เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 62

เเต่บัดนี้พอมาเห็นฉากนี้เเล้ว ก็เห็นชัดว่าแอบชอบคุณหนูมู่มาตั้งนานแล้ว!

“ไม่ต้อง ข้าไม่ได้โดนรังแก”

มู่เหยาไอเบาๆทีหนึ่งพลางส่ายหน้า เพิ่งพูดจบก็มีเสื้อคลุมขนสัตว์คลุมร่างนางไว้ทั้งตัว เหลือเเค่หัวที่โผล่ออกมาข้างนอก

คราวนี้ คนที่ลังเลไม่เเน่ใจเมื่อครู่ ก็เข้าใจเเจ่มเเจ้งเเล้ว!

สองคนนี้ต้องมีอะไรกันเเน่ๆ!

จางซิ่วหรูที่มุมปากยกขึ้นอยู่ก่อนเเล้ว ก็หุบลงมาทันทีเมื่อเห็นเยี่ยนสวินคลุมเสื้อคลุมขนสัตว์ให้มู่เหยาด้วยตัวเอง

เเต่สิ่งที่นางนึกถึงมากกว่านั้นคือ เรื่องที่นางเยาะเย้ยมู่เหยาที่หน้าประตูวัง

หากฉู่อ๋องเกิดคิดอะไรขึ้นมา ไม่ใช่ว่านางจะต้องโดน…

พอคิดถึงตรงนี้ จางซิ่วหรูก็ตาเหลือก แล้วเป็นลมล้มพับไปทันที

“ซิ่วหรู!” ฮูหยินใหญ่จางตกใจ รีบเข้าไปประคองร่างนางไว้

ฮองเฮาชายตามองเล็กน้อย ในใจเยาะเย้ย

เป็นคนปากเเข็งเเต่ใจไม่เเข็งจริงๆ

“ดูท่าคุณหนูใหญ่จางจะโดนลมจนร่างกายไม่สบาย ฮูหยินใหญ่จางก็พาคนไปพักผ่อนที่ห้องโถงด้านข้างเถอะ”

ฮูหยินใหญ่จางพูดขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง เเล้วเดินตามเเม่นมในวังไป

“ฝ่าบาท ท่านประทานพระราชโองการให้กระหม่อมตั้งเเต่เนิ่นๆเเล้ว กระหม่อมสามารถพูดออกมาในวันนี้ได้ใช่ไหม” เยี่ยนสวินยืนอยู่ข้างมู่เหยา เเล้วหยิบราชโองการในอกออกมา

ฮ่องเต้กำลังจะพยักหน้า

ทว่ามู่เหยากลับไอออกมาอย่างเเรงทีหนึ่ง “อุ๊บ”

นางเอามือปิดปากโดยไม่รู้ตัว เเล้วก็เห็นฝ่ามือมีสีแดงสด

“เยี่ยน…”

ยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดถัดมา ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือนไป

เห็นเพียงเงาร่างสีม่วงอ่อนร่างหนึ่งที่โอบรัดนางไว้ด้วยความตื่นตระหนก ข้างหูมีเสียงของผู้ชายตะโกนด้วยความกังวลว่า“เหยาเหยา!”

เยี่ยนสวินรับตัวมู่เหยาไว้ในอ้อมแขน นัตย์ตาเต็มไปด้วยความดุร้ายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เเละร่างกายของเขาก็เย็นยะเยือกจนน่ากลัว!

แม้เเต่ชิงอู้ก็ทนเเทบไม่ไหว เเต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของมู่เหยาเมื่อครู่ ก็รีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

“ท่านอ๋อง อาจเป็นพิษในร่างกายของคุณหนู กำเริบเเล้ว!”

เยี่ยนสวินเหลือบมองชิงอู้ พยายามสงบอารมณ์ให้มากที่สุด โอบอุ้มมู่เหยาไว้เเน่น เเล้วหันไปมองฮ่องเต้ “ฝ่าบาท กระหม่อมขอให้เรียกหมอหลวงมาตรวจรักษาพะยะค่ะ!”

ฮ่องเต้เองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของมู่เหยาซีดขาว ก็เลือนรางไปชั่วขณะ

พลันนึกถึงศพของมู่เหอ…

“เรียกหมอหลวง!”

เเต่ละตระกูลก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงรู้สึกหวาดกลัวเเละไม่สบายใจ

ส่วนฮองเฮาใบหน้าเย็นชาเเละเริ่มตรวจสอบ เมื่อเเน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากการวางยาพิษในงานเลี้ยง จึงค่อยโล่งใจ

ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดา มู่เหยาก็ได้รับความช่วยเหลือจากชิงอู้ให้มาคุกเข่ายังกลางท้องพระโรง

“หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเเละฮองเฮาเหนียงเหนียงเพคะ”

เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของนาง เเววตาของฮองเฮาก็ฉายเเววความสงสาร

แม้เเต่ฮ่องเต้ก็แอบถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “มีเรื่องอะไรกันเเน่ ที่ทำให้เจ้าซึ่งเพิ่งฟื้นจากพิษ ต้องมาถึงท้องพระโรงเพื่อขอให้ข้าตัดสิน?”

มู่เหยาหยิบของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ เเล้วยื่นให้ชิงอู้

“พิษที่หม่อมฉันได้รับ ถูกวางไว้ตั้งเเต่เด็ก หม่อมฉันสังเกตุเห็นความผิดปกติเมื่อไม่นานมานี้ เเละได้ทำการสืบสวนมาตลอด ไม่คาดคิดว่าจะสืบไปถึงฮูหยินผิงหยางโหว...”

เมื่อคำพูดของมู่เหยาจบลง ท้องพระโรงก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที

จังซื่อที่นั่งอยู่บนที่นั่ง ใบหน้าซีดเผือดในทันใด รีบมองไปยังผิงหยางโหวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ไม่ ไม่ใช่ หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่เคยวางยาพิษ!”

จังซื่อตัวสั่นเทาคุกเข่าในท้องพระโรง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เป็นนาง นางกำลังใส่ร้ายหม่อมฉัน!”

ฮ่องเต้พิจารณาหลักฐานที่มู่เหยาถวายอย่างละเอียด สีหน้ายิ่งฉายแววดุร้าย

ท่าทางเช่นนี้ย่อมทำให้ผิงหยางโหวคุ้นเคยเป็นอย่างดี!

“ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทราบเรื่องนี้เลย ขอฝ่าบาทโปรดมีพระราชโองการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้คุณหนูมู่ด้วย!”

ผิงหยางโหวสามารถดำรงตำเเหน่งในราชสำนักได้อย่างมั่นคงมาหลายปี ย่อมรู้ดีถึงการชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย เเละเข้าใจที่จะอ่านสีหน้าฮ่องเต้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง