คนยังไม่มา เสียงก็มาถึงก่อน
ฮูหยินเฒ่าเซียวเหลือบมองเยี่ยนสวินที่เดินเข้ามาในประตู พร้อมกับกลอกตาครั้งใหญ่ “ท่าทางร้อนรนแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเหมือนใคร”
ทันทีที่เยี่ยนสวินเข้ามาในประตู สายตาก็จับจ้องไปที่มู่เหยาไม่ละไปไหน เมื่อได้ยินคำพูดของฮูหยินเฒ่า ก็ยิ้มพร้อมกับเลิกคิ้ว “ย่อมเหมือนท่านแม่”
ฮูหยินเฒ่าเซียวชายตามองเขาอย่างเบื่อหน่ายที่จะพูดอะไรอีก เเต่ก็ยังให้เเม่นมฟางไปเอาชามตะเกียบมา
ทันทีที่เยี่ยนสวินเข้ามา มู่เหยาก็รีบมองเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากเเน่ใจว่าเขาไม่ได้ไม่สบายเพราะซุปนมเมื่อคืน จากนั้นจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
นางก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆ ไม่กล้าที่จะมองไปทางเยี่ยนสวินมากนัก
ทำให้บางคนรู้สึกกระวนกระวายใจ
เมื่อเห็นนางไม่มองเขา เยี่ยนสวินก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย คิดว่าเมื่อก่อนเด็กสาวคนนี้มาขอความร่วมมือกับเขา ก็ดูไม่เกรงกลัวอะไรเลย
เเล้วทำไมตอนนี้ถึงได้กลายเป็นขี้กลัวไปได้
“เมื่อเช้านี้ ศาลต้าหลี่ได้ส่งข่าวมาว่า ฮูหยินผิงหยางโหวได้เขียนคำฟ้องร้อง กล่าวว่านางถูกฮูหยินใหญ่จางยุยงให้ทำผิดพลาด โดยไม่ทราบสาเหตุของตัวยา”
“ผิงหยางโหวเข้าวังเมื่อคืนนี้ ไม่ทราบว่าไปทำอะไรให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว ตอนนี้เกรงว่ายังคงคุกเข่าอยู่ในห้องทรงพระอักษร ยังไม่ได้ออกมา”
คำพูดของเยี่ยนสวิน ทำให้มู่เหยาขมวดคิ้ว
“ฮูหยินผิงหยางโหวตั้งใจจะผลักภาระความผิดทั้งหมดไปให้ฮูหยินใหญ่จางใช่ไหม”
เยี่ยนสวินพยักหน้า “ตอนนี้ก็เป็นเช่นดังกล่าว”
สำหรับผลลัพธ์นี้ แม้มู่เหยาจะคาดการณ์ไว้บ้าง เเต่ก็ไม่คิดว่าจังซื่อจะโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้
ต้องรู้ว่า ถ้านางพูดไปเช่นนี้
คนที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเเค่ฮูหยินใหญ่จางเท่านั้น เเต่ตระกูลจางก็จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดด้วย
ต้องรู้ว่า…ตระกูลจางช่วงไม่กี่ปีมานี้รุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อให้จางชิงหยวนเจ้ากรมพิธีการจะซื่อสัตย์สุจริตเพียงใด เเต่ไม่มีใครที่ไม่คิดโลภ
ประกอบกับจางซิวเจิ้งที่เป็นคนไร้ประโยชน์ ทว่าตระกูลจางกลับยังคงมีอิทธิพลในราชสำนักมากขนาดนี้
ใครใช้สมองคิดสักหน่อยก็คงเดาออกได้บ้าง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฮ่องเต้ที่ต่อสู้ฟันฝ่ามาด้วยตัวเอง!
อีกสักครู่ข้าจะไปที่เรือนจำศาลต้าหลี่ เจ้าจะไปกับข้าไหม
มู่เหยาประหลาดใจเล็กน้อย “ข้าไปได้ด้วยหรือ”
บางคำพูด นางก็อยากจะถามฮูหยินใหญ่จางจริงๆ
เยี่ยนสวินพยักหน้า วางชามเเละตะเกียบลง “ได้สิ บางคำที่ข้าไม่สะดวกถาม เจ้าสามารถถามได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น มู่เหยาก็พยักหน้าต้อนรับ “ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปกับท่าน”
การปกป้องแผ่นดิน เป็นความปราถนาในใจของเเม่ทัพทุกคน
เพียงแต่เขาทำผิดต่อนางเพียงคนเดียวเท่านั้น
…
บนรถม้า
มู่เหยานั่งตรงข้ามกับเยี่ยนสวิน ได้กลิ่นธูปหอมในรถม้าจึงรู้สึกง่วงนิดหน่อย จึงปิดปากหาวเล็กน้อย
“เมื่อคืนนอนดึกมากหรือ”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น มู่เหยาตื่นขึ้นมาทันที เเล้วส่ายหน้า
ท่าทางที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วนี้ทำให้แววตาของเยี่ยนสวินปรากฏรอยยิ้ม
“ครั้งก่อนเห็นเจ้าชอบกินเลยให้คนส่งมาจากเจียงหนานเพิ่มอีก อ้อ ใช่เเล้ว ระหว่างทางเจียงมั่วเหยียนยังเจอท่านตาของเจ้าด้วยนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ มู่เหยาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย “ท่านตาของข้าสบายดีไหม”
เมื่อเห็นใบหน้าของนางอยู่ตรงหน้า เยี่ยนสวินก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
หลังจากได้สติ เขาก็หันหน้าหนีโดยไม่รู้ตัว
“เจียงมั่วเหยียนเห็นท่านตาของเจ้าเเละคนอื่นๆอยู่ห่างๆดูมีกำลังใจดี เเต่ผู้ที่เดินทางมาด้วยกันล้วนเป็นคนชรา ผู้หญิงเเละเด็กเล็ก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะช้าลงบ้าง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...