เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 76

เกรงว่าหากพวกเขาไปที่จวนผิงหยางโหวในยามนี้ จังซื่อจะพลั้งปากพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนก ซึ่งจะทำให้จวนโหวต้องพัวพันกับเรื่องใหญ่โต

“ได้” เยี่ยนสวินยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะปล่อยม่านลงเป็นสัญญาณให้ฉางชิงไปจัดการให้คนจากไป

ฉางชิงให้เงินทองแดงไปสองสามอีแปะ เด็กน้อยก็กระโดดโลดเต้นวิ่งจากไปด้วยความยินดี

พวกเขาจึงเปลี่ยนทิศทางในทันที มุ่งหน้าไปยังหอจิ่วเซียง

ในตรอกลึกไม่ไกลนัก หญิงคนหนึ่งเห็นลูกชายวิ่งกลับมา ก็รีบดึงตัวมาถาม “นายท่านผู้นั้นได้ตีเจ้าหรือไม่?”

เด็กน้อย หรือก็คือเด็กขอทานคนนั้นส่ายหน้า พลางแบมือออกอย่างมีความสุข ในนั้นมีทองแดงอยู่ห้าหกอีแปะ “มีพี่ชายผิวคล้ำคนหนึ่งให้ทองแดงข้าด้วยขอรับ!”

แววตาของหญิงคนนั้นฉายแววโลภ ก่อนจะหันไปมองหญิงชราที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“นายท่าน เท่านี้พอแล้วใช่หรือไม่? เงินรางวัลที่เราตกลงกันไว้...”

ไม่ทันที่หญิงคนนั้นจะพูดจบ เงินแท่งหนึ่งก็ถูกโยนลงมาที่เท้าของนาง

เมื่อนางเก็บเงินขึ้นมาอีกครั้ง ก็ไม่เห็นร่างของหญิงชราผู้นั้นแล้ว จึงรู้สึกประหลาดใจ “เหตุใดแม่เฒ่าจึงมีวรยุทธ์ด้วยเล่า?”

ทว่านางก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หยิบเงินแล้วก็พาลูกชายกลับบ้านอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน ณ จวนผิงหยางโหว

เมื่อแม่นมฟังประคองถาดอาหารเข้ามาในห้อง ก็เห็นจังซื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเหม่อลอย น้ำชาที่วางอยู่ข้างมือก็เย็นชืดไปแล้ว

แม่นมฟังถอนหายใจ “ฮูหยิน... คุณหนู อย่างน้อยก็ทานอะไรสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ต่อให้เป็นเช่นนี้ ท่านก็ต้องดูแลร่างกายของตนเองบ้างนะเจ้าคะ”

จังซื่อค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นแววตาห่วงใยของแม่นมฟัง ก็ยิ่งรู้สึกเย็นเยียบในใจ

“เจ้าดูสิ เมื่อก่อนเพื่อที่จะได้มีหน้ามีตา เขาถึงกับไปคุกเข่าอ้อนวอนอยู่หน้าบ้านท่านพ่อข้าถึงสามวันจึงได้ข้ามาเป็นภรรยา ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นมา เจ้าเดาซิว่าเขาจะหย่ากับข้าหรือไม่?”

แม่นมฟังตกใจจนมือสั่น ถ้วยชามในถาดเกือบจะหล่นลงพื้น!

นางรีบวางถาดลงบนโต๊ะ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่หางตาของจังซื่อ พลางถอนหายใจอย่างสงสาร “คุณหนู ท่านโหวคงไม่ทำถึงขนาดนั้นกระมังเจ้าคะ ขอเพียงท่านทำตามที่ท่านโหวบอก ปัดความผิดทั้งหมดไปให้ผู้อื่น ทุกอย่างก็จะยังคงเหมือนเดิมเจ้าค่ะ”

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของแม่นมฟังก็รู้ดี

ต่อให้ปัดความผิดทั้งหมดไปให้หลิวฉิงฮวน ชื่อเสียงในวันข้างหน้าก็คงไม่ดีไปกว่าเดิมเท่าใดนัก

ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้า หากต้องไปร่วมงานเลี้ยงใด ก็อาจจะถูกเยาะเย้ยถากถางอย่างหนัก

คุณหนูของนางหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีมาตั้งแต่เด็ก ในใจย่อมทนไม่ได้เป็นแน่

ยังไม่ทันจะก้าวข้ามธรณีประตู ก็ได้ยินเสียงวางอำนาจของจางซิ่วหรูดังออกมาจากข้างใน

“ต่อไปนี้ ข้าคือฮูหยินของจวนโหวแห่งนี้ พวกเจ้าจงคิดให้ดี ว่าต่อไปใครกันแน่ที่จะเป็นผู้กุมอำนาจในจวนโหวแห่งนี้!”

วาจาโอหังเช่นนี้ ทำให้ไฟในใจของจังซื่อพลุ่งขึ้นสูงทันที

ยิ่งเมื่อรวมกับเรื่องของหลิวฉิงฮวนในงานเลี้ยงก่อนหน้า จังซื่อจึงพรวดพราดเข้าไปตบหน้านางอย่างแรงฉาดใหญ่!

“นังสารเลว ข้ายังไม่ตายนะ! เจ้ากล้ามาตั้งตัวเป็นใหญ่แล้วรึ!”

หลิ่วซีอินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นจางซิ่วหรูล้มลงไปกองกับพื้น มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย

“ท่าน ท่านป้า ท่านออกจากเรือนไม่ได้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” จางซิ่วหรูเอามือกุมใบหน้าพลางลุกขึ้นจากพื้น สายตาตื่นตระหนกไม่กล้าสบตากับจังซื่อ

แต่ความหวาดหวั่นบนใบหน้าของนางนั้น ทำให้จังซื่อแค่นเสียงเย็นชา “ทำไม ข้าออกจากเรือนไม่ได้ แล้วเจ้าก็คิดว่าตอนนี้ตระกูลลู่เป็นของเจ้าแล้วอย่างนั้นรึ?”

“จางซิ่วหรู เจ้าช่างไม่ต่างอะไรกับแม่ของเจ้าที่เป็นนังแพศยานั่นเลยจริง ๆ ยังไม่ทันได้แต่งเข้าตระกูลลู่ของข้า ก็รีบเร่งเพียงนี้ หรือว่าเจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแล้ว?”

จังซื่อประคองตัวนั่งลงบนที่นั่งหลักโดยมีแม่นมฟังช่วยพยุง ก่อนจะเหลือบมองไปทางพ่อบ้าน

พ่อบ้านก็โบกมือให้เหล่าบ่าวรับใช้ที่มาชุมนุมกันสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงจังซื่อและคนของนางไม่กี่คน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง