เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 75

เยี่ยนสวินไม่พูดอะไร พานางหันหลังเดินจากไป

หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว เสียงเสียใจของผู้หญิงก็ดังมาจากด้านหลัง “ข้าจะสารภาพทุกอย่าง ข้ายินดีพูดทุกอย่าง!”

มู่เหยาหลุบตา ดึงชายกระโปรงจัดระเบียบ เดินออกจากความมืดมิด ก้าวเข้าสู่เเสงเเดด

ชั่วขณะหนึ่ง เเสงเเดดค่อนข้างเจิดจ้าจนเเสบตา

ในขณะที่นางกำลังปรับตา คนที่ยืนอยู่ข้างๆก็หันมาบังเเสงจ้าบางส่วนไว้

“ทำไมไม่ถามตรงๆล่ะ”

เยี่ยนสวินเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอ ถ้าเป็นผู้ชาย เขาคงทรมานด้วยการลงโทษไปนานเเล้ว

เเต่บังเอิญเป็นภรรยาขุนนางทั้งหมด จัดการได้ยากจริงๆ เขาจึงพามู่เหยามาด้วย

ไม่คาดคิดว่า นางจะอ้อมค้อมขนาดนี้

“ไม่จำเป็นต้องถามตรงๆในฐานะผู้หญิง ในฐานะเเม่ มีเรื่องให้กังวลมากเกินไป ถ้าโจมตีจากภายใน เมื่ออีกฝ่ายจิตใจพังทลายลงมา ก็จะพูดเรื่องบางอย่างที่พวกเราไม่รู้”

ยิ่งไปกว่านั้นมู่เหยามองออกว่าแม้ฮูหยินใหญ่จางจะรักจางซิวเจิ้งอย่างลึกซึ้ง เเต่นางก็รักลูกของตัวเองมากกว่า

นางรู้ดีว่าจังซื่อไม่ใช่คนดี ไม่อย่างนั้นจางจิ้งหรูเเสดงความหมายต่อลู่จื้อชัดเจนขนาดนั้น ทำไมไม่เเต่งงานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้เเน่นเเฟ้นขึ้น

ไม่มีอะไรมากไปกว่าการไม่อยากให้ลูกสาวต้องทนทุกข์ทรมานจากจังซื่อ

อยากให้ลูกปลอดภัยเเละราบรื่น

“ดูเหมือนว่า ข้าคงต้องเรียนรู้จากคุณหนูมู่เยอะหน่อย เรื่องการโจมตีจากภายในจิตใจเป็นหลัก”

คำพูดของเยี่ยนสวินมีความหมายเเฝง มู่เหยาสบเข้ากับรอยยิ้มในดวงตาของเขา หัวใจเต้นผิดจังหวะไปครึ่งก้าว

นางเบือนสายตาออกไป พลางเอ่ยถามเสียงเบา “จังซื่อล่ะ”

“อยู่ที่จวนผิงหยางโหว ถ้าเจ้าอยากไป ข้าจะพาเจ้าไป”

มู่เหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เเล้วพยักหน้า

นางไม่ได้ถามว่า ทำไมจังซื่อถึงไม่ถูกนำตัวมาที่เรือนจำศาลต้าหลี่ เเต่ถูกคุมขังไว้ที่จวนโหว

คงเป็นเพราะผิงหยางโหวขอความเมตตา เกรงว่าจังซื่อจะพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด

เยี่ยนสวินมองท้องฟ้า ตลบตัวขึ้นหลังม้า เมื่อเห็นมู่เหยากำลังจะขึ้นม้า จึงเอ่ยถามว่า “จะไปทานอาหารที่หอจิ่วเซียงก่อนไหม”

มู่เหยามองเเสงเเดดที่ร้อนจัด ซึ่งเป็นเวลาเที่ยงวันพอดี

เยี่ยนสวินถามเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าเเปลก

“ไปที่จวนผิงหยางโหวเถอะ เรื่องสำคัญกว่า”

มู่เหยาไม่อยากเสียเวลา เผื่อมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก

“ตามใจเจ้า” เยี่ยนสวินหัวเราะเบาๆ บังเหียนในมือขยับเล็กน้อย นำทางไปก่อน

“ไปเถอะ”

มู่เหยาทรงตัวไม่มั่นคง เกือบจะกลิ้งตกจากรถม้า โชคดีที่ชิงอู้ตาไวเเละมือไวคว้าตัวนางไว้ได้ทัน

“ซี้ด”

หน้าผากกระเเทกเข้ากับผนังรถ ทำให้นางสูดหายใจด้วยความเจ็บปวด

“ไม่เป็นไร?”

ม่านรถถูกดึงออก เสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเป็นห่วงดังเข้ามา

มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาที่ห่วงใยของเยี่ยนสวิน พลางยกมือขึ้นลูบหน้าผากโดยไม่รู้ตัว “ข้าไม่เป็นไร ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไร เเค่จู่ๆมีเด็กเล็กวิ่งพรวดออกมา วันนี้น่าจะไปจวนผิงหยางโหวไม่ได้เเล้ว มิสู้ให้ข้าพาเจ้าไปทานมื้อเที่ยงไหม”

น้ำเสียงของเยี่ยนสวินฟังดูเรียบเฉย เเต่มู่เหยาได้ยินความหมายอื่นเเฝงอยู่

สายตาของนางเหลือบมองไปด้านหลังชายหนุ่ม พอมองเห็นฉางชิงกำลังประคองเด็กคนหนึ่งให้ลุกขึ้น เด็กคนนั้นเเต่งกายเหมือนขอทาน เเต่ใบหน้าเเละมือกลับสะอาดผิดปกติ

ดูเหมือนจะรีบร้อนวิ่งมาขวางหน้ารถม้า หรือไม่ก็ตั้งใจจะชนรถม้าเพื่อเรียกเงิน

เเต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ล้วนมีเจตนาที่จะถ่วงเวลาพวกเขาไว้

“ดี เช่นนั้นก็รบกวนท่านอ๋องเปลี่ยนเส้นทางเเล้ว”

มู่เหยามีความสงสัยอยู่ในใจว่า เด็กคนนี้ใครเป็นคนส่งมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง