เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 87

ฮ่องเต้มองดูสมุดรายชื่อกับของพวกนั้น แล้วโมโหอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวใหญ่โตของจวนจาง ทำให้ขุนนางคนอื่น ๆ ในเมืองหลวงต่างอกสั่นขวัญแขวน ต่างคนต่างคิดทบทวนว่ามีความผิดอะไรหรือไม่ เช้าวันพรุ่งจะได้เข้าวังไปขอรับโทษก่อน

ส่วนมู่เหยา กลับนั่งเหงื่อซกกินอาหารอยู่หน้าหม้อแกง

“คุณหนู ท่านกินต่อไม่ได้แล้ว!”

หนิงจู๋กอดจานใส่นมตุ๋นเอาไว้แน่น “ท่านกินไปสามถ้วยแล้ว! หากกินต่อจะท้องเสียนะเจ้าคะ!”

มู่เหยาแบะปาก เมื่อเหลือบไปเห็นเงาร่างที่ปีนกำแพงเข้ามา ก็ชี้นิ้วไปทันที “ท่านอ๋องต้องอยากกินแน่ ใช่ไหมท่านอ๋อง”

เยี่ยนสวินไม่ทันได้สติ ก็พยักหน้าทันที

มู่เหยาฉวยโอกาสตอนหนิงจู๋เหม่อลอย รีบหยิบมาถ้วยหนึ่ง แต่ทำให้สาวใช้โมโหไม่น้อย

แต่หลังจากนางกินไปครึ่งถ้วยหวังดีกับเจ้า ก็โดนมืออันเรียวยาวอีกข้างแย่งไป

“หนิงจู๋หวังดีกับเจ้า วันพรุ่งค่อยกินอีก กินเนื้อเยอะ ๆ ข้ายังไม่ได้กินข้าวเย็นพอดี”

พูดจบก็เอานมตุ๋นที่เหลือส่งให้หนิงจู๋ เขาหยิบถ้วยกับตะเกียบ และส่งสัญญาณให้ชิงอู้เอาเนื้อใส่ลงในหม้อแกงอีกหน่อย

เมื่อเห็นหนิงจู๋เอานมตุ๋นที่เหลือวิ่งหนีไป มู่เหยาก็ทำได้เพียงเก็บสายตา “ท่านอ๋อง ท่านปีนกำแพงเข้ามามันไม่ค่อยดีหรือเปล่า?”

“ไม่มีใครเห็น…ข้าหิว คุณหนูมู่ไม่สงสารหรือ?”

มือที่ถือถ้วยกันตะเกียบของมู่เหยาสั่นเทา จิตใจสงบลงทันที “ในเมื่อท่านอ๋องหิวก็กินให้เยอะ ๆ ห้องตำราของข้ายังมีข้าวของต้องจัดการ ต้องขอตัวก่อน!”

เมื่อเห็นนางลุกขึ้นอยากจะหนีไป เยี่ยนสวินก็เลิกคิ้วขึ้นทันที “ไม่อยากอยู่กับข้าขนาดนี้เชียวหรือ?”

คำพูดนี้เข้าไปในหูของมู่เหยา รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก

นางเก็บเท้าที่ก้าวออกไปทันที

“เปล่า แค่มีข้าวของต้องจัดการจริง ๆ”

ถึงแม้จดหมายตอบกลับจะเขียนว่าวันเวลายังอีกยาวไกล แต่พอเผชิญกับคนตรงหน้าจริง ๆ มู่เหยากลับรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

นางจ้องแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูด และกำลังคิดว่าจะใช้อะไรมาคลายบรรยากาศอึดอัดนี้ ก็เห็นเขาวางถ้วยกับตะเกียบและค่อย ๆ ลุกขึ้น จากนั้นก็เดินมาตรงหน้านาง

“ในเมื่อคุณหนูมู่ไม่อยากเห็นข้า ข้ากลับไปก็ได้”

เมื่อสังเกตได้ถึงความเย็นชาที่ปะปนอยู่ในน้ำเสียงของเขา รวมไปถึงการเรียกที่เปลี่ยนไป มู่เหยาดวงตาเป็นประกาย ยื่นมือไปจับแขนเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว

“ท่านอ๋องรอก่อน ข้สมีบางอย่างจะให้ท่าน”

มู่เหยาหาข้ออ้างให้กับการกระทำของตัวเองแทบจะในทันที

“อืม”

เยี่ยนสวินขานตอบอย่างเย็นชา แต่พอเห็นภาพแผ่นหลังของหญิงขณะเดินจากไป ในใจกลับคาดหวังมากขึ้นเล็กน้อย

ฉางชิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นสีหน้าของเจ้านายตน ก็อดยกมุมปากไม่ได้

เยี่ยนสวินคลี่ภาพออกอย่างไม่รีบร้อน หลังจากเห็นเนื้อหาในภาพม้วนชัดเจน มือที่จับม้วนภาพวาดก็กำแน่น

“นี่…เจ้าวาดเมื่อห้าปีก่อนใช่หรือไม่”

ห้าปีก่อน?

มู่เหยากะพริบตาปริบ ๆเห็นได้ชัดว่าเธอจำไม่ค่อยได้ “น่าจะใช่กระมัง”

ไม่รู้ว่าเข้าใจเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า หลังจากนางพูดคำพูดคลุมเครือนี้ ดวงตาของเยี่ยนสวินราวกับมีความขมขื่นแวบผ่าน

เยี่ยนสวินจ้องมองภาพม้วนในมือไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ มุมปากถึงจะยกเป็นรอยยิ้ม

“ในเมื่อเจ้ามอบภาพวาดนี้ให้ข้า ข้าจะเก็บรักษาไว้ดี ๆ”

“วันพรุ่ง ข้าจะเอาภาพให้เจ้าเช่นกัน”

พูดจบ เยี่ยนสวินก็เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว และพาฉางชิงปีนกำแพงออกไปอย่างคล่องแคล่ว

“คนไปแล้วหรือ?”

หลังจากมู่เหยานั่งอยู่ใคร่ ก็มองไปทางชิงอู้ แล้วเอ่ยออกมาหนึ่งประโยค

หลังจากคนข้างหลังชะงักไปครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูจะกลับห้องไหมเจ้าคะ?”

มู่เหยาพยักหน้าเงียบ ๆ ตอนจากไป นางมองไปยังตำแหน่งที่เยี่ยนสวินนั่งโดยไม่รู้ตัว

ไม่รู้ว่าทำไม พอเจอกับเยี่ยนสวิน นางถึงอยากหลบเลี่ยงทุกที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง