“ฮ่าฮ่า”
ท่าทางไร้เดียงสาเช่นนี้ ทำให้ลู่ยวนหัวเราะออกมา
เขายังเเปลกใจด้วยซ้ำว่า คนที่โง่เขลาขนาดนี้ ทำไมเมื่อก่อนท่านเเม่ถึงได้พ่ายแพ้
เเต่เมื่อคิดดูแล้ว ก็เพราะคนตรงหน้าคนนี้มีฐานะทางครอบครัวที่ดีนั่นเอง
แต่ฐานะทางครอบครัวที่ดีนี้ ก็กำลังจะหมดไปเเล้ว!
“ในใจนายหญิงคิดอย่างไร ข้าไม่อาจรู้ได้ เเต่ตอนนี้พี่ชายใหญ่ถูกคุมขังเพราะไปขอความเมตตาให้นายหญิง นายหญิงตัดสินใจเเต่เนิ่นๆเถิด อย่าได้ทำให้พี่ชายใหญ่เเละจวนโหวเดือดร้อนเลย”
หลังจากทิ้งคำพูดเหล่านี้ ลู่ยวนก็หยิบสมุดบัญชีที่พื้นขึ้นมา เเล้วหันหลังเดินจากไป
จังชิวอิ่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้ที่เย็นเฉียบ ในสมองของนางมีเเต่คำพูดที่ลู่ยวนกล่าวซ้ำไปซ้ำมา
เมื่อนึกถึงบ้านเดิมที่คอยช่วยเหลือนางมาตลอด ในดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความกังวล
แต่ลังเลอยู่เพียงชั่วครู่ นางก็พึมพำออกมา เหมือนกำลังหลอกตัวเองว่า “ข้าทำเพื่อลู่จื้อของข้าเท่านั้น ข้าไม่ได้อกตัญญู ข้าไม่ได้ไม่ดูแลพี่ชาย เพียงเเต่พี่ชายก็ควรนึกถึงข้าบ้าง ใช่เเล้ว!”
เมื่อนึกถึงประโยคสุดท้าย จังชิวอิ่งก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด!
นางทำเช่นนี้ก็เพื่อลู่จื้อ!
เมื่อคิดเช่นนั้น ความรู้สึกผิดในใจก็ค่อยๆจางหายไป
นางจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเเละเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เเล้วยังคงเชิดคอวางท่าเป็นฮูหยินจวนโหว เรียกคนที่เฝ้าอยู่นอกบ้านซึ่งเป็นคนของศาลต้าหลี่
“ข้ายินดีที่จะพูดออกมาทุกอย่าง!”
…
มู่เหยานั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มองตัวอักษรที่เขียนในวันนี้ เเล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นางก็เงยหน้าขึ้นมอง
“คุณหนู บ่าวไปถึงตอนที่ท่านอ๋องกำลังเสวยพระกระยาหารค่ำ พอได้ยินว่าคุณหนูส่งซุปนมไป ก็เสวยไปหลายถ้วยเลยเจ้าค่ะ!”
หนิงจู๋บรรยายสถานการณ์ในตอนนั้นอย่างออกรส ทำให้มู่เหยาหัวเราะไม่หยุด
คำพูดเหล่านี้ย่อมถูกชิงอู้ที่ยกชาร้อนเข้ามาในยิน เมื่อได้ยินว่าท่านอ๋องเสวยซุปนม นางก็แทบจะพูดออกมาโดยสัญชาตญาณว่า “ท่านอ๋องไม่ได้เเพ้นมเเพะหรอกหรือ”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่เหยาก็เเข็งทื่อลงทันที
“เขาเเพ้นมเเพะ แล้วยังกินอีกเหรอ”
เมื่อได้สติกลับมา มู่เหยาก็รู้สึกสับสนในใจ
ส่วนชิงอิ่งเเละชิงอู้มองหน้ากันเเล้วยิ้ม “เกรงว่าคุณหนูมู่ให้ยาพิษท่านอ๋อง ท่านอ๋องก็คงจะเสวยลงไปด้วยรอยยิ้ม”
คำพูดนี้เป็นการหยอกล้อเสียมากกว่า ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงไปมาก
“ถ้าเเพ้เเล้ว จะเป็นอย่างไร”
มู่เหยาถามชิงอิ่งด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าจะแค่เกิดผื่นเเดงเท่านั้น นางก็ถอนหายใจโล่งอก
ชิงอู้รีบเดินเข้ามา ปิดประตูอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ความร้อนภายในห้องกระจายออกไป
“คุณหนู ท่านอ๋องมีจดหมายมาบอกให้คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้พระองค์เสวยยาเเละบรรทมไปแล้ว ตรัสว่าถ้าคุณหนูเป็นห่วงมาก พรุ่งนี้ฮูหยินเฒ่าเซียวจะส่งเทียบเชิญมาที่จวน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มุมปากของชิงอู้ก็ปรากฏรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านอ๋องกังวลว่าคนอื่นจะรู้เข้า เเล้วทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูไม่ดี”
มู่เหยารู้ดีว่าชิงอู้อยู่ข้างกายเยี่ยนสวินมานานพอสมควร คำพูดของนางจึงพอจะถือว่าเป็นความหมายของเยี่ยนสวินได้บ้าง
เพียงเเต่คำพูดนี้ ทำให้ใจของมู่เหยาเต้นรัวขึ้นมาโดยไร้เหตุผล
ในใจของนางซับซ้อน ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขาช่างคิดถึงนางถึงเพียงนี้ เเต่สิ่งที่ทำให้มู่เหยาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เขาคำนวณได้เเม่นยำถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“ตอนนี้คุณหนูสบายใจเเล้วใช่ไหม” หนิงจู๋หันกลับมายิ้ม เเล้วจุดธูปไม้ไผ่
ใบหน้าของเยี่ยนสวินแวบเข้ามาในความคิดของมู่เหยา ใบหน้าของนางก็เเดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้าเด็กคนนี้แ! ดูท่าวันหลังต้องหาคู่ให้เจ้าจริงๆเสียเเล้ว จะได้ไม่ต้องมาล้อเลียนข้าตลอดเวลา!”
มู่เหยาบีบแก้ม หนิงจู๋ก็หน้าเเดงก่ำกระทืบเท้า กล่าวอย่างงอนๆว่า “คุณหนู!”
ปฏิกิริยาของเด็กสาวคนนี้ ทำให้มู่เหยาเเละชิงอู้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
หลังจากสนุกสนานกันพักใหญ่ มู่เหยาได้กลิ่นธูปไม้ไผ่ ใจที่เคยหงุดหงิดก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง เเล้วหลับไปอย่างสนิท

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...