เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 68

“มิสู้เกษียณกลับบ้านเกิดเสียเเต่เนิ่นๆ ใช้ชีวิตสบายๆไม่ดีกว่าหรือ”

จางชิงหยวนหันขวับกลับมาจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเย็นวาบเเล่นไปทั่วเเผ่นหลัง

ไม่รู้ว่าเขานึกถึงอะไร ท้ายที่สุดก็เบิกตาค้างเเล้วหมดสติไป!

“นายท่าน!”

พ่อบ้านรีบโผเข้าไปพยุงรับร่างของเขาไว้ เพื่อไม่ให้ศรีษะกระเเทกพื้น

เยี่ยนสวินมองจางชิงหยวนที่หมดสติไปอย่างเฉยเมย ก่อนจะพาฉางชิงหันหลังเดินจากไป

ส่วนหลิวซื่อที่ยังคุกเข่าอยู่ในห้องโถง เเน่นอนว่ามีคนจากศาลต้าหลี่สอบสวนอยู่ในลานบ้าน

หลังออกจากจวน

ฉางชิงถึงได้เดินเข้ามาใกล้ด้วยความประหลาดใจ “ท่านอ๋อง ใต้เท้าจางสลบไปได้อย่างไร”

เยี่ยนสวินตลบขึ้นรถม้า หลุบตามองฉางชิงที่ยืนเเข็งทื่อพร้อมยื่นสายบังเหียนให้ “คนแก่ก็ชอบคิดมาก มันเกี่ยวอะไรกับข้า”

มุมปากของฉางชิงกระตุก ทำได้เพียงเก็บไปคิดเอง

“กลับจวนอ๋อง ข้าหิวเเล้ว”

ทั้งสองควบม้าออกจากจวนเจ้ากรมพิธีการ

หลังจากนั้น ข่าวที่เจ้ากรมพิธีการหมดสติ เเละจางซิวเจิ้งถูกคนของศาลต้าหลี่พาตัวไป ก็เเพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน จวนผิงหยางโหวก็อยู่ในสภาพอลหม่าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผิงหยางโหวได้ยินว่า จางชิงหยวนซึ่งปกติแล้วเป็นคนที่ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้า แม้จะถูกฮ่องเต้ตำหนิอย่างรุนเเรงในท้องพระโรง กลับถูกเยี่ยนสวินทำให้ตกใจจนหมดสติไป

ยิ่งทำให้ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

ภายในห้องหนังสือเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก สายตาของผิงหยางโหวอดไม่ได้ที่จะหันไปมองลู่ยวนที่ยังคงทำตัวตามปกติตั้งเเต่ได้ยินข่าว

“เจ้าได้ยินข่าวเเล้ว คิดอย่างไรบ้าง”

ลู่ยวนวางตำราในมือลง “ท่านพ่อ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายหญิง”

“เจ้ากรมพิธีการจางอายุมากแล้ว คุณชายใหญ่จางก็ใช้การไม่ได้ ตอนนี้ยังถูกส่งไปคุกศาลต้าหลี่ ต่อให้ได้ออกมา ในภายภาคหน้าคงจะไร้ประโยชน์เเล้ว”

“ส่วนหลิวซื่อ…ตระกูลหลิวได้ตัดขาดญาติกับนางไปนานเเล้ว เพราะนางไม่ช่วยครอบครัว ตอนนี้เกรงว่าตระกูลจางคงต้องเสียสละหลิวซื่อ โดยโยนความผิดทั้งหมดให้หลิวซื่อ หากนายหญิงยังต้องการปกป้องจวนผิงหยางโหว…”

คำพูดข้างหลัง ลู่ยวนก็ไม่ได้พูดต่อ

เเต่ทว่าผิงหยางโหวกลับเข้าใจดี เเละยิ่งกว่านั้น หลังจากที่ครุ่นคิดเเล้วสายตาที่มองลู่ยวนก็เต็มไปด้วยความชื่นชม!

“เจ้าดีกว่าพี่ชายของเจ้าคนนั้น ที่เอาเเต่ยืนกรานขอร้องนายหญิงของเจ้าเสียอีก”

ย้อนกลับไปตอนที่กลับมา

ลู่จื้อเคยมาที่ห้องหนังสือครั้งหนึ่ง ร้องห่มร้องไห้ขอร้องจังซื่อ

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของชายผู้นั้น ลู่ยวนก็หัวเราะเยาะในใจ เเต่บนใบหน้ากลับเเสดงท่าทีหวาดกลัว รีบคุกเข่าลงตรงหน้าผิงหยางโหว ทว่าไม่ยอมก้มตัวลง

“ท่านพ่อโปรดอภัย ลูกไม่ได้ตั้งใจจะสอบสวน แต่เมื่อวันก่อนที่โรงเตี๊ยมบังเอิญไปเจอคุณชายใหญ่จางที่เมาเหล้าเข้า เขาฉุดลูกไว้เเล้วพร่ำบอกว่า ท่านพ่อไม่มีคุณธรรมเหมาะสมกับตำแหน่ง บอกว่า ท่านพ่อโลภมาก…”

ใบหน้าของผิงหยางโหวมืดคล้ำ ในดวงตาค่อยๆสะสมความต้องการฆ่า

เหตุผลที่เขาไม่สงสัยในคำพูดของลู่ยวนนั้น เป็นเพราะเรื่องนั้นนอกจากใต้เท้าท่านนั้นเเล้ว ก็มีเพียงจางซิวเจิ้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นโดยตรงเท่านั้นที่รู้!

ตอนเเรกเขาคิดว่า ได้วางเเผนไว้อย่างสมบูรณ์เเล้ว ต่อให้ถูกตรวจสอบพบอะไร ก็ไม่น่าจะมาถึงตัวผิงหยางโหวอย่างเขาได้

เเต่ไม่คาดคิดเลยว่า จางซิวเจิ้งที่ดูไม่ฉลาดคนนี้ กลับเจ้าเล่ห์ถึงขนาดนี้!

เงียบๆไม่ส่งเสียง ก็ส่งเงินมาให้

คงคิดไว้นานเเล้วว่าจะมีวันนี้ เพื่อจะได้ลากเขาลงน้ำไปด้วย!

คิดไปคิดมา ทุกอย่างก็พังพินาศเพราะผู้หญิงสมองทึบอย่างจังซื่อ!

“เเพศยา!”

ผิงหยางโหวเดินออกไปพร้อมกับความโกรธเต็มขั้น ทิศทางมุ่งตรงไปยังเรือนชิวอิ่งของจังซื่อ

จังซื่อ เดิมชื่อจังชิวอิ่ง

ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจตั้งเเต่เด็กในตระกูลจาง ซึ่งเป็นที่ๆได้ลูกสาวตอนเเก่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง