เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 55

เมื่อเยี่ยนสวินได้ข่าวว่ามู่เหยาถูกพิษ เขาก็รีบเดินทางกลับมาทั้งคืน แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นขุนนาง ยังคงต้องรักษาหน้าที่ของตน

ไม่สามารถมาที่จวนสกุลมู่ได้ในทันที

อีกทั้งทางเมืองฉังยังสืบพบข้าราชการทุจริตจำนวนไม่น้อย พรุ่งนี้จึงต้องเข้าเฝ้าทูลรายงานฮ่องเต้ให้ทรงทราบโดยละเอียด

เมื่อเห็นว่าเขาจะจากไป มู่เหยาจึงเรียกเขาไว้โดยไม่รู้ตัว “ท่านอ๋อง ของสิ่งนี้มอบให้ท่าน”

เยี่ยนสวินชะงักไป ก้มลงมองมือที่นางยื่นออกมา ก็เห็นถุงหอมปักลายกล้วยไม้ที่งดงามและประณีต

“เจ้าปักเองหรือ?”

มู่เหยาพยักหน้า นึกว่าเขาไม่ชอบ

ขณะที่กำลังจะดึงมือกลับ ก็เห็นเยี่ยนสวินขยับเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนลมหายใจของคนทั้งสองพัวพันกัน

ทำให้บรรยากาศภายในห้องอุ่นอบอวลไปด้วยความคลุมเครือ

“ช่วยข้าผูกได้หรือไม่?” เยี่ยนสวินก้มหน้าลง สายตาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาที่สดใสราวกับลูกกวางของนาง แล้วค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง พร้อมกับขยับลูกกระเดือกเบา ๆ

มือที่มู่เหยาถือถุงหอมอยู่นั้นร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แม้แต่ปลายหูก็ยังร้อนระอุ

“ท่านอ๋องผูกเองจะดีกว่า...”

ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ ชายหนุ่มก็จับมือนางมาวางไว้ที่เอว “อีกสองวันคุณหนูมู่ก็จะมาเป็นพระชายาของข้าแล้ว ยังจะเขินอายอยู่อีกหรือ”

มู่เหยาถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

จะว่าเยี่ยนสวินเจ้าชู้ แต่ทั้งสองก็ได้ทูลขอพระราชทานสมรสแล้ว

จะว่าเขาไม่เจ้าชู้ มู่เหยาก็กลับรู้สึกเหมือนถูกเขากุมจุดอ่อนไว้อย่างสิ้นเชิง

นางจึงได้แต่รีบผูกถุงหอมไว้ที่เอวของเขา แล้วถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง “ข้าไม่ส่งท่านอ๋องแล้วเจ้าค่ะ”

เยี่ยนสวินเลิกคิ้ว ไม่พลาดที่จะเห็นท่าทางขุ่นเคืองของนาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องอยู่ในห้องอุ่น

เขายังไม่รีบร้อนจากไป กลับขยับเข้าไปใกล้อีก

เมื่อเห็นว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงอีกครั้ง เขาก็กระซิบด้วยน้ำเสียงแฝงแววช่วงชิงว่า “ได้ยินชิงอิ่งบอกว่าคุณหนูมู่คิดถึงข้ามาก แต่เหตุใดข้าถึงมองไม่ออกเลยเล่า?”

“หรือว่า คุณหนูมู่กำลังหลอกลวงข้าอยู่?”

มู่เหยาถูกกักจนถอยไปติดเก้าอี้โดยไม่มีทางหนี นางเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แวบผ่านเข้ามาในแววตาของชายหนุ่ม

นางรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาทันที

“ท่านอ๋องทำอันใด! คิดจะลวนลามข้าหรือไร!” มู่เหยาเชิดหน้าขึ้นจ้องมองเขา ในแววตามีแววขุ่นเคืองผุดขึ้นมา

ในสายตาของเยี่ยนสวินแล้ว กลับมองว่าท่าทางเช่นนี้น่ารักอยู่บ้าง

“เปล่า ข้าเพียงแค่คิดถึงเจ้า และก็หวังว่าเจ้าจะคิดถึงข้าเช่นกัน”

ประโยคนั้นราวกับมีบางสิ่งระเบิดขึ้นในหัวของมู่เหยา เสียงก้องดังจนนางเห็นเพียงความรู้สึกในแววตาของเขา

นางถึงกับรู้สึกได้ว่าราวกับมีบางสิ่งในอกกำลังจะกระโจนออกมา ทำให้นางตกตะลึงจนนิ่งงันไปชั่วขณะ

และยังเป็นโอกาสที่ชายหญิงสามารถร่วมโต๊ะกันได้โดยไม่ถูกตำหนิ

แต่โดยทั่วไปแล้ว การจัดลำดับที่นั่งจะเรียงตามยศศักดิ์และวงศ์ตระกูล

ตำแหน่งเสี้ยนจู่แห่งแคว้นอวิ๋นมีเพียงนางคนเดียว

ส่วนองค์หญิงนั้นมีอยู่ไม่น้อย

เพราะฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีสนมมากมายทั่วทั้งวังหลัง

เพียงแต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน ฮองเฮาเพิ่งประสูติโอรส ซึ่งเป็นโอรสองค์เดียวในวังหลัง

ทันทีที่ประสูติ ก็ได้รับการสถาปนาจากฮ่องเต้ให้เป็นองค์รัชทายาท ซึ่งปัจจุบันเพิ่งจะมีพระชันษาเพียงห้าปีเท่านั้น

สำหรับอ๋ององค์อื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อพระวงศ์และอนุชาของฮ่องเต้

มีเพียงเยี่ยนสวินผู้นี้เท่านั้นที่เป็นอ๋องต่างสกุล!

“คุณหนู วันนี้ฮูหยินผิงหยางโหวก็จะไปด้วย คุณหนูแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ หากถูกคนอื่นรังแกจะทำอย่างไรเจ้าคะ?”

หนิงจู๋ค่อนข้างกังวล นางอุตส่าห์ไปสืบข่าวมาไม่น้อย

คุณหนูตระกูลอื่นต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณลวดลายงดงาม คุณหนูของนางแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้จะไม่ถูกผู้อื่นเยาะเย้ยหรอกหรือ?

“ตัวเอกของงานในวันนี้คือเหล่าองค์หญิงที่เลือกราชบุตรเขย ข้าแต่งกายโดดเด่นเช่นนั้น เกรงว่าจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่าคิดจะแย่งความเด่น เดี๋ยวแต่งหน้าให้อ่อน ๆ ด้วยเล่า ทำให้ข้าดูเหมือนยังป่วยอยู่”

มู่เหยาพลางพูดพลางนำปิ่นหยกที่เยี่ยนสวินให้เมื่อวานนี้มาปักลงบนมวยผม

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง