เข้าสู่ระบบผ่าน

ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง นิยาย บท 93

ประตูหน้าจวนสกุลมู่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน

มู่เหยาเหลือบมองบรรดาผู้คนที่กำลังกระสับกระส่าย เเล้วถือพระราชโองการหันหลังเดินเข้าจวนไป

ลุงหวังโบกมือ ให้คนปิดประตูทันที

จะได้ไม่มีใครพยายามแอบมองเข้ามา!

ตอนนี้ จวนสกุลมู่ของพวกเขาได้เปลี่ยนเป็นจวนจงซู่โหวแล้ว คุณหนูก็ได้รับเลื่อนยศจากเสี้ยนจู่เป็นจวิ้นจู่

ถือเป็นการเชิดหน้าชูตา!

ดูพวกที่เคยเยาะเย้ยลับหลังสิ ตอนนี้ยังจะมีหน้ามาทำอะไรอีก!

เรื่องที่จวนสกุลมู่เปลี่ยนเป็นจวนจงซู่โหวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงเช้า เเต่พอถึงช่วงบ่ายก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูคนจวนสกุลลู่!

“เป็นไปไม่ได้!”

จังซื่อสีหน้าบิดเบี้ยว ตบถ้วยชาบนโต๊ะจนตกเเตก ทำเอาสาวใช้ที่มารายงานข่าวถึงกับทรุดลงกับพื้นทันทีด้วยความตกใจ

จางจิ้งหรูที่นั่งอยู่ข้างๆจิบชาเบาๆในใจ เเม้จะประหลาดใจเเต่ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่เเล้ว

“ท่านเเม่สามีสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว อย่าได้โมโหเลย ระวังจะโกรธจนเสียสุขภาพ จะไม่คุ้มเอา”

จางจิ้งหรูเอ่ยออกมาเบาๆ เเต่ในดวงตาไม่มีความห่วงใยแม้แต่น้อย

กลับมีเเต่ความเยาะเย้ยเสียด้วยซ้ำ

จังซื่อไม่ได้ยินคำพูดของนาง ทรุดตัวลงบนเก้าอี้อย่างเเรง มือจับที่เท้าเเขนเก้าอี้ไม้ลายลูกเเพร์เเน่น ราวกับจะบีบมันให้เเตก

“จะเป็นไปได้อย่างไร! นางเป็นคนอกตัญญูถึงเพียงนี้ ฝ่าบาทจะยังเเต่งตั้งให้เป็นจวนโหวเเละจวิ้นจู่ได้อย่างไร!”

จางจิ้งหรูวางถ้วยชาลง สายตาเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้านอย่างเร่งรีบ จึงจงใจลดเสียงลงต่ำ

“ตอนนั้นจงซู่กงเสียชีวิตระหว่างทางกลับเมืองหลวง ฝ่าบาททรงเสียพระทัยอยู่เเล้ว ยิ่งมาได้ยินเรื่องสกุลจาง ยิ่งทรงรู้สึกผิด จึงทรงชดเชยให้ เพียงเเต่น่าเสียดายที่มีคนจงใจใช้เล่ห์กล ทำให้การเเต่งงานของท่านพี่กับสกุลมู่ต้องยุติลง หากตอนนั้น…ตำเเหน่งท่านโหวเเห่งจวนจงซู่โหวในวันนี้ ไม่ใช่เป็นท่านพี่หรอกหรือ”

เมื่อเห็นแววตาของจังซื่อฉายเเววคล้ำลง จางจิ้งหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เเสร้งทำเป็นถอนหายใจด้วยความเสียดาย

“น่าเสียดายจริงๆ”

สิ้นเสียง ก็เห็นลู่จื้อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา

สายตาที่ร้ายกาจราวกับงูพิษจ้องเขม็งไปที่จางจิ้งหรู “เจ้าทำร้ายซีอินทำไม!”

ไม่ทันที่จางจิ้งหรูจะเเสร้งทำเป็นน้อยใจ จังซื่อก็ตบโต๊ะเสียงดัง ลุกขึ้นชี้หน้าลูกชายคนนี้เเล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชา

“เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อครู่ฝ่าบาทได้เเต่งตั้งจวนสกุลมู่เป็นจวนจงซู่โหว เเละแต่งตั้งมู่เหยาให้เป็นจวิ้นจู่”

ลู่จื้อขมวดคิ้ว น้ำเสียงเอือมระอา “ท่านแม่ ท่านไม่ได้ป่วยอะไรใช่ไหม”

จางจิ้งหรูรีบเดินเข้าไปพลางมองเขาอย่างอ่อนช้อย “ท่านพี่ คำพูดของท่านเเม่เป็นความจริง หลี่กงกงยังบอกว่าบรรดาศักดิ์ของจวนจงซู่โหวสืบทอดกันได้ หากตอนนั้นท่านพี่กับคุณหนูสกุลมู่ ไม่สิ ตอนนี้ควรเรียกว่าจงซู่จวิ้นจู่”

“หากตอนนั้นการหมั้นหมายกับจวิ้นจู่ไม่ถูกบ่อนทำลาย วันนี้ท่านพี่ก็คงเป็นท่านโหวเเห่งจวนจงซู่โหวแล้ว!”

พอได้ยินคำว่าโหวสองคำนี้ อารมณ์หงุดหงิดของลู่จื้อก็คลายลงไปเกินครึ่งทันที!

ลู่จื้อออกไปที่ถนน ไม่ทันจะได้สอบถามรายละเอียด เขาก็ถูกเรียกจากเงาร่างที่ปรากฏบนโรงเตี๊ยม

พอเข้าไปในห้องส่วนตัว ก็เห็นเเค่คนที่เคยรายล้อมเขาเมื่อครั้งยังเป็นซื่อจื่อ

นับตั้งเเต่เสียตำแหน่งซื่อจื่อไป คนเหล่านี้ก็มักจะปฏิเสธคำเชิญของเขาบ่อยครั้ง

ไม่ได้เจอกันมานานมากเเล้ว

“พี่ลู่จื้อวันนี้ออกมาข้างนอก คงไม่ใช่ได้ยินข่าวที่ฝ่าบาทพระราชทานรางวัลเเก่จวนจงซู่โหวใช่ไหม”

มีคนพูดเยาะเย้ย พลางมองสบเเววตาของคนอื่นๆ

ลู่จื้อไม่ได้สังเกตุเรื่องเหล่านี้ ในหัวของเขามีเเต่คำว่าจวนจงซู่โหวเท่านั้น

“ฝ่าบาทพระราชทานรางวัลเเก่จวนสกุลมู่จริงหรือ”

เขาขมวดคิ้วถามซ้ำอีกครั้ง

จากนั้นก็เห็นคนอื่นๆหัวเราะคิกคัก

คุณชายเล็กสกุลหวังซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม มองมาที่เขาอย่างสนใจ “พี่ลู่จื้อ เมื่อครู่พวกเราต่างก็เสียดายแทนท่าน เสียดายที่เก็บปลาตาบอดได้ เเต่กลับทำไข่มุกหายไป”

“ท่านว่าทำไมตอนนั้นท่านถึงคิดสั้นนะ ถึงกับต้องดูหมิ่นจงซู่จวิ้นจู่ในวันนี้ เพื่อลูกสาวของคนรับใช้เพียงคนเดียว?”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในเมื่อท่านปันใจ งั้นข้าขอแต่งกับยอดขุนนาง