เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 63

ท่าทางของฮ่องเต้ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าหลักฐานที่มู่เหยาส่งขึ้นไปนั้นละเอียดมาก

“ในระหว่างที่หม่อมฉันสืบสวน ยังพบว่ายาที่มอบให้ท่านอาของหม่อมฉันในตอนนั้น เคยเป็นของฮูหยินใหญ่จางที่ให้แก่ฮูหยินผิงหยางโหว ฝ่าบาท หม่อมฉันยังมีพยานด้วยเพคะ!”

“เวลานี้รออยู่ที่ประตูวัง รอฝ่าบาทเรียกตัวเพคะ!”

มู่เหยายืนตัวตรง ทุกถ้อยคำมีพลัง

จังซื่อตกใจ รีบหันกลับไป ชี้ไปยังที่นั่งของฮูหยินใหญ่จาง “ฝ่าบาท นี่ เป็นพี่สะใภ้คนนี้ของหม่อมฉันให้มา ยานั้นเป็นพี่สะใภ้ให้มา นอกนั้นหม่อมฉันไม่รู้อะไรเลยเพคะ!”

ฮูหยินใหญ่จางรู้สึกหน้ามืด ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจนลุกขึ้นจากที่นั่งมายังข้างหน้าจังซื่อ “เจ้าพูดเหลวไหล! เห็นชัดๆว่าเป็นเจ้า!”

เมื่อเห็นคนในครอบครัวทะเลาะกันเอง ทำให้ท้องพระโรงวุ่นวายไม่สงบ

ฮ่องเต้ตวาดเสียงดัง “ทุกคนหุปปาก!”

เสียงตวาดหนึ่งคำ ทำให้ท้องพระโรงกลับคืนสู่ความสงบ

ฮ่องเต้ตบหลักฐานในมือลงบนโต๊ะอย่างเเรง สายตาไม่พอใจมองไปที่มู่เหยา จากนั้นก็เป็นคนอื่นๆในตระกูลจาง

“ฝ่าบาท กระหม่อมขอรับอาสาตรวจสอบเรื่องนี้พะยะค่ะ”

ทุกคนมองตามเสียง เมื่อเห็นคนที่ก้าวออกมา ก็มองไปยังจังซื่อด้วยความเยาะเย้ย

“อ๋อ? ฉู่อ๋องอยากสอบสวนเรื่องนี้”

เเม้เสียงของฮ่องเต้จะเบา เเต่ทุกคนที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นผู้ชาญฉลาด จะไม่ได้ยินน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่เห็นด้วยได้อย่างไร

“กระหม่อมในฐานะสามีของคุณหนูมู่ ย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้ กระหม่อมจะดำเนินการด้วยความยุติธรรมอย่างเเน่นอน จะไม่ลำเอียงและเข้มงวดกับผู้ใดเพราะคุณหนูมู่อย่างเด็ดขาด” เยี่ยนสวินกล่าวเสียงหนักเเน่น สายตาจริงจัง

ดูเหมือนจะไม่ลำเอียงจริงๆ

“อ้ายชิงทุกท่านคิดว่าอย่างไร”

ฮ่องเต้พลันหันสายตาไปยังที่นั่งของบุรุษ ก็ได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันเล็กน้อย

เหล่าขุนนางไม่มีใครอยากรับเผือกร้อนชิ้นนี้เลย!

“กระหม่อมทั้งหลายแล้วแต่ฝ่าบาทจะทรงตัดสินพะยะค่ะ”

คำพูดที่พูดพร้อมกันเป็นเสียงเดียว ทำให้ฮ่องเต้ทรงสลวลด้วยความกริ้ว

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็ให้เจ้าไปสืบสวน เเต่ข้าไม่ต้องการได้ยินแม้แต่คำเดียวว่าเจ้าอคติ”

เยี่ยนสวินยิ้มเเละพยักหน้า “กระหม่อมจะปฏิบัติตามคำสอนของฝ่าบาทอย่างเคร่งครัด”

ฮ่องเต้มองท่าทางที่ไม่เอาไหนของเขา เเล้วโบกพระหัตถ์อย่างไม่สบอารมณ์ “เเยกย้ายเถอะ!”

ขันทีก็เดินหน้าประกาศยุติงานเลี้ยงในวังทันที

ฮูหยินใหญ่จางตกใจจนวิญญาณเเทบหลุดจากร่าง เเต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็หันหน้าไปมองจังซื่อทันที ดวงตาทั้งคู่พุ่งใส่ด้วยความเเดงก่ำ

“เจ้าไม่ยอมรับจริงๆ! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าบอกว่าสินสมรสของมู่เย่ามีมากมาย ให้วางยาที่มีฤทธิ์พิฆาตนางตั้งเเต่เด็ก พอเเต่งเข้าบ้านพวกเจ้าก็ตายพอดี สินสมรสที่เจ้ากลืนกินไปจะเเบ่งข้าครึ่งหนึ่ง ข้าเลยไปช่วยหาสูตรยาให้เจ้า!”

ผู้ที่ไม่เข้าใจมาก่อน เมื่อได้ยินเสียงของฮูหยินใหญ่จางในตอนนี้ ดวงตาก็เต็มไปด้วยความกระจ่างเเจ้ง

สตรีชนชั้นสูงหลายคนต่างก็รู้สึกสงสารมู่เหยา

“จังซื่อผู้นี้คงต้องการครอบครองผลประโยชน์ทั้งหมดคนเดียวใช่ไหม”

“ข้าจำได้ว่าตอนคุณหนูมู่ตกน้ำ พอดีกับตอนที่ข่าวการตายของพ่อแม่นางเพิ่งมาถึง ตอนนั้นคิดว่าเด็กสาวเสียใจมากเกินไปจนไม่ทันระวังจึงตกน้ำ เเต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาจมีเรื่องเเปลกซ่อนอยู่หรือเปล่า”

“สถานที่ที่ตกน้ำตอนนั้นไม่ใช่จวนลู่เหรอ”

หลายคนยังจำความวุ่นวายตอนนั้นได้ เพราะเวลาประจวบเหมาะกันมาก จึงทำให้คนจำได้ไม่ลืม

จังซื่อใบหน้าซีดเผือดลงอีก พลางผลักฮูหยินใหญ่จางที่กำลังยื้อยุดนางอยู่ออกไป

หันหลังกลับไปพร้อมกับเเม่นมฟาง และก้าวเท้าจากไปด้วยความตื่นตระหนก

ฮูหยินใหญ่จางล้มลงบนพื้นอย่างไม่เป็นท่า เรียกได้ว่าเสียหน้ามาก

เเต่ตอนนี้ นางจะไปสนใจเรื่องนี้ได้อย่างไร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง