“หากคุณหนูไม่สบาย วันนี้ก็ไม่ไปศาลบรรพชนแล้วใช่หรือไม่?” ชิงอู้มองมู่เหยาอย่างกังวล พลางคิดในใจว่าอยากให้ท่านอ๋องเชิญหมอเทวดาเลี่ยวมาตรวจร่างกายให้คุณหนู
“ไม่เป็นไร แค่รู้สึกหนาวเล็กน้อย”
มู่เหยาโบกมือ และปล่อยให้หนิงจู๋คลุมเสื้อคลุมให้นางและเดินไปทางศาลบรรพชน
ข้างนอกมีพายุฝน ภายในศาลบรรพชนเปลวเทียนสั่นไหว
พวกคนรับใช้เห็นมู่เหยามา จึงรีบปิดหน้าต่าง เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ
หนิงจู๋เอาข้าวของวางไว้บนพื้น และโบกมือใส่คนรับใช้ในศาลบรรพชน “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ
คืนนี้ห้ามเข้ามาในศาลบรรพชนหากไม่มีเรื่องจำเป็น”
“เจ้าค่ะ”
เสียงฝีเท้าวุ่นวายค่อย ๆ ไกลออกไป มู่เหยาคุกเข่าบนเบาะกลม ยืดตัวตรง
ข้างนอกมีพายุฝน นัยน์ตาของนางเหลือแต่เพียงความหนาวเย็น
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกมาเยี่ยมพวกท่านแล้ว” มู่เหยาน้ำเสียงราบเรียบ เบ้าตาแดงก่ำมานานแล้ว
เมื่อนึกถึงสิ่งของซึ่งได้รับมาจากชุ่นจู๋ในวันนั้น นางเม้มริมฝีปากกลั้นเสียงร้องไห้ ประสานมือและกราบป้ายวิญญาณอย่างหนัก
“บัดนี้ลูกรู้เรื่องที่ปีนั้นพวกท่านสองคนถูกคนลอบทำร้ายแล้ว ลูกต้องสืบหาความจริงให้กระจ่าง ทวงความยุติธรรมให้ท่านพ่อท่านแม่ แม้ว่าทางข้างหน้าจะมีภัยอันตรายหรือมีอุปสรรค ลูกก็ไม่เสียดาย!”
จากนั้นก้มหัวคำนับสามทีอย่างหนัก หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ มู่เหยาถึงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
สองตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความแค้นอันท่วมท้น
หนิงจู๋คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ เห็นสายตาของคุณหนู ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และอดหลั่งน้ำตาไม่ได้
“คุณหนู บ่าวจะปกป้องคุณหนูให้ปลอดภัย”
คำพูดของหนิงจู๋ ทำให้น้ำตาที่คลออยู่ในเบ้าตาแดงก่ำของมู่เหยาร่วงลงมา
“ข้ารู้ วันหน้าอาจจะลำบากกว่านี้ หากเจ้าไม่เต็มใจ ข้าจะหาคนดี ๆ ให้เจ้า ทำให้เจ้ามีชีวิตสงบสุข”
หนิงจู๋รีบคลานเข่าเข้าไปสองก้าว และจับแขนเสื้อของนางเอาไว้แน่น และร้องไห้ออกมาอย่างร้อนรน “คุณหนูอย่าไล่ข้าไปเลย หนิงจู๋ไม่ใช่คนรักตัวกลัวตาย หนิงจู๋ยินดีเดินหน้าถอยหลังไปพร้อมกับคุณหนู!”
มู่เหยารู้สึกซาบซึ้ง และยื่นมือไปกอดสาวใช้คนนี้ “ได้ ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า”
ทั้งสองคุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนอยู่นานมาก ลมเย็นพัดผ่านมา มู่เหยาอดไอเบา ๆ ไม่ได้
“คุณหนู?!”
หนิงจู๋ตกใจ กำลังจะประคองคนให้ลุกขึ้น ก็เห็นมู่เหยาตัวสั่นไหวสองครั้ง และล้มลงไปข้าง ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง หมอเทวดาเลี่ยวถึงจะเก็บมือ และถอนหายใจอย่างหนัก “คุณหนูของเจ้าเคยป่วยหนักตอนเด็ก ๆ หลังจากนั้นก็ดื่มยาต้มมานานใช่หรือไม่?”
ลุงหวังชะงัก นึกไม่ถึงว่าเขาจะถามเรื่องนี้ จึงนึกอย่างละเอียดก่อนจะผงกหัว
“ตอนคุณหนูเด็ก ๆ เคยพลัดตกน้ำในฤดูหนาว หลังจากนั้นก็ไข้สูงไม่ยอมลด โชคดีได้ใบสั่งยามาจึงค่อย ๆ ดีขึ้น”
หมอเทวดาเลี่ยวหรี่ตา “ใบสั่งยาได้มาจากไหน? ตอนนี้ยังเก็บไว้ในจวนหรือไม่?”
เห็นเขาถามละเอียดเช่นนี้ ลุงหวังกับหนิงจู๋จึงมองตากัน ต่างก็รู้สึกถึงความผิดปกติเล็กน้อย
“ยังมีอยู่ ใบสั่งยาตลอดหลายปีที่ผ่านมาของคุณหนูมานี้ล้วนแยกเก็บไว้ หากหมอเทวดาเลี่ยวต้องการ บ่าวจะไปหามาให้”
หมอเทวดาเลี่ยวพยักหน้าให้หนิงจู๋ “เอามาดูแล้ว ข้าถึงจะยืนยันได้ว่าถูกวางยาหรือไม่”
เมื่อคำว่าถูกวางยาหลุดออกมา หนิงจู๋กับลุงหวังเกือบจะทรุดลงบนพื้นแล้ว
โชคดีชิงอู้กับชิงอิ่งประคองไว้ จึงไม่ขายหน้าต่อหน้าหมอเทวดาเลี่ยว
“บ่าว บ่าวจะไปหามาเดี๋ยวนี้” หนิงจู๋ตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอนออกจากประตูไหล่กระแทกกับขอบประตูอย่างรุนแรง
เห็นนางเป็นเช่นนี้ชิงอู้รู้สึกไม่วางใจจริง ๆ จึงหันหลังและตามไปด้วย
ลุงหวังยืนกระวนกระวายอยู่ตรงนั้น เห็นหนิงจู๋หลับมาพร้อมกล่อง ก็รีบเดินเข้าไปเอากล่องมาทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...