“มู่เหยา! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เจ้าทรมานแม่ของข้าใช่หรือไม่!”
เมื่อเห็นนางพุ่งเข้ามาจะทำร้ายตน มู่เหยาก็เบี่ยงตัวหลบ
“หลิวซื่อรอเจ้าอยู่ข้างใน หากเจ้ายังอยากเจอแม่ของเจ้า ก็อย่าได้โวยวายอีก!”
จางซิ่วหรูเบิกตากว้างจ้องมองนางเขม็ง แต่ก็ไม่ได้ลงมืออีก “เช่นนั้นไยเจ้ายังไม่พาข้าไปพบแม่ข้าอีกเล่า! หากข้าพบว่าเจ้าทรมานแม่ข้าเป็นการส่วนตัว ข้าจะฟ้องร้องฝ่าบาทแน่นอน!”
มู่เหยาคร้านจะต่อล้อต่อเถียง จึงก้าวนำพาคนไปยังห้องขังของหลิวฉิงฮวน
เมื่อมองดูร่างที่ทรุดกายนั่งอยู่ในห้องขัง จางซิ่วหรูก็ยืนนิ่งตะลึงงันอย่างไม่กล้าเชื่อ ว่าคนที่มอมแมมไปทั้งร่างราวกับคนบ้าข้างถนนตรงหน้านี้ เป็นแม่ของนางอย่างนั้นหรือ?
“ท่านแม่?”
เมื่อได้ยินเสียงหยั่งเชิงนี้ มู่เหยาก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน “อะไรกัน คุณหนูใหญ่จางรังเกียจแม่ของตนแล้วหรือ?”
“เจ้าพูดจาเหลวไหล!” จางซิ่วหรูตวาดลั่น พลางยื่นมือผลักมู่เหยาไปด้านหลัง “เจ้าไสหัวไป! ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า! เป็นเพราะเจ้า! แม่ข้าถึงต้องมีสภาพเช่นนี้!”
มู่เหยาทรงตัวให้มั่น พร้อมกับรั้งชิงอู้ที่หมายจะเอาคืนไว้
“เวลาไม่มากแล้ว รีบพูดธุระเถิด”
คำพูดนี้ย่อมหมายถึงหลิวฉิงฮวน
นางทรุดกายนั่งอยู่ตรงนั้น จ้องมองบุตรสาวของตนนับตั้งแต่ที่จางซิ่วหรูเข้ามา
“ซิ่วหรู”
หลิวฉิงฮวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงเรียกขานนี้ จางซิ่วหรูจึงมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือแม่ของนางจริง ๆ นางร่ำไห้พร้อมกับทรุดกายคุกเข่าลงหน้าลูกกรง ยื่นมือออกไปจับมือหลิวซื่อไว้
“ท่านแม่ ท่านแม่ ไฉนท่านจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ พวกเขาทำทารุณท่านหรือเจ้าคะ?”
หลิวฉิงฮวนส่ายหน้า พลางจับมือนางไว้แน่น มองบุตรสาวที่ตนเฝ้าถนอมรักใคร่มาแต่เล็กด้วยความละโมบ
“นังแพศยาจางชิวอิ่งนั่นตบตีเจ้าใช่หรือไม่? เจ็บหรือไม่?”
จางซิ่วหรูมองดูมารดาที่ถึงแม้จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้วก็ยังไม่ลืมที่จะห่วงใยนาง น้ำตาก็ยิ่งไหลหลั่งมากขึ้น “ท่านแม่ ข้ามันไร้ประโยชน์ ข้าไปขอร้องผิงหยางโหว แต่พวกเขากลับขับไล่ข้าออกมา ทั้งยังบอกว่าจะถอนหมั้นกับข้าอีกด้วยเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่จัดการทุกอย่างให้เจ้าหมดแล้ว ต่อไปภายหน้าเจ้าจะต้องเชื่อฟังมู่เสี้ยนจู่ แม่ได้ตกลงกับมู่เสี้ยนจู่ไว้แล้วว่าจะให้เจ้านั่งในตำแหน่งฮูหยินน้อยตระกูลลู่ได้อย่างมั่นคง ต่อไป ต่อไปเจ้าก็จะได้เป็นฮูหยินจวนโหวแล้ว”
หลิวฉิงฮวนเช็ดน้ำตาให้จางซิ่วหรูด้วยความเจ็บปวดใจ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าเหลือเชื่อของจางซิ่วหรูหลังจากที่นางพูดจบ
“ท่านแม่ เหตุใดข้าต้องเชื่อฟังมู่เหยาด้วย หากไม่ใช่เพราะนาง ท่านก็คงไม่ต้องลงเอยเช่นนี้!”
น้ำเสียงของมู่เหยาเรียบเฉย ราวกับเป็นเพียงผู้ชมที่กำลังชี้แนะทางสว่างให้แก่ผู้ที่หลงทาง
จางซิ่วหรูได้ยินเสียงก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ในแววตาของนางค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความเคียดแค้น
ความเคียดแค้นนี้มีต่อมู่เหยาอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วมุ่งไปที่จวนผิงหยางโหวและคนตระกูลจาง
“ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้า ทำให้ตระกูลลู่ไม่มีทางปฏิเสธการแต่งข้าเข้าจวนได้!”
มู่เหยาพยักหน้ารับปาก ทิ้งหนิงจู๋ไว้ แล้วอธิบายความสัมพันธ์ของจวนผิงหยางโหวให้จางซิ่วหรูฟังอย่างชัดเจน
หลังจากเหนื่อยมาทั้งเช้า เมื่อกลับถึงจวนสกุลมู่ สิ่งแรกที่มู่เหยาทำคือการอาบน้ำชำระล้างกลิ่นที่ติดตัวมาออกไป เปลี่ยนเป็นชุดสีทับทิม เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็ขับให้ใบหน้าของนางดูผุดผ่องยิ่งนัก
ชุดสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วไหวงดงามขณะที่นางก้าวเดิน นางหยุดฝีเท้าลงที่หน้าหอบรรพชน แต่ไม่ได้ก้าวเข้าไป
“ยังไม่ถึงเวลา” นางพึมพำกับตัวเอง สายตาค่อย ๆ ทอดมองไปยังป้ายชื่อของบิดามารดา
“คุณหนู”
เมื่อเห็นว่าเป็นหนิงจู๋ มู่เหยาก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หันหลังเดินกลับไปยังลานบ้าน “นางเข้าใจชัดเจนแล้วหรือไม่?”
หนิงจู๋พยักหน้า “คุณหนูใหญ่จางบอกว่าเข้าใจทุกอย่างแล้ว คืนนี้จะลงมือ จวนผิงหยางโหวปัดความรับผิดชอบไม่พ้นแน่เจ้าค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง
ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง อ่านจบ 470 ตอนแล้วมีเล่มต่อหรือไม่...
ทำไมฉันเสียเงินซื้ออ่านในเว็บไซต์ แล้วพอรีโหลดอ่านใหม่ ตอนที่ 59 ไม่ได้อีก มันขึ้นว่าขัดข้อง ขอโทษนะ เงินก็จ่ายจะขัดข้องอะไร หัดปรับปรุงระบบด้วย คนอ่านเสียอารมณ์...
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสได้มั้ยคะ...