เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 80

ในใจของมู่เหยาอบอุ่นขึ้น นางกุมมือขอฮูหยินใหญ่เจียงกลับ พร้อมกับประคองนางให้นั่งลงบนที่นั่งหลัก “ท่านน้าโปรดวางใจ เรื่องการแต่งงานระหว่างข้ากับฉู่อ๋อง พวกเราทั้งสองได้หารือกันแล้วจึงตัดสินใจ มิใช่ว่าเขาบีบบังคับข้า แต่เป็นข้าที่ปีนป่ายสูงเกินไป”

ฮูหยินใหญ่เจียงลูบหน้าอกอย่างโล่งอก แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของนาง ก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง

“พูดจาเหลวไหล! เด็กสาวที่ดีพร้อมอย่างเจ้า เป็นฉู่อ๋องต่างหากที่ปีนป่ายสูงเกินไป! พวกเราจะต้องไม่ตัดพ้อต่อว่าตัวเอง ได้ยินหรือไม่?”

มุมปากของมู่เหยาปรากฏรอยยิ้มจริงใจ นางพยักหน้ารับคำ จากนั้นจึงเห็นร่างของหญิงสาวในชุดสีสันสดใสวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ

ทันทีที่มาถึง นางก็พุ่งเข้ามาตรงหน้ามู่เหยา เอ่ยถามด้วยความกังวลเช่นเดียวกับฮูหยินใหญ่เจียง

“พี่หญิงมู่ ท่านถูกบีบบังคับใช่หรือไม่? หากท่านถูกบีบบังคับก็บอกข้า ข้าจะให้ท่านปู่หาหนทางทูลขอฝ่าบาท!”

ฮูหยินใหญ่เจียงยกมือป้องปากหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะดึงร่างนั้นเข้ามา “พอได้แล้ว พี่หญิงมู่ของเจ้ามิได้ถูกบีบบังคับ ต่อไปนี้ห้ามพูดเช่นนี้นอกบ้านเป็นอันขาด ฉู่อ๋องผู้นั้นนอกจากอารมณ์จะร้ายไปบ้างแล้ว เรื่องอื่นก็มิได้มีสิ่งใดไม่ดี พี่หญิงมู่ของเจ้าเป็นคนฉลาด ต่อไปภายหน้าคงไม่ลำบากจนเกินไป”

ฮูหยินใหญ่เจียงเห็นกับตาว่าในงานเลี้ยงที่วังวันนั้น ฮูหยินใหญ่เซียวปกป้องมู่เหยาเพียงใด

ด้วยนิสัยของฮูหยินใหญ่เซียวแล้ว หากคิดจะปกป้องผู้ใด นั่นย่อมหมายความว่าในใจย่อมมีความชื่นชอบอยู่บ้าง คิดว่าในอนาคตคงไม่สร้างความลำบากใจให้มู่เหยามากนัก

“วันนี้ที่มาก็เพื่อมาขออภัยโดยเฉพาะเจ้าค่ะ สองสามวันนี้ร่างกายไม่สู้ดีนัก อีกทั้งยังมีเรื่องอื่นอีก เกรงว่าจะทำให้การเรียนของเจาเอ๋อร์ต้องล่าช้าไปบ้าง”

มู่เหยากล่าวจบ หนิงจู๋ก็ประคองของขวัญในมือส่งมอบให้

เจียงเจาเป็นเด็กสาวที่ซื่อตรงและจริงใจ นางอดใจไม่ไหวรีบเปิดกล่องออกดู เมื่อเห็นกำไลหยกคู่หนึ่งที่อยู่ด้านใน ก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

“ว้าว! กำไลหยกคู่นี้งดงามยิ่งนัก! มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหยกมันแพะคุณภาพดีเลิศ! ท่านแม่ ท่านรีบดูเร็วเข้า!”

ฮูหยินใหญ่เจียงมองดูกำไลหยกที่บุตรสาวหยิบออกมา ในแววตาก็เผยให้เห็นความประหลาดใจอยู่หลายส่วน

จากนั้นจึงยิ้มอย่างจนปัญญา “แม่หนูมู่ ทำให้เจ้าต้องหัวเราะเยาะแล้ว เจาเอ๋อร์ช่างเป็นเด็กใจร้อนเสียจริง”

“เจาเอ๋อร์ที่ยังคงความซื่อตรงและน่ารักเช่นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”

ตระกูลใหญ่ส่วนมากมักมีสตรีอยู่มาก เมื่อมีอนุภรรยามาก ข้อพิพาทก็ย่อมมากตามไปด้วย

การที่เจียงเจาสามารถมีจิตใจเช่นนี้ได้ ช่างเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

ดังนั้นมู่เหยาจึงเต็มใจที่จะนำของดี ๆ ออกมา เพื่อสร้างความสนิทสนมกับนาง

เมื่อออกมาจากจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว ก็เป็นเวลาค่ำแล้ว

มู่เหยานั่งอยู่ในรถม้าด้วยความอ่อนเพลีย นางมองกำไลหยกมันแพะบนข้อมือ พลางยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นคุณหนูของตนมีความสุข หนิงจู๋ก็เอ่ยขึ้นอย่างยินดี “ตอนนี้คุณหนูมีสหายที่ดีอย่างคุณหนูเจียงแล้ว ก็ยิ้มบ่อยขึ้นนะเจ้าคะ!”

มู่เหยาพยักหน้า “เจียงเจาเป็นคนดี จวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วก็ดี ต่อไปภายหน้าพวกเราควรไปมาหาสู่กันให้มากขึ้น”

นางเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้า ถึงแม้จะไปมาหาสู่กับจวนแม่ทัพ คนอื่นก็ไม่สามารถว่าอะไรได้

แต่ว่า...หากวันข้างหน้าต้องไปอยู่ที่จวนฉู่อ๋อง

เมื่อฉางชิงเริ่มรู้สึกตาลาย ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแว่วมาจากด้านนอก จึงมองไปยังประตูด้วยความระแวดระวังในทันที

เมื่อเห็นว่าเป็นชิงอิ่ง จึงเก็บกระบี่ยาวกลับเข้าฝัก

“ท่านอ๋อง จดหมายตอบกลับจากคุณหนูขอรับ”

เยี่ยนสวินขานรับ “อืม” เสียงเรียบ แล้วส่งสัญญาณให้พวกเขาวางจดหมายลงแล้วออกไปได้

รอจนกระทั่งทั้งสองคนจากไปแล้ว เขาจึงรีบเปิดจดหมายบนโต๊ะออกอ่านทันที

“วันเวลาข้างหน้ายังอีกยาวไกล?”

ตัวอักษรปรากฏขึ้นตรงหน้า เยี่ยนสวินพึมพำกับตัวเองแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นในแววตา

“ดี วันเวลาข้างหน้ายังอีกยาวไกล”

เขาเก็บจดหมายกลับเข้าซองอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบกล่องที่นำกลับมาจากเมืองฉังออกมา เปิดออกแล้วบรรจงวางจดหมายลงไปอย่างเบามือ

และในกล่องนั้น ยังมีจดหมายอีกสองสามฉบับวางอยู่

มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นจดหมายที่เขาเขียนถึงมู่เหยาก่อนหน้านี้ และจดหมายที่นางตอบกลับมา

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เยี่ยนสวินจึงเก็บกล่องเข้าที่ ก่อนจะเดินออกจากห้องตำราไป

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง