เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 79

หลิ่วซีอินอึ้งไป น้ำตาที่ตั้งใจจะแสร้งทำเป็นน่าสงสารก็กลั้นกลับเข้าไป

นางคาดไม่ถึงว่าท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ มู่เหยาจะไม่หลบเลี่ยงไปให้ผู้อื่นมาขับไล่นาง แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยตนเอง

“พี่หญิง...”

ชิงอู้ขัดจังหวะขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อนุหลิ่ว คุณหนูของข้าเป็นถึงเสี้ยนจู่ บิดาก็คือจงซู่กงที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง มารดาก็เป็นฮูหยินผู้สูงศักดิ์ ไม่เคยมีสายเลือดผูกพันกับอนุชั้นต่ำ ขออนุหลิ่วโปรดเข้าใจด้วย”

เมื่อนามของจงซู่กงถูกเอ่ยขึ้น เสียงซุบซิบเยาะเย้ยโดยรอบก็เบาบางลง

ท้ายที่สุดแล้ว ในปีนั้นมู่เหอเคยช่วยชาวเมืองอวิ๋นให้พ้นจากมหันตภัย ถึงแม้พวกเขาอยากจะดูเรื่องสนุก ก็ทำได้เพียงแอบซุบซิบกันไม่กี่คำเท่านั้น

“บ่าว...บ่าวไม่รู้ความเองเพคะ ขอเสี้ยนจู่โปรดอภัยให้บ่าวด้วย”

“ที่บ่าวมาในวันนี้ เพียงหวังว่าเสี้ยนจู่จะเห็นแก่ที่เคยมีวาสนาเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลลู่ โปรดอย่าให้ท่านแม่สามีต้องไปติดคุกที่ศาลต้าหลี่เลยนะเพคะ ตอนนี้ท่านแม่สามีก็ได้รับบทเรียนแล้ว หากเสี้ยนจู่ยังระลึกถึงที่ท่านแม่สามีเคยดูแลเสี้ยนจู่มาหลายต่อหลายครั้ง จะช่วยทูลท่านอ๋องแทนสักสองสามคำได้หรือไม่เพคะ? โปรดยกโทษให้ท่านแม่สามีด้วยเถิด!”

พูดจบ หลิ่วซีอินก็โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง หน้าผากของนางก็แดงก่ำ ในดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ชวนให้ผู้คนสงสารจับใจ

“คดีนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านเซี่ยหนี้แห่งศาลต้าหลี่ เรื่องการวางยาพิษก็ได้สืบสวนจนกระจ่างแจ้งแล้ว ความหมายในคำพูดของอนุหลิ่วเยี่ยงนี้ หรือว่าอยากให้ข้าไปติดสินบนท่านเซี่ยหนี้เพื่อที่จะไม่ลงโทษแม่สามีของเจ้าอย่างนั้นรึ?”

เซี่ยหนี้คือใครกัน!

คือผู้ที่เที่ยงธรรมที่สุดในศาลต้าหลี่ ก่อนหน้านี้อนุของจิ้นอ๋องสังหารคนตาย จิ้นอ๋องคิดจะติดสินบนเซี่ยหนี้ให้ตัดสินลงโทษอนุสถานเบา คืนนั้นเซี่ยหนี้ก็นำความขึ้นกราบทูลฮ่องเต้ในคืนนั้นทันที

ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้จิ้นอ๋องถูกตำหนิอย่างรุนแรงอีกด้วย

หลังจากที่ชาวบ้านที่มุงดูเรื่องสนุกอยู่โดยรอบรู้ว่าคดีนี้มีเซี่ยหนี้เป็นผู้กำกับดูแล สายตาที่มองไปยังหลิ่วซีอินก็เปลี่ยนเป็นเย้ยหยันเสียส่วนใหญ่

“แต่ แต่เสี้ยนจู่ย่อมสามารถขอความเมตตา ให้ท่านแม่สามีสุขสบายขึ้นมาบ้างได้มิใช่หรือเพคะ?”

หลิ่วซีอินไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ ยิ่งไม่คาดคิดว่าผู้กำกับดูแลจะเป็นเซี่ยหนี้

ในใจพลอยเกลียดชังจังซื่อไปด้วย!

ให้นางมาคุกเข่ากล่าวหาว่ามู่เหยาจงใจแก้แค้น แต่กลับไม่บอกนางให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้กำกับดูแล!

เกรงว่าวันนี้นางคงต้องขายหน้าครั้งใหญ่เป็นแน่!

มู่เหยามองนางอยู่ครู่หนึ่ง พลันหัวเราะออกมา “ในเมื่ออนุหลิ่วมาจากจวนโหว หรือจะไม่รู้ว่าฮูหยินผิงหยางโหวได้รับอนุญาตให้ถูกกักบริเวณในจวน ไม่ต้องไปเรือนจำของศาลต้าหลี่ ภายใต้การร้องขออย่างสุดกำลังของผิงหยางโหวแล้วอย่างนั้นรึ?”

นางจะไม่มีวันปล่อยให้พวกนางสุขสบายเป็นแน่!

หลิ่วซีอินยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตากลอกไปมาแต่ก็นึกหาคำพูดใดมาโต้ตอบไม่ได้

โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา ก็ยิ่งรู้สึกโกรธจนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้ามู่เหยาสักหลายฉาด!

ทว่านางรู้ดีว่าตนทำเช่นนั้นไม่ได้ จึงได้แต่เหลือกตาแล้วแสร้งเป็นลมล้มพับไป!

ไฉ่จูที่อยู่ข้างกายนางเห็นดังนั้น ก็รีบเรียกรถม้าของจวนโหวเข้ามา แล้วนำตัวหลิ่วซีอินขึ้นไปก่อนจะรีบร้อนจากไป

เมื่อไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว ผู้คนที่มุงอยู่หน้าประตูจวนสกุลมู่ก็พากันสลายตัวไป

มู่เหยานวดคลึงขมับ ขณะมองดวงตะวันที่คล้อยต่ำลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ไปยังจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว จึงต้องรีบฉวยโอกาสไปเยี่ยมเยียนและขออภัยก่อนอาหารค่ำ

ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าประตูไป ฮูหยินใหญ่เจียงก็ตรงเข้ามาจับมือนางไว้ด้วยสีหน้ากังวล

“เด็กน้อย บอกน้ามาเถิด เรื่องสมรสของเจ้ากับฉู่อ๋อง เขาบังคับเจ้าใช่หรือไม่?”

คำพูดนั้นทำให้มู่เหยาได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ แน่นอนว่านางกำลังหัวเราะเยาะเยี่ยนสวิน ที่ปกติทำตัวน่ากลัวจนเกินไป จนบัดนี้แม้แต่ฮูหยินใหญ่เจียงยังคิดว่านางถูกบังคับข่มขู่

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง