วันรุ่งขึ้น
มู่เหยาเพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ เทียบเชิญของฮูหยินเฒ่าเซียวก็ส่งมาถึงประตู ความรวดเร็วนี้ทำให้มู่เหยาค่อนข้างประหลาดใจ
“งั้นบ่าวจะไปตอบกลับจวนเเม่ทัพเจิ้นกั๋วดีไหมเจ้าคะ”
หนิงจู๋มองชิงอู๋ เเล้วหันไปถาม
มู่เหยาพยักหน้า พลางชี้ไปที่ม้วนหนังสือที่วางอยู่ข้างๆ “เจ้าช่วยข้าบอกฮูหยินใหญ่เจียงด้วยว่า ข้าจะไปเยี่ยมฮูหยินเฒ่าเซียวก่อน แล้วค่อยไปขออภัยที่จวนเเม่ทัพภายหลัง”
ในเมื่อนางรับเจียงเจาว่าเป็นศิษย์เเล้ว ย่อมต้องรับผิดชอบเป็นธรรมดา
ช่วงสองสามวันนี้ก็เเกล้งป่วย ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย การไปขอโทษจึงเป็นเรื่องที่สมควร!
“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
หนิงจู๋ถือม้วนหนังสือรีบเดินจากไป ชิงอู้เข้ามาช่วยมู่เหยาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นจึงประคองนางขึ้นรถม้า
เบาะในรถม้าคือเบาะใหม่ มู่เหยามองปราดเดียวก็จำวัสดุได้ ดูเหมือนจะเหมือนกับเบาะในรถม้าของเยี่ยนสวิน
ชิงอู้เห็นความสงสัยในแววตาของนางก็ยิ้ม “ท่านอ๋องให้คนนำมาส่งเมื่อคืนนี้ ทรงกลัวว่าคุณหนูจะโดนลมตอนไปจวนฉู่อ๋อง เเล้วจะทำให้ร่างกายไม่สบายอีก”
มู่เหยาหลุบตาลง ลูบเบาะนุ่มใต้ตัว ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง
เยี่ยนสวินเขา…เหตุใดจึงดีกับนางเช่นนี้
ทั้งที่คนทั้งสองเห็นๆอยู่ว่าเป็นเพียงเเค่ความร่วมมือเท่านั้น
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ใจของมู่เหยาก็เริ่มไม่มั่นคง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแผ่ซ่านอยู่ในอก
เเต่เพียงชั่วพริบตา นางก็เก็บความรู้สึกนั้นลงไป
เรื่องของบิดามารดา การตายของท่านอา เเละเรื่องของท่านตาทางนั้น…เรื่องราวมากมายปะปนกัน มู่เหยาในตอนนี้ไม่มีเวลาว่างที่จะมาพูดถึงเรื่องความรักเลยจริงๆ
เมื่อเก็บซ่อนความคิดเหล่านั้น มู่เหยาก็เปิดมุมม่านรถม้า มองดูตลาดที่ค่อยๆคึกคักขึ้นเรื่อยๆ แววตาค่อยเผยความผ่อนคลายออกมา
ไม่นาน รถม้าก็มาถึงหน้าประตูจวนฉู่อ๋อง
มู่เหยาเข้าไปในประตูภายใต้การนำของชิงอู้ ทันทีที่เข้าไป ก็เห็นแม่นมฟางผู้ดูแลฮูหยินเฒ่าเซียว ถือกระเป๋าน้ำร้อนเเละเสื้อคลุมหนาเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“โถ คุณหนูเหตุใดจึงได้เเต่งตัวบางเช่นนี้”
แม่นมฟางร้องเรียกอย่างเป็นห่วง เเล้วรีบมาถึงหน้ามู่เหยา ยัดกระเป๋าน้ำร้อนใส่มือมู่เหยา
เดิมตั้งใจจะเอาเสื้อคลุมหนามาคลุมให้ด้วย เเต่เมื่อเห็นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกที่มู่เหยาสวมอยู่ ก็ชักมือกลับไปในที่สุด
มู่เหยากระพริบตา รับของมา เเล้วถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ไว้ในอ้อมเเขน “ฮูหยินเฒ่าทราบได้อย่างไรว่าด้านหน้าข้าหนาว”
หลังจากที่ท่านอ๋องเฒ่าเซียวผู้ล่วงลับเสียชีวิตในสนามรบ ฮูหยินเฒ่าเซียวก็กัดฟันอย่างเด็ดเดี่ยว ให้เยี่ยนสวินผู้มีอายุเพียงสิบหกปีออกรบ
เยี่ยนสวินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สิบเจ็ดปีก็เป็นเเม่ทัพหนุ่มเเล้ว ปัจจุบันอายุเพียงยี่สิบเอ็ดหรือยี่สิบสองเท่านั้น
ส่วนมู่เหยาก็เพิ่งจะสิบหก ย่างสิบเจ็ด
ฮูหยินเฒ่าเซียวดูเเลตัวเองเป็นอย่างดี เเม้จะอายุสี่สิบปี ใบหน้าก็ยังคงสวยงามเหมือนคนอายุยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี
“ฮูหยินเฒ่าสวย ข้าน้อยมองเพลิน ขอฮูหยินเฒ่าโปรดให้อภัย”
คำพูดนี้สำหรับฮูหยินเฒ่าเซียวเเล้ว ไม่ต่างอะไรกับคำเยินยอที่ได้ยินประจำ เเต่ไม่รู้ทำไม พอได้ยินจากปากของมู่เหยาแล้วกลับรู้สึกมีความสุข
“ปากหวาน” ฮูหยินเฒ่าเซียวอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น แม้เเต่การรับประทานอาหารก็ยังช้าลงกว่าเดิม
ในวัยเเละสถานะของนางตอนนี้ อยากจะทำอะไรตามใจก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามที่ใจต้องการ
วันนี้ถูกชมเชยเช่นนี้ ฮูหยินเฒ่าเซียวก็ยังอยากจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในใจของเด็กสาวคนนี้
แม้ว่าจะรับประทานอาหารเช้ามาเเล้ว เเต่มู่เหยาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยังคงรับประทานไปอย่างช้าๆ
โชคดีที่ฮูหยินเฒ่าเซียวไม่ได้คีบอาหารมาให้นางอีก มิฉะนั้นคงกินไม่ไหวจริงๆ
“เหตุใดท่านเเม่ถึงไม่เรียกลูกชายมาร่วมรับประทานอาหารด้วยเล่า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...