เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 59

เพื่อจะได้ไม่เป็นที่น่าสงสัยของผู้คน

“ไม่ทราบว่าซื่อจื่อลู่มีธุระอันใดกับข้าหรือ?” มู่เหยาเอ่ยถามเสียงเบา สำหรับลู่เยวนแล้ว นางชื่นชมเขาอยู่เสมอ

เพราะวันนั้นมีเพียงเขาที่สามารถต่อบทกวีของนางได้

“คุณหนูมู่เปี่ยมด้วยความสามารถด้านบทกวี ข้าชื่นชมในตัวท่านยิ่งนัก เพียงแต่ก่อนจะออกมาวันนี้ ข้าบังเอิญได้ยินท่านพ่อและฮูหยินใหญ่สนทนากัน ว่าวันนี้ท่านพ่ออาจจะใช้บางสิ่งเพื่อทูลขอให้ฝ่าบาทมีราชโองการอีกครั้ง เพื่อให้ได้หมั้นหมายกับคุณหนูมู่ใหม่”

มู่เหยาขมวดคิ้ว ไม่คิดเลยว่าผิงหยางโหวจะยอมทุ่มเทถึงเพียงนี้

นางมองไปยังลู่ยวน “ขอบคุณซื่อจื่อที่แจ้งให้ทราบ เพียงแต่ความปรารถนาของผิงหยางโหวในวันนี้เกรงว่าจะต้องสูญเปล่าเสียแล้ว”

“ซื่อจื่อมีทั้งสติปัญญาและความสามารถเป็นเลิศ ในภายภาคหน้าหากได้สืบทอดตำแหน่งโหว จวนโหวคงจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีกเป็นแน่”

ลู่ยวนฟังคำของนางแล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณสำหรับคำชมของคุณหนูมู่”

มู่เหยาพยักหน้า แล้วหันหลังจากไป

ลู่ยวนก็กลับไปยังที่นั่งของตน แต่เพิ่งจะนั่งลง ก็มีเงาร่างหนึ่งทาบทับลงมาเบื้องหน้า

ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าผู้มาคือใคร

“เจ้าไปหามู่เหยาทำไม!”

เสียงเกรี้ยวกราดของลู่จื้อดังขึ้น ลู่ยวนเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ ใบหน้ายังคงเปี่ยมด้วยท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนเช่นเคย

“หากพี่ใหญ่ต้องการทราบ ไยไม่ไปถามคุณหนูมู่โดยตรงเล่า?”

เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ ลู่จื้อจึงจ้องเขม็งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะลดเสียงลงเตือน

“อย่าคิดว่าตอนนี้เจ้าได้ตำแหน่งซื่อจื่อของข้าไปแล้วจะเหิมเกริมได้ สักวันข้าจะเอามันกลับคืนมา! แล้วก็อย่าคิดจะแย่งของที่เป็นของข้า!”

ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ลู่จื้อก็สะบัดหน้าจากไปอย่างฉุนเฉียว

ลู่ยวนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตามองตามร่างที่เดินจากไป พลางหัวเราะเยาะในใจ

ช่างโง่เง่านัก!

งานเลี้ยงในวังถูกจัดขึ้นในอุทยานหลวง ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลที่ดอกไม้นานาพรรณกำลังเบ่งบานสะพรั่ง

มู่เหยากำลังยืนชมบัวสายที่ลอยอยู่ในสระน้ำ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ทำให้นางเลิกคิ้วขึ้น

ชิงอู้หันกลับไปก่อน พร้อมกับขวางคนผู้นั้นไว้ “คุณชายใหญ่ลู่ โปรดหยุดอยู่ตรงนั้น”

ลู่จื้อขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าระเบียงทางเดินนี้ไม่มีผู้ใดอยู่ เสียงของเขาจึงดังขึ้นไม่น้อย “มู่เหยา เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่!”

มู่เหยาหันมามองเขา สายตาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น “ไม่ทราบว่าคุณชายใหญ่ลู่หมายถึงเรื่องใดหรือ?”

เมื่อเห็นท่าทางไม่ใส่ใจของนาง ลู่จื้อก็รู้สึกขบขัน “สภาพของเจ้าเป็นเช่นนี้ นอกจากข้าแล้วยังจะมีใครต้องการอีก?”

“ตู้ม!”

น้ำกระจายไปทั่วทิศ ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากให้มองมาทางนี้

มู่เหยามองจางซิ่วหรูที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ ขณะที่ลู่จื้อยังไม่ทันตั้งตัว นางก็ได้ส่งสายตาให้ชิงอู้

เดิมทีชิงอู้ยืนอยู่ด้านหลังลู่จื้ออยู่แล้ว เมื่อได้รับสัญญาณจากมู่เหยา นางจึงยกเท้าถีบออกไปทันที!

“ปัง!”

มู่เหยาไอไม่หยุดจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความร้อนใจ “ใครก็ได้! คุณชายใหญ่ลู่กับคุณหนูจางตกน้ำไปแล้ว!”

ชิงอู้ก็ร้องตะโกนขึ้นสองสามครั้งเช่นกัน ก็เห็นผู้คนที่อยู่อีกฝั่งของสระน้ำรีบร้อนวิ่งมาทางนี้

“คุณชายใหญ่ลู่ รีบไปช่วยคุณหนูจางเร็วเข้า!”

เสียงจอแจวุ่นวายทำให้ลู่จื้อที่เพิ่งตั้งสติได้ในน้ำหันไปมองร่างที่กำลังตะเกียกตะกายอีกร่างหนึ่งโดยสัญชาตญาณ

เมื่อเห็นว่าจางซิ่วหรูกำลังจะหมดแรง ลู่จื้อนึกถึงน้องสาวผู้นี้ จึงรีบว่ายเข้าไปหาทันที

เมื่อผู้คนมาถึงกันเกือบหมดแล้ว ลู่จื้อก็อุ้มจางซิ่วหรูที่เปียกโชกไปทั้งตัวขึ้นมาจากน้ำ

วันนี้เพื่อความสวยงาม จางซิ่วหรูจงใจสวมชุดฤดูใบไม้ร่วงที่บางเบา บัดนี้เมื่อเปียกน้ำ เรือนร่างจึงยิ่งแนบชิดกับร่างกายของบุรุษ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง