เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 2173

บทที่ 2173 เทวทัณฑ์จากสรวง

………………..

บทที่ 2173 เทวทัณฑ์จากสรวง

ร่างถูกทำลาย แต่ปราณยังอยู่?

ข้ารับใช้เต๋าเหล่านี้ผ่านเรื่องราวมากมายตลอดกาลยามอยู่บนภูเขาผนึกเทพ พวกเขาย่อมตระหนักดีว่าหากปราณมหาเทพเต๋านั้นไม่สลายสิ้น เท่ากับผู้บ่มเพาะยังไม่ถูกกำจัดสมบูรณ์

อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็มีวิธีการเป็นร้อยในการฟื้นชีวิตยอดฝีมือสิ้นสังขารซึ่งยังหลงเหลือปราณ

ทว่าสุดท้าย ปราณก็ยังเป็นปราณ การทำลายร่างของเฉินซีเทียบเท่ากับสร้างความเสียหายต่อแก่นแท้สสาร ไม่ต่างกับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย เขาจึงไม่น่ากลัวสำหรับพวกตนอีก

ขณะนี้ พวกเขาก็แค่ต้องขจัดปราณอีกฝ่ายให้สิ้น ก็จะเท่ากับทำลายทุกโอกาสฟื้นคืนลงได้

ข้ารับใช้เต๋าลำดับห้า สิบเอ็ด และสิบสามย่อมทราบเรื่องนี้ดี จึงไม่ต้องให้ผู้ใดมาย้ำเตือน ทั้งสามสูดหายใจลึก โคจรอำนาจสู่ขีดจำกัด บดขยี้ปราณเสี้ยวที่หลงเหลือของเฉินซี

เพียงพริบตา จิตสังหารในโลกหล้าอันดูประหนึ่งอเวจีสีดำก็ยิ่งทวีความน่าสะพรึง อำนาจสูงสุดอันไร้ขอบเขตสอดประสาน แผ่ฤทธาเพียงพอพลิกโลการวนสุญตา

น่าสะพรึงสุดแสน!

หากผู้บ่มเพาะในโลกภายนอกได้มาประจักษ์ภาพเช่นนี้ คงขวัญเสียร่างสะท้านกันเป็นแน่!

นี่คือฤทธาของข้ารับใช้เต๋าทั้งสาม!

เทียบกับมหาเทพเต๋าอาโลกะ กาลวัฏ และอสนีบาตผู้ตกตายด้วยมือเฉินซีในกาลก่อน อำนาจต่อสู้ของพวกเขามิได้ร้ายแรงไปกว่ากันนัก แต่นับแต่เริ่มประมือ พวกเขาหาเผยช่องโหว่หรือประเมินเฉินซีต่ำสักนิดไม่

กลับกัน พวกเขาลงมือสุดกำลังทันทีที่เปิดฉาก จึงเป็นเหตุให้เกิดผลลัพธ์ชวนอัศจรรย์ใจ….

ทว่า….

ครรลองสถานการณ์นั้นเกินคาดไปสักหน่อย แม้พวกเขาจะทุ่มกำลังบดขยี้ แต่ปราณสายนั้นของเฉินซีก็ยังไม่ถูกทำลาย!

เป็นไปได้เช่นไร?

ดวงตาของข้ารับใช้เต๋าทั้งหลายต่างหรี่ลง ยิ่งประจักษ์ลึกล้ำว่าเฉินซีถึกทนน่ากลัวเพียงไร พวกเขาตระหนักดีว่าหากเมื่อครู่มิอาจสยบเฉินซีได้ในคราวเดียว สถานการณ์คงไม่ดำเนินอย่างราบรื่นเช่นนี้

“ต่อ” ข้ารับใช้เต๋าอันดับหนึ่งกล่าวเสียงเรียบ

ข้ารับใช้เต๋าลำดับห้า สิบเอ็ด และสิบสามสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะกัดฟันหลอมรวมพลังทั้งหมดสู่โลกหล้าอันเกิดจากอาณาเขตยอดเทวาของพวกตน

หากการโจมตีนี้ยังทำลายเสี้ยวปราณนั่นของเฉินซีมิได้ พวกเขาก็จะขายหน้าจริง ๆ แล้ว!

ทว่าตอนที่พวกเขารีดเร้นอำนาจทุกเสี้ยวที่มีนั้นเอง หนึ่งเสียงเฉยชาพลันดังขึ้นจากจุดซึ่งเดิมเฉินซีเคยยืนอยู่ “ร่างของข้าเป็นเช่นความโกลาหล จะมีผู้ใดทำลายข้าได้ด้วยหรือ?”

วาทะนั้นสุขุม ทว่าให้ความรู้สึกอหังการเหนือผู้ใด

เพียงวาทะเหล่านี้ก็ทำให้โซ่ศักดิ์สิทธิ์สีเลือดซึ่งป่ายปัดซัดฟาดทั่วผืนนภาเป็นเช่นอสรพิษถูกขยำคอ สั่นกระตุกรุนแรงแล้วระเบิดเป็นเสี่ยงไป

ทัพเทวาเกรียงไกรอันเรืองรองด้วยรัศมีประหนึ่งต้องพายุพัดกวาด มอดมลายสู่ความไม่มี

ดวงเพลิงศักดิ์สิทธิ์สีทองอันลอยล่องคล้ายโอดครวญเสื่อมฤทธิ์เฉียบพลัน แล้วดับมอดทลายไป

หลังสิ้นคำ ร่างของเฉินซีก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง อาภรณ์เขียวพลิ้วไสว ไร้รอยขีดข่วนหรือแม้แต่ฝุ่นสักเม็ด ดวงตาลึกล้ำดำเข้มราวสะท้อนโลกทั้งใบ เรืองประกายราบเรียบเฉยชา

น่าสะพรึงนัก!

ม่านตาของข้ารับใช้เต๋าทุกคนบีบเป็นเส้น หัวใจสั่นสะท้านจากความกะทันหันตรงหน้า เกิดความรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย

เหลือเพียงเสี้ยวปราณ แล้วเหตุใดเขาจึงฟื้นสภาพได้ทันที พ้นจากพันธนาการใด ๆ พัวพัน?

ครืน!

อเวจีทมิฬอันประสานเกิดจากอาณาเขตยอดเทวาสามข้ารับใช้เต๋าพลุ่งพล่านรุนแรงไม่รู้จบ ส่งเสียงโอดครวญจวนเจียนแหลกสลาย

“ลงมือ!” ดวงตาของข้ารับใช้เต๋าลำดับหนึ่งเรืองประกายวาวโรจน์ แล้วข้ารับใช้เต๋าอีกสามคนก็ลงมือทันที

ครืน!

หุบเหวสีเลือดปรากฏขึ้นในโลกหล้าปรวนแปรอันดำมืด แขวนตัวกลับด้านบนอากาศเหนือร่างของเฉินซี ดูประหนึ่งย้อมด้วยโลหิต สร้างแรงสูบกลืนมหาศาลปานเขมือบได้แม้ยุคสมัย

ข้ารับใช้เต๋าลำดับแปด มหาเทพเต๋าเหวโลหิตใช้อาณาเขตยอดเทวาออกมา หุบเหวสังเวยเลือด!

วูบ!

ขณะเดียวกัน ข้ารับใช้เต๋าลำดับหก มหาเทพเต๋าเบญจธาตุก่อวงล้อสวรรค์เบญจธาตุของตนขึ้นใหม่ หมุนคว้างต่อเนื่อง เรืองรองในโลกหล้า

ข้ารับใช้เต๋าลำดับเจ็ด มหาเทพเต๋าสูจิก็ลงมือเช่นกัน หนึ่งเส้นทางปรากฏใต้เท้าของเฉินซี มันขรุขระลุ่มดอน ทอดยาวไกลสุดตา ปกคลุมเต็มไปด้วยหนาม

นี่คือ ‘วิถีขวากหนาม’ อาณาเขตยอดเทวาซึ่งดูธรรมดา แต่กลับมีอำนาจจู่โจมชวนสะพรึงยิ่ง ยามใดที่เท้าเหยียบบนเส้นทางนี้ ก็จะไม่ต่างจากอยู่ในเขาวงกต ดวงจิตแห่งเต๋าจะพร่ามัว รู้สึกราวถูกมหาเต๋าทอดทิ้ง สรรพสิ่งหมางเมินเนรเทศ

ยามหุบเหวสังเวยเลือดปรากฏ โลกหล้าอันเดิมป่วนปั่นก็เผยสัญญาณเสถียรตัว

ยามวงล้อสวรรค์เบญจธาตุปรากฏ เฉินซีก็ถูกกดดัน จมลงใต้รัศมีเบญจธาตุอีกครั้ง

เมื่อวิถีขวากหนามเผยลักษณ์ ทุกย่างก้าวของเฉินซีก็ประหนึ่งเดินบนขวากหนาม เดียวดายดุจถูกทอดทิ้ง

ขณะนั้น โลกหล้าซึ่งก่อจากอาณาเขตยอดเทวาของหกข้ารับใช้เต๋าพังทลายไม่เหลือดี กลายเป็นประกายแสงหนาทึบพร่างพรมทั่วทิศ

เหตุเช่นนี้อธิบายแค่ตะลึงหล้าไม่ได้เลย เพราะมันอยู่เหนือสามัญสำนึก เกินขอบเขตโลกาไปแล้ว!

ข้ารับใช้เต๋าทั้งมวลตื่นตะลึง ในที่สุดสีหน้าเย็นเยียบเฉยชาก็แปรเปลี่ยนสู่หวาดหวั่นเกินเข้าใจ หัวใจพลุ่งพล่านเต็มไปด้วยความแตกตื่นรุนแรง

นี่เป็นสิ่งที่ผู้ช่วงชิงซึ่งเพิ่งบรรลุขอบเขตมหาเทพเต๋าสำเร็จได้ด้วยหรือ?

กระทั่งประมุขเขาเทพพยากรณ์ ฝูซีมาเองก็คงไม่แข็งแกร่งไปกว่านี้นักหรอกกระมัง?

“พวกเจ้าเกิดจากภายในบัญชาของนภาผนึกเทพ แม้อำนาจต่อสู้จะมาถึงขีดสุดของขอบเขตมหาเทพเต๋า พวกเจ้าชั่วชีวิตก็มิอาจทอดสายตาสู่มหาวิถีได้อยู่ดี และพวกเขาก็ไม่กล้าด้วย เพราะนภาผนึกเทพจะริบคืนความแข็งแกร่งของพวกเจ้าหากทำเช่นนั้น นี่คือชะตาของพวกเจ้า” ขณะกล่าวเสียงเรียบ เฉินซีก้าวเข้าใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาเจือเค้าเย้ยเยาะจาง ๆ

สีหน้าของข้ารับใช้เต๋าทั้งมวลดำคล้ำ พวกเขาย่อมทราบดีถึงความหมายของเฉินซี แต่เท่าที่พวกเขาทราบ ผู้บ่มเพาะใด ๆ ที่บังอาจแสวงมหาวิถีล้วนเป็นผู้ผิดบาป! เป็นตัวตนที่เต๋าสวรรค์ไม่อาจรับให้มีอยู่!

“ผู้ช่วงชิง ไร้จำเป็นต้องพูดกันแล้ว ในเมื่อเราอยู่ที่นี่ เจ้าย่อมไม่มีทางรอดจากภูเขาผนึกเทพไปได้ รับทัณฑ์ของเจ้าซะ!” ขณะเดียวกัน ข้ารับใช้เต๋าลำดับหนึ่งผู้เงียบมาจนบัดนี้สูดหายใจลึก และกล่าวเสียงเบา เจือด้วยความหนักแน่นเด็ดขาดกว่ายามใด

และข้ารับใช้เต๋าผู้อื่นทั่วทิศก็เผยสีหน้าเด็ดเดี่ยวเคร่งขรึมเช่นกัน

ทุกคนล้วนมองขึ้นสู่ฟ้า

พริบตานี้ หนึ่งดวงตาเรียบเฉยเย็นชาปรากฏขึ้นบนฟ้ากะทันหัน อำนาจบัญชาเต๋าสวรรค์อันไร้ขอบเขตหลากทะลัก เต็มไปด้วยฤาธาสวรรค์ยิ่งใหญ่ชวนสะพรึง

ทันทีที่มันปรากฏ ทั่วทั้งภูเขาผนึกเทพก็เริ่มสั่นเทิ้มรุนแรง ประหนึ่งจะลืมตาตื่นจากนิทราอันยาวนาน

ผู้เข้าร่วมศึกจากตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่เดินทางกลับทั้งมวลล้วนตกใจ สะพรึงจนหมอบราบสั่นเทิ้มอย่างขวัญเสียกับพื้น

ผู้รุกรานเต๋าทั้งมวลในแดนก่อกำเนิดบาปก็แตกตื่น สีหน้าแปรเปลี่ยน ทว่าหารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไม่

ที่แดนมารดากำเนิดบรรพ์ หัวใจของผู้อาวุโสซึ่งแข็งแกร่งที่สุดทั้งมวลในตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์สั่นสะท้าน มองไปยังจุดเดียวกันด้วยสีหน้าตกใจระคนฉงนสงสัย

“ทัณฑ์สวรรค์!” เฉินไท่ชงกำถ้วยชาในมือแหลก ดูประหนึ่งวิญญาณละล่องหลุด

“ทัณฑ์สวรรค์….”

อู๋เซวี่ยฉานพึมพำ ส่วนลึกในดวงตาปรากฏเค้าจริงจังอย่างหาได้ยาก

ขณะนี้ ทั่วทั้งภูเขาผนึกเทพและพื้นที่ใกล้เคียงตกอยู่ในสภาวะชวนขวัญผวา ปกคลุมด้วยปราณอันยิ่งใหญ่เรืองฤทธิ์

ยามนี้ เฉินซีเงยหน้ามองสู่ฟ้า สีหน้าเฉยชายามเห็นเนตรทัณฑ์สวรรค์อันคุ้นตาเหนือร่างตน

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]