เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 64

รีบพาจางซิ่วหรูกลับไปอย่างเร่งรีบ ต้องการปกปิดหลักฐานบางอย่างเช่นเดียวกับจังซื่อ

เเต่เยี่ยนสวินได้คาดการณ์ไว้ตั้งนานเเล้ว

ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่รออยู่หน้าขบวนรถม้าของทั้งสองตระกูลแต่เช้าตรู่ และคนที่หามาได้ล้วนเป็นสาวใช้ที่มีวิชาการต่อสู้ ทำให้การเฝ้าระวังในเรือนชั้นในสะดวกขึ้น

คนอื่นๆที่เหลืออยู่เดิมตั้งใจจะเข้ามาปลอบใจ เเต่ก็เกรงใจคนที่ยืนอยู่ข้างกายมู่เหยา

จึงรีบปลอบใจเพียงสองสามประโยค แล้วก็ก้าวเดินจากไป

“ฮูหยินเฒ่าเซียว”

เงาร่างหนึ่งทอดลงมาตรงหน้ามู่เหยา นางถอนสายบัวและเอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม

“เจ้า เจ้าสบายดีไหม”

ได้ยินคำถามด้วยความเป็นห่วงที่ฟังดูแปลกๆ แววตาของมู่เหยาก็ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็ค่อยๆแย้มยิ้ม “ขอบพระคุณฮูหยินเฒ่าที่เมตตา ข้าน้อยสบายดีทุกอย่าง”

เสื้อคลุมขนสัตว์ห่อหุ้มมู่เหยาไว้อย่างเเน่นหนา เผยให้เห็นเพียงใบหน้าเล็กที่ซีดขาวเล็กน้อย

ดูแล้วก็ไม่มีอะไร

ฮูหยินเฒ่าเซียวเมื่อนึกถึงคำพูดของฮูหยินใหญ่จาง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโมโห

เเละเมื่อนึกถึงท่าทางที่เด็กคนนี้อาเจียนเป็นเลือด ก็ตกใจมาก

คิดไปคิดมา ก็จ้องมองลูกชายของตนเองเขม็ง

เยี่ยนสวิน?

“เสด็จเเม่จ้องข้าทำไม” เยี่ยนสวินหลุดขำ รู้สึกงงงวยเล็กน้อย

คำพูดนี้กลับได้รับสายตาขวางจากฮูหยินเฒ่าเซียว

“เเม้เเต่ฮูหยินของตัวเองยังถูกรังเเกขนาดนี้ ข้าว่าเจ้ามันไร้ประโยชน์จริงๆปกป้องคนไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าสู้ไปเเนะนำคนดีๆให้นังหนูคนนี้จะดีกว่า!”

ฮูหยินเฒ่าเซียวพูดอย่างจริงจัง ราวกับจะทำเช่นนั้นจริงๆ

สีหน้าของเยี่ยนสวินพลันซีดเผือดลงทันที

“เสด็จเเม่ ท่านกำลังจะเเย่งคนของลูกหรือ”

ฮูหยินเฒ่าเซียวเยาะเย้ยเบาๆ “เจ้ามีใครให้เเย่ง ไร้ประโยชน์!”

เมื่อเห็นสองแม่ลูกเหมือนจะทะเลาะกันเพราะนาง เเม้ในใจของมู่เหยาจะประหลาดใจ เเต่นางก็ยังก้าวไปข้างหน้าเพื่อคลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้

“ฮูหยินเฒ่า ข้าน้อยไม่ค่อยสบาย อยากกลับไปพักผ่อนก่อน”

เเม้ว่าของเหล่านั้นจะเป็นคนปลอม เเต่การอมไว้ในปากมันก็ไม่สบายเลย

อย่างไรก็ตาม อาการไอของนายยังไม่หายดีจริงๆ

ของของหมอเทวดาเลี่ยว ใช้ดีจริงๆ

เเม้กระทั่งหมอหลวง ยังยืนยันว่านางโดนพิษ!

อันที่จริง หลังจากกินยาบำรุงมาสองสามวัน สารพิษในร่างกายก็ถูกขับออกมาได้เกือบหมดเเล้ว

“โอ้ ได้”

ฮูหยินเฒ่าเซียวเผชิญหน้ากับมู่เหยา คิ้วเเละตาของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

พอหันกลับไปมองเยี่ยนสวิน ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที สีหน้าเย็นชาลง!

“ทำไมเจ้าไม่รีบไปส่งคนกลับบ้าน ไปออกรบมานี่กลายเป็นหัวทึบไปแล้วหรือไง!”

ทันใดนั้นเขาก็เร่งฝีเท้าไปสองสามก้าว หยุดอยู่ตรงหน้านาง และยืนประจัญหน้านาง

มู่เหยาตะลึงกับการกระทำที่กระทันหันของเขา เงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงเล็กน้อย “ท่านอ๋องเป็นอะไรไป”

“ไม่เจอกันหลายวัน เจ้าห่างเหินข้าไปไม่น้อย”

“หะ?”

มู่เหยาไม่เข้าใจความหมายของเขา ทว่าเห็นชายหนุ่มเอนตัวเข้ามาใกล้ทันที “เรียกข้าว่าเยี่ยนสวิน หรืออาสวิน”

“อะ…”

นางตกตะลึง เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เเละสบเข้ากับดวงตาที่สว่างไสวราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนของชายหนุ่ม

มู่เหยาพยายามหลีกเลี่ยงเเสงที่ตรงไปตรงนี้โดยไม่รู้ตัว เเต่เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายมองออกถึงความคิดของนาง

เขายื่นมือออกไปประคองเเขนนางอย่างมั่นคง เเล้วยกนางขึ้นไปบนรถม้า

พอดีกับระดับสายตาของเขา

“ไม่เรียกข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปนะ”

เยี่ยนสวินยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ จ้องมองนางไม่วางตา

“ท่าน ท่านมันไร้ยางอาย”

มู่เหยาไม่สามารถเรียกชื่อเขาได้จริงๆ เเล้วยังถูกเขาจ้องมองเเบบนั้นอีก

แก้มเเดงก่ำจนสามารถผิงไฟได้!

เเววตาของเยี่ยนสวินฉายเเววผิดหวังเเวบหนึ่ง เเล้วก็เปลี่ยนเป็นกล่าวว่า “ในเมื่อเรียกอย่างอื่นไม่ได้ สามีก็น่าจะเรียกได้นะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง