เยี่ยนสวินเป็นแม่ทัพ คนที่เขาพึงใจย่อมต้องเป็นคนที่สามารถควบม้าเคียงข้างเขาในสนามรบได้ แต่นางเป็นเพียงบุตรีของขุนนางฝ่ายบุ๋น เกรงว่าคงไม่ใช่สตรีในแบบที่เขาชมชอบ
ส่วนเรื่องราวที่ผ่านมามากมายนั้น อาจเป็นเพียงการแสดงให้คนที่ซุ่มอยู่ในเงามืดดูเท่านั้น
“มู่เหยา เจ้าโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่?” เยี่ยนสวินนั่งตัวตรง ขมวดคิ้วแน่น
คำพูดนั้นทำให้มู่เหยาได้สติในทันใด ราวกับกำลังถูกเขาไต่สวนอยู่ในศาล
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องหมายถึงเรื่องใดหรือเจ้าคะ?”
มู่เหยาวางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า สบสายตาที่เขามองมาตรง ๆ แววตาแฝงความไม่เข้าใจ
ท่าทีเช่นนี้ทำให้เยี่ยนสวินหัวเราะด้วยความโกรธ อยากจะจับคนตรงหน้ามาไว้ในอ้อมแขน แล้วเปิดสมองดูให้รู้แน่ว่าข้างในนั้นบรรจุอะไรไว้กันแน่!
“ข้าย่อมหมายถึงเรื่องที่ข้ามีใจให้เจ้า เจ้าไม่รู้จริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่?”
มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าของมู่เหยากำแน่นขึ้น นางสบเข้ากับแววตาจริงจังของเขาโดยตรง ไม่เห็นร่องรอยของการเสแสร้งแม้แต่น้อย
ในใจของนางเกิดระลอกคลื่น ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าควรจะตอบเช่นไร
“มู่เหยา เจ้าเป็นคนรอบคอบในทุกเรื่อง แต่เหตุใดจึงมีเพียงความรู้สึกของข้าที่เจ้าเลือกจะเมินเฉย?”
“หรือเจ้าคิดว่าข้าก็เหมือนกับลู่จื้อผู้นั้น ที่วันหน้าจะทรยศเจ้า”
มู่เหยาไม่พลาดที่จะเห็นแววตาเจ็บปวดที่ฉายวาบขึ้นในแววตาของเยี่ยนสวิน ขณะที่เขาพูดถ้อยคำเหล่านี้
นางอ้าปาก ทว่าในหัวกลับขาวโพลน หากเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นเพียงการแสดงอย่างที่นางเคยเข้าใจ แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่ทั้งจริงจังและจนปัญญาของเขาในยามนี้ นางกลับพูดจาให้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำ!
ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปาก เสียงของลุงหวังก็ดังขึ้นจากนอกห้องส่วนตัวในหอสุรา
“คุณหนู อนุหลิ่วแห่งจวนผิงหยางโหวคุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูจวนสกุลมู่ ขอร้องให้คุณหนูโปรดเมตตาขอรับ”
“ว่ากระไรนะ?”
มู่เหยาลุกขึ้นอย่างประหลาดใจ รีบเดินไปเปิดประตู “เหตุใดนางจึงไปคุกเข่าอยู่ที่หน้าจวนสกุลมู่?”
เมื่อเห็นนางจงใจลุกขึ้นเพื่อตีจาก เยี่ยนสวินก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบ ๆ ลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมาคลุมให้บนร่างของนาง “ไปคุยกันระหว่างทางเถิด”
พูดจบ เขาก็พาฉางชิงเดินนำออกจากห้องไปก่อน
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเมื่อครู่ ในใจของมู่เหยาก็รู้สึกโล่งอก
นางไม่ใช่ต้องการจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง เพียงแต่...คนเราเจ็บปวดครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ไม่กล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครไปอีกจริง ๆ
นางคิดว่า เยี่ยนสวินเพียงแค่ร่วมมือกับนางเท่านั้น
แต่ยามนี้...กลับคาดไม่ถึงว่าเขาจะเปิดอกพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทำเอานางตั้งตัวไม่ติดอยู่บ้าง
ตอนที่กำลังจะขึ้นรถม้า นางเห็นเยี่ยนสวินยังคงตั้งใจจะไปส่งนางกลับจวน จึงหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอ๋องยังมีราชการต้องทำ ไม่จำเป็นต้องไปส่งข้ากลับจวนเจ้าค่ะ เรื่องของจวนสกุลมู่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านอ๋องแน่นอน”
เยี่ยนสวินพยักหน้า เขารู้ดีว่าการตามไปในเวลานี้ไม่เหมาะสม
จึงสั่งให้ฉางชิงคอยติดตามไปห่าง ๆ และถือโอกาสดูด้วยว่าอนุหลิ่วผู้นั้นกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระอะไรอยู่!
เมื่อมู่เหยากลับมาถึงจวนสกุลมู่ ก็พบว่าด้านนอกมีผู้คนมามุงดูจนแน่นขนัด ทุกคนต่างยืดคอรอคอยชมเรื่องสนุก
มู่เหยาไม่ได้ทำตามคำแนะนำของลุงหวังที่ให้เข้าจวนจากประตูหลังก่อน แต่กลับพาชิงอู้ลงจากรถม้าทันที
“คุณหนูสกุลมู่มาแล้ว!”
“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว!”
“ข้าว่าแล้วเชียว ใต้เท้าจางกับท่านโหวล้วนเป็นผู้มีเมตตา จะลอบวางยาพิษได้อย่างไร ต้องมีคนใส่ร้ายป้ายสีเป็นแน่!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสาย แต่มู่เหยาไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจ นางเดินฝ่าฝูงชนไปหยุดอยู่เบื้องหน้าหลิ่วซีอิน
“อนุหลิ่วตะโกนเรื่องอันใดอยู่รึ?”
นางยืนอยู่ห่างออกมาเล็กน้อย สายตาทอดต่ำลงมองผู้ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น กิริยาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที
“ที่อนุหลิ่วมาตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าจวนสกุลมู่ของข้า ต้องการจะบอกทุกคนว่าเรื่องวางยาพิษทั้งหมดเป็นฝีมือข้าที่วางแผนขึ้นเองแต่เพียงผู้เดียว เพื่อใส่ร้ายผู้อื่นอย่างนั้นรึ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...