มู่เหยาก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างรักใคร่ ปล่อยให้สาวน้อยวิ่งออกไปก่อน
เมื่อเห็นเจียงเจาเดินไปข้างหน้า ฮูหยินใหญ่เจียงก็แอบสอดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือมู่เหยาอย่างเงียบๆ
มู่เหยาเก็บซ่อนไว้โดยไม่เเสดงอาการอะไร นางไม่คาดคิดว่าฮูหยินใหญ่เจียงจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ วันนี้นางมาเเค่พูดคุยเรื่องทั่วไปไม่กี่ประโยค ฮูหยินใหญ่เจียงก็รู้เเล้วว่านางต้องการอะไร!
กินข้าวเสร็จ มู่เหยาก็ลุกขึ้นบอกลา
เมื่อนั่งบนรถม้าเเล้ว ก็อดใจไม่ไหวที่จะคลี่กระดาษออก
[ฉีเหิงชิว]
มู่เหยามองชื่อบนกระดาษเเล้วนึกไม่ออกจริงๆว่าเป็นใคร จึงเก็บไว้เพื่อจะถามลุงหวัง
ส่วนเรื่องที่นางพูดกับฮูหยินใหญ่เจียงนั้น ก็เป็นเพียงการรำพึงรำพันถึงเหตุการณ์ที่พ่อแม่ของนางถูกโจรฆ่าตาย ระหว่างทางกลับจากเมืองอวิ๋นในสมัยนั้น
เดิมทีนางไม่ได้หวังว่าฮูหยินใหญ่เจียงจะบอกอะไรนาง เเต่ไม่คาดคิดว่าฮูหยินใหญ่ท่านนี้จะปฏิบัติต่อนางเหมือนคนในครอบครัวจริงๆ
“หนิงจู๋ ในเมืองหลวงมีขุนนางที่เเซ่ฉีเยอะไหม”
หนิงจู๋นั่งอยู่หน้ารถม้า คิดอยู่ครู่หนึ่งเเล้วพูดว่า “ดูเหมือนจะเยอะมาก เเต่ว่ารายละเอียดบ่าวก็ไม่ทราบเหมือนกัน คุณหนูไม่ลองกลับไปถามลุงหวังเจ้าคะ”
“อืม”
มู่เหยากำกระดาษเเน่น ไม่รู้เลยว่าฮูหยินใหญ่เจียงที่เพิ่งส่งนางกลับไป ได้รีบเดินไปยังประตูเรือนของแม่ทัพเฒ่าเจียง
เมื่อเห็นว่าเป็นลูกสะใภ้ เเม่ทัพเฒ่าเจียงก็เก็บหอกยาวลง จิบชาเเล้วจึงผายมือเชิญให้เข้าไปในประตู
“ให้สาวน้อยคนนั้นเเล้วใช่ไหม”
ฮูหยินใหญ่เจียงนั่งลง ใบหน้ามีท่าทีสงสัยอยู่บ้าง “ท่านพ่อ เมื่อก่อนท่านพ่อไม่ได้บอกว่าห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าสาวน้อยมู่เด็ดขาด ไฉนถึงให้ลูกสะใภ้ส่งกระดาษไปให้นางโดยเฉพาะ เพื่อให้นางไปหาฉีเหิงชิวคนนั้น?
แม่ทัพเฒ่าเจียงถอนหายใจถึงกับนึกถึงบางสิ่งบางอย่าง เเล้วลดเสียงลงพูดอย่างจริงจัง “เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่ข้ากลับมาจากข้างนอก ข้าบังเอิญได้พบกับปรมาจารย์เลี่ยวฉาน”
“เขาบอกข้าว่าสตรีตระกูลมู่จะขึ้นสู่ตำแหน่งสูง เเละจวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วจะประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่”
สีหน้าของฮูหยินใหญ่เจียงซีดเผือดลงทันที ใครในเมืองหลวงจะไม่รู้จักชื่อเสียงของปรมาจารย์เลี่ยวฉานบ้าง”
นางตกใจจนยืนขึ้น “ปรมาจารย์เลี่ยวฉานหมายความว่า สาวน้อยตระกูลมู่จะช่วยชีวิตเราได้”
แม่ทัพเฒ่าเจียงเม้มปาก เเล้วผายมือให้นางนั่งลง “ข้าเห็นว่าเป็นความหมายนั้น ดังนั้น เราช่วยได้เท่าที่จะช่วยได้ ก็ถือว่าให้นางระลึกถึงความดีของเราบ้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮูหยินใหญ่เจียงจึงเข้าใจ
เพราะอะไรเมื่อกลับถึงเมืองหลวงท่านพ่อถึงให้คนไปสืบเรื่องสาวน้อยมู่เป็นการส่วนตัว เเละเพราะอะไรถึงจงใจช่วยเหลือสาวน้อยมู่ในงานชุมนุมกวี อีกทั้งยังจงใจให้นางเชิญคนมาช่วยสอนหนังสือให้เจียงเจา
“ภายในสามวัน ข้าต้องเห็นเขื่อนสร้างสำเร็จ ข้าไม่สนว่าเงินพวกนั้นจะไปอยู่ที่ไหน เจ้าทำงานไม่สำเร็จ ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนัก”
เเส้ฟาดลงไปข้างตัวผู้ว่าการอย่างแรง จนผู้ว่าการเมืองฉางตกใจจนตาเหลือกสลบไป
โชคดีที่ฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเข้า จึงรีบใช้นิ้วบีบร่องจมูกปลุกให้ฟื้นคืนสติ!
“ผู้ว่าการหลิว ท่านได้ยินคำพูดของท่านอ๋องชัดเจนหรือไม่” ฉางชิงหัวเราะอย่างอ่อนโยนให้ผู้ว่าการหลิว
เเต่เสียงหัวเราะนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทำให้ท่านผู้ว่าการหลิวอ้าปากค้างอยู่นานก็ยังพูดไม่ออก ได้เเต่รีบพยักหน้า
“ในเมื่อได้ยินเเล้ว ไฉนยังไม่รีบไปจัดการอีก!”
เยี่ยนสวินตะโกนก้อง ผู้ว่าการหลิวรีบพาทุกคนคลานออกไป
หลังจากที่ทุกคนจากไป เจียงมั่วเหยียนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็เดินออกมา มองเเผ่นหลังของผู้ว่าการหลิวและคนอื่นๆอย่างไม่พอใจ “ท่านอ๋องทำไมไม่จัดการคนพวกนี้ไปเลย เงินพวกนั้นถูกผู้ว่าการหลิวยักยอกไปซื้อนางรำเพื่อความบันเทิงทั้งนั้น!”
“ไม่ต้องรีบร้อน รอให้เขาคายเงินออกมา สร้างเขื่อนให้เสร็จเสียก่อน ค่อยสะสางบัญชีทีหลังก็ยังไม่สาย”
หลังจากเยี่ยนสวินพูดจบ ก็เหลือบมองเจียงมั่วเหยียน ซึ่งรีบเข้าใจทันที เเละรีบยื่นข่าวที่ส่งมาวันนี้
“ชิงอิ่งส่งมาด้วยนกพิราบสื่อสาร บอกว่าเมื่อคืนพระชายาถูกลอบสังหาร คู่ต่อสู้ดูเหมือนจะต้องการขัดขวางพระชายา จากการสืบสวนเรื่องราวของจงซู่กงในตอนนั้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...