เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 69

หลังจากนั้นเมื่อได้เเต่งงานกับผิงหยางโหว ชีวิตที่เคยหรูหราฟุ่มเฟือยจึงได้ลดลงบ้าง

เเต่ถึงกระนั้นนิสัยที่เคยหรูหราฟุ่มเฟือยที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก จะเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร ส่วนใหญ่เเล้วก็ยังคงขอเงินบ้านเดิมของตนเอง

นั่นจึงเป็นโอกาสที่จางซิวเจิ้งได้รับ!

“ท่านโหว”

เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่ที่ดังมาจากด้านนอก ทำให้จังชิวอิ่งซึ่งกำลังเศร้าซึมอยู่ในห้องเงยหน้าขึ้นทันที

นางมองเห็นเงาคนที่เดินเข้ามาจากนอกลาน ก็ลุกขึ้นยืนเเละเดินเข้าไปหา “ข้ารู้ ว่าท่านโหวจะต้องไม่…”

“เพี๊ยะ!”

ฝ่ามืออันหนักหน่วง ไม่เพียงเเต่ตบจนคำพูดของจังชิวอิ่งขาดหายไปเท่านั้น เเต่ยังทำให้ใจของนางจมดิ่งลงในพริบตา!

เมื่อมองดูร่างที่ล้มกระเเทกพื้นอย่างเเรง ดวงตาของผิงหยางโหวไม่มีความสงสารเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

เหลือเพียงความโกรธเเค้นเเละเจตนาฆ่า!

สายตาเช่นนี้ทำให้จังชิวอิ่งตกใจจนใจหายวาบไปทั้งตัว นางตัวสั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

“ท่านโหว ทำไมท่านโหวถึงทำกับข้าเช่นนี้ ข้าทำอะไรผิด”

จังชิวอิ่งยกมือขึ้นกุมใบหน้าที่บวมช้ำ แม้อายุจะเลยสามสิบปีมาเเล้ว เเต่นางกลับเเสร้งทำเป็นร้องไห้เเบบเด็กสาว ซึ่งยิ่งดูไม่เข้ากันเเละน่าเกลียด

ทำให้ผิงหยางโหวรู้สึกรำคาญจนทนไม่ไหว

“เจ้าทำอะไรลงไปเจ้าก็รู้ดีเเก่ใจ! ปกติเเล้วเจ้าจะยื่นมือไปขอเงินบ้านเดิมของเจ้าไม่กี่ร้อยตำลึง ข้าก็เเกล้งทำเป็นมองไม่เห็นไม่สนใจ เเต่ไม่คิดเลยว่าคราวนี้เจ้ากล้าเเม้กระทั่งเอาเงินพวกนั้นไป! เอาไปทีหลายหมื่นตำลึง เจ้ามันโง่เง่าเหมือนหมู!”

ดวงตาของจังชิวอิ่งที่เดิมเต็มไปด้วยความคับข้องใจ พอได้ยินสาเหตุเเล้วก็พลันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกเเละรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

“ท่านโหวต้องถูกนังเเพศยาในเรือนหว่านชุนยุยงเเน่ๆ ข้าไม่เคยทำ!”

ผิงหยางโหวขมวดคิ้ว คิดได้ว่าเขาก็เเค่ได้ยินลู่ยวนพูดมาคำเดียวเท่านั้น

จึงได้โมโหเเละรีบวิ่งมา ยังไม่ได้ตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ

สายตาที่มองจังซื่อจึงลดความเป็นศัตรูลงไปบ้าง

“เจ้า”

ยังไม่ทันที่ผิงหยางโหวจะเอ่ยปาก ด้านนอกก็มีเสียงบ่าวรับใช้มารายงานว่า “ท่านโหว คุณชายรองถือสมุดบัญชีของตระกูลมาเเล้วขอรับ”

จังชิวอิ่งเบิกตากว้าง รีบหันหน้าไปทางผิงหยางโหวเเล้วรีบพูดขึ้นว่า “ท่านโหว ข้ารับใช้ท่านมาหลายสิบปี ท่านโหวต้องเชื่อข้านะ ข้าไม่เคยเอาเงินหลายหมื่นตำลึงนั้นเลยจริงๆ!”

“สมุดบัญชีนั่น หลิวหว่านชุนต้องเห็นว่าข้าถูกทางบ้านเดิมทอดทิ้ง เลยต้องการใส่ร้ายข้าเเน่ๆ ข้าไม่เคยทำจริงๆ!”

ผิงหยางโหวเหลือบตามองภรรยาเอกที่นั่งคุกเข่าอ้อนวอนอยู่เเทบเท้า สุดท้ายก็ยังคงมีความใจอ่อนอยู่บ้าง

เเต่เมื่อเทียบกับความใจอ่อนเเล้ว เขากลับห่วงใยตัวเองมากกว่า

ลู่ยวนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนอยู่นอกประตู จ้องมองจังซื่อที่ทรุดนั่งอยู่บนพื้นในสภาพที่ดูไร้วิญาณ

“นายหญิงไม่คิดให้ดี เงินก้อนนี้เป็นการยักยอก ท่านไม่คำนึงถึงจวนผิงหยางโหว ก็อย่าได้โทษท่านพ่อที่โกรธจัดเช่นนี้เลย”

“มันช่าง…ท่านโง่เขลาจริงๆ”

ตอนนี้ในลานบ้านไม่มีคนอื่น ลู่ยวนจึงไม่จำเป็นต้องเเสร้งทำเป็นคนกตัญญูอีกต่อไป

เขาจึงมองจังซื่อด้วยสายตาเย็นชา เตรียมที่จะกระเเทกความเจ็บปวดลงกลางใจนางอย่างหนักหน่วง!

เขาไม่มีวันลืมตอนที่เขายังเด็ก เเละบังเอิญถูกนางทิ้งไว้กลางป่าเขาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ความรู้สึกที่ถูกหมูป่าชนนั้น เขายังจำได้จนถึงบัดนี้ไม่เคยลืม!

จังซื่อเงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย ฟังคำพูดเหล่านั้นทุกถ้อยคำ สายตาของนางก็ค่อยๆชัดเจนขึ้น

เมื่อนางรับรู้ได้ชัดเจนว่าใครกำลังเยาะเย้ยนาง นางก็เชิดคางขึ้น ยืนขึ้นจากพื้นอย่างหยิ่งยะโสเช่นเคย หยิบถ้วยชาบนโต๊ะเเล้วขว้างใส่ลู่ยวนทันที

ลู่ยวนเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อหลบ สายตาเหลือบมองถ้วยชาบนพื้นเล้วหัวเราะเบาๆ “นายหญิงอารมณ์ร้ายเสียจริง เเต่เสียดายที่นายหญิงจนบัดนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักเเละพิจารณา”

“พี่ชายของท่านถูกฉู่อ๋องส่งตัวไปยังศาลต้าหลี่เมื่อหนึ่งชั่วยามที่เเล้ว ประกอบกับเงินที่เข้าจวนผิงหยางโหว ท่านคิดว่าพี่ชายของท่านผู้นี้ จะโยนความผิดทั้งหมดไปให้จวนผิงหยางโหวหรือไม่”

จังซื่อตกตะลึง เเละส่ายหน้าอย่างไม่รู้ตัว

“ไม่ พี่ชายข้าไม่ทำหรอก เขา เขารักข้าที่สุด”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง