“หรือว่า จะเป็นจวนผิงหยางโหวจริงๆ…” มู่เหยาพึมพำ มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นเป็นกำปั้น

จนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อก็ยังไม่รู้สึกตัว

เป็นเวลานาน ดวงตาทั้งคู่ของมู่เหยาเเดงก่ำ คลี่ฝ่ามือที่กำแน่นออก ฝ่ามือเต็มไปด้วยเลือด

นางหยิบกระดาษขึ้นมาอย่างเย็นชา จ่อใกล้เปลวเทียน ปล่อยให้กระดาษเผาไหม้ เเล้วร่วงหล่นลงบนโต๊ะกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ

“คุณหนู?” เสียงที่สับสนของหนิงจู๋ดังมาจากห้องด้านข้าง

มู่เหยาเป่าเถ้าสีดำเทาออกไปแล้วจึงลุกขึ้นเดินเข้าไป หัวเราะเบาๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ดูเหมือนช่วงนี้เจ้าจะเหนื่อยจริงๆ เมื่อครู่ตอนสระผมให้ข้า เจ้าก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว”

เมื่อตื่นขึ้นในวันถัดมา เห็นได้ชัดว่าสภาพจิตใจไม่ค่อยดีนัก

โชคดีที่หนิงจู๋จุดธูปไม้ไผ่ทำให้นางได้นอนพักผ่อนเพิ่มอีกหน่อย มิฉะนั้นเกรงว่าวันเเรกก็คงไม่สามารถไปติวหนังสือให้เจียงเจาได้เเล้ว

ในห้องหนังสือ ฮูหยินใหญ่เจียงนั่งอยู่ด้านล่างกำลังปักผ้า พลางมองสาวน้อยสองคนที่โต๊ะหนังสือเป็นครั้งคราว

เมื่อเห็นลูกสาวของตนเองตั้งใจเรียน ในใจนางก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“ผิดแล้ว” มู่เหยาชี้ไปที่ตัวอักษรขอบคุณที่นางเขียน “ตรงนี้ไม่ถูก เขียนใหม่อีกรอบ”

“ก็ได้” เจียงเจาเม้มปาก สีหน้าจริงจัง ไม่มีท่าทีหงุดหงิดแม้เเต่น้อย หลังจากเขียนใหม่เเล้ว เห็นได้ชัดว่าดีกว่าตัวก่อนหน้ามาก

“ไม่เลว ทำตามวิธีการลงน้ำหนักและเเรงแบบนี้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะเคยชินเอง”

วิชาของสตรีมีไม่มาก นอกจากจะต้องฝึกคัดลายมือให้สวยงามเเล้ว ก็คือการเรียนรู้การจัดการบ้านเรือนและการทำบัญชี

เรื่องการจัดการบ้านเรือนนั้น ย่อมไม่จำเป็นต้องให้มู่เหยาสอน ส่วนเรื่องการทำบัญชีก็เเค่ช่วยเเนะนำบ้างเป็นครั้งคราว ที่สำคัญกว่านั้นคือเรื่องลายมือ

“หิวแล้วหรือยัง ข้าให้คนเตรียมอาหารกลางวันไว้เเล้ว สาวน้อยมู่อยู่กินข้าวกลางวันก่อนค่อยไปดีไหม”

คำพูดของฮูหยินใหญ่เจียงทำให้เจียงเจาผ่อนคลายลงเล็กน้อย รีบวางพู่กันลง เเล้วดึงเเขนเสื้อของมู่เหยาอย่างอ้อนวอน “พี่หญิงมู่ เราไปกินข้าวกันก่อนดีไหม ข้าหิวมาก พอข้าหิวก็เขียนได้ไม่ดี”

ท่าทีออดอ้อนของเจียงเจา ทำให้คนในห้องอดหัวเราะเบาๆไม่ได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง