เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 46

ฉางชิงเมื่อได้ยินเจียงมั่วเหยียนพูดดังนี้ ก็มองท่านอ๋องของตนโดยไม่รู้ตัว

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ความรู้สึกก็ค่อนข้างซับซ้อน

ท้ายที่สุดเเล้ว คนเหล่านั้นในตอนนั้นอาจจะมุ่งเป้าไปที่ท่านอ๋องที่บาดเจ็บสาหัส

หากไม่ใช่เพราะจงซู่กงเเละภรรยาเสียสละตนเองเพื่อดึงดูดคนเหล่านั้นไป เกรงว่าท่านอ๋องคงต้องสิ้นพระชนม์ระหว่างทางไปเมืองอวิ๋น!

“ตอบชิงอิ่งกลับไปว่า หากพระชายาต้องการตรวจสอบ ก็ให้คุ้มครองนางให้ดี เเละให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่”

เรื่องการเสียชีวิตของจงซู่กงเเละภรรยา ในตอนนั้นเขารีบเร่งไปเมืองอวิ๋นเพื่อสะสางเรื่องต่างๆจึงไม่ได้คิดมากนัก เเต่เมื่อพิจารณาสถานการณ์ตอนนั้นอย่างละเอียด ตอนนั้นมีคนอยู่สองกลุ่มอย่างชัดเจน

กลุ่มหนึ่งเห็นได้ชัดว่าต้องการให้จงซู่กงเสียชีวิตระหว่างทางกลับเมืองหลวง ราวกับกลัวว่าหลังจากที่จงซู่กงกลับไปเเล้วจะพูดอะไรบางอย่าง

เมื่อคิดดูเเล้ว เเววตาของเยี่ยนสวินก็ฉายประกายมืดมิด “ฉางชิง เจ้าให้องค์รักษ์เงาไปตรวจสอบเรื่องนี้”

“ตรวจสอบให้เเน่ชัดว่าตอนนั้นจงซู่กงได้ติดต่อกับใครบ้างที่เมืองอวิ๋น เเละได้รับข่าวสารอะไร หรือพบใครก่อนออกเดินทาง”

ฉางชิงเเละเจียงมั่วเหยียนมองตากัน เเล้วทั้งคู่ก็ถอยออกไปพร้อมกัน

เยี่ยนสวินมองดูตารางงานการก่อสร้างเขื่อนในมือ ในสมองก็อดไม่ได้ที่จะมีใบหน้าของมู่เหยาวาบเข้ามา เมื่อนึกถึงคำว่าลอบสังหารที่เขียนในจดหมาย หัวใจก็อดไม่ได้ที่จะบีบรัด

“รอช้าอีกไม่ได้เเล้ว”

ตอนนี้เหลือเวลาอีกเจ็ดวันก่อนงานเลี้ยงรวมญาติเทศกาลไหว้พระจันทร์ จะต้องรีบกลับไปให้ทันในวันนั้น!

“ไปที่เขื่อน!”

เมื่อชิงอิ่งได้รับจดหมายตอบกลับ ตะวันก็ลับขอบฟ้าเเล้ว

มู่เหยากำลังอ่านหนังสือในลานบ้าน เมื่อเห็นลมพัดมา ก็สั่งให้คนเก็บของเข้าไปในบ้าน

“คุณหนูช่วงนี้นอกจากจากอยู่บ้านเเล้ว ก็ไปที่จวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วเท่านั้น ใกล้จะถึงงานเลี้ยงรวมญาติเทศกาลไหว้พระจันทร์เเล้ว หลายคนรอที่จะเห็นคุณหนูเป็นตัวตลก! บ่าวโมโหจะตายอยู่เเล้ว!”

หนิงจู๋วางขนมที่เพิ่งซื้อมาอย่างหัวเสียบนโต๊ะ

มู่เหยาเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ยิ้มพลางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นางเอาขนมออกมา “จวนผิงหยางโหวช่วงนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยหรือ

“มีเจ้าค่ะ ได้ยินว่าคุณชายใหญ่ตระกูลลู่ให้คนไปซื้อภาพวาดชื่อดังจากเจียงหนาน ไม่รู้ว่าจะส่งให้ใคร บ่าวเดาว่าน่าจะส่งให้อนุหลิ่วคนนั้น”

ภาพวาดจากเจียงหนาน?

มู่เหยาจู่ๆก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เเละรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งใจ

นางเคยบอกกับลู่จื้อว่า นางชอบภาพวาดของจิตกรชื่อดังจากเจียงหนานมาก เเต่ภาพวาดเหล่านั้นหาซื้อยากมาก เเละนางก็ไม่เคยประมูลได้เลยสักครั้ง

ลู่จื้อก็เคยบอกกับนางว่าจะต้องซื้อมามอบให้นางเป็นของขวัญให้ได้

เเต่หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอะไรอีกเลย ตอนนี้ถ้าเขานำมาให้นางจริงๆ มู่เหยารู้สึกขยะเเขยงเหลือเกิน

เเต่สิ่งที่มู่เหยาคาดไว้กลับถูกต้อง

น้ำเสียงเย็นชาดังมาจากในรถม้าเข้าสู่หูชายผู้นั้นอีกครั้ง

“คุณชายลู่เชิญกลับไปเถอะ”

เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมรับความปราถนาดีของเขา ลู่จื้อก็กำมือที่ถือภาพวาดไว้เเน่นขึ้น ดวงตาเริ่มฉายแววหงุดหงิด

“คุณชายใหญ่ เรากลับกันก่อนดีไหมขอรับ คนมองเยอะเเยะขนาดนี้ เดี๋ยวจะทำให้ท่านโหวโกรธเอาได้”

อาชีเป็นคนสนิทท่านโหวที่ส่งมาอยู่ข้างกายลู่จื้อ

เมื่อเห็นสายตาที่ผู้คนรอบข้างจ้องมอง เขาจึงเดินไปกระซิบข้างหู

“หุบปาก!”

ลู่จื้อตะคอกเสียงดัง หันไปตะโกนใส่คนที่อยู่ในรถม้า “คุณหนูมู่ ข้าในฐานะคุณชายใหญ่เเห่งจวนโหว อุตส่าห์มาอ้อนวอนถึงที่นี่ ถือว่าให้เกียรติเจ้ามากเเล้ว ถ้าเจ้ารู้จักคิด ก็ควรลงมาจากรถสะ!”

“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมลง ข้าก็อยากจะเห็นว่าตอนงานเลี้ยงรวมญาติในเทศกาลไหว้พระจันทร์ เจ้าจะอธิบายกับฝ่าบาทว่ายังไง!”

ทิ้งคำพูดเหล่านี้ไว้ ลู่จื้อก็ปาภาพวาดในมือลงบนพื้นอย่างเเรง แล้วเหยียบย่ำไปสองสามครั้ง

จากนั้นก็พาอาชีจากไปอย่างโกรธเเค้น

“คุณหนู คุณชายใหญ่ลู่ไปเเล้ว ภาพวาดบนพื้น…” คนขับรถมองไปยังภาพวาดที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ในใจรู้สึกเสียดายไม่น้อย

“กลับจวนเลย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง