เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 2177

บทที่ 2177 กลับสู่แดนมารดากำเนิดบรรพ์

………………..

บทที่ 2177 กลับสู่แดนมารดากำเนิดบรรพ์

ซูถัวเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้อย่างถนัดตา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นเฉินซีฉีกกระชากเทียบอันดับเทวาและกระโจนออกมาจากภายใน มันก็ทำให้เหงื่อเย็นของเขาอาบทั้งร่างจนเปียกโชก ความหวาดกลัวและหนาวเหน็บซึ่งยากจะอธิบายกอดกุมหัวใจที่สั่นระริก

เช่นเดียวกับข้ารับใช้เต๋าลำดับหนึ่ง เขานึกไม่ออกเลยว่าเฉินซีทำสิ่งนี้ได้อย่างไร กระนั้นความเป็นจริงเบื้องหน้าก็บอกเขาว่านี่คือเรื่องจริง!

ชายชราตัดสินใจได้ทันที ต้องหนีเท่านั้น!

ในแดนเทพโบราณ ซูถัวมีอำนาจล้นฟ้า เขาเป็นผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง สายตาคู่นั้นมีไว้เพียงทอดลงยังเบื้องต่ำ

ถึงอย่างนั้น เขารู้ดีว่าต่อให้ไม่ต้องเปรียบเทียบกับข้ารับใช้เต๋าลำดับหนึ่ง ความแข็งแกร่งของเขาก็ด้อยกว่าบรรดาข้ารับใช้เต๋าอีกสิบสองคนที่เหลือมากอยู่ดี

ทว่าเฉินซีไม่เพียงสามารถจัดการข้ารับใช้เต๋าทั้งสิบสามคนได้ด้วยตัวเขาเอง กระทั่งบัญชาเต๋าสวรรค์และเทียบอันดับเทวาก็ทำอะไรเฉินซีไม่ได้แม้แต่น้อย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ซูถัวรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาได้อย่างไร?

ต้องหนี!

ข้าต้องหนี! ไกลเท่าไรก็ยิ่งดี! ชายชรารู้สึกเสียใจระคนเสียดายไม่น้อยที่ไม่ยอมจากไปพร้อมกับเหลิ่งซิงหุนและเต๋าอู๋ซวงในทีแรก!

แต่จะโทษใครก็คงไม่ได้ เขาผิดเองที่คิดว่าเฉินซีจะไม่อาจหลีกหนีจากภัยพิบัติที่มาจากเทียบอันดับเทวาได้!

จะนึกเสียใจก็สายไปแล้ว

ซูถัวสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งไป ประสบการณ์ที่สั่งสมมานานปีบอกเขาว่าตอนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

ไม่นาน ร่างของซูถัวก็รีบพุ่งตัวออกไปจากภูเขาผนึกเทพเพื่อเผชิญหน้ากับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่คุ้นเคย เขาจำได้อย่างเลือนรางว่าตนเคยตระเตรียมการซุ่มโจมตีเฉินซีไว้อย่างพิถีพิถัน ณ พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในส่วนลึกของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนี้

อย่างไรก็ดี สถานการณ์เปลี่ยนผันไปตามกาลเวลา ในขณะที่มหาเทพเต๋าซูถัวยังคงเป็นมหาเทพเต๋า ทว่าเฉินซีหาได้เป็นอย่างที่เคยอีกต่อไป….

ชายชราอดนึกหัวเสียขึ้นมาไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น หากข้าฆ่าเด็กคนนี้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน เรื่องมันก็คงไม่บานปลายเช่นนี้แน่

“เจ้าคงจะเสียใจที่เมื่อหลายปีก่อนเจ้าฆ่าข้าไม่ได้สินะ?” ซุ่มเสียงสงบ เรียบเฉยพลันดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

ทันใดนั้น ซูถัวถึงกับขนลุกชัน ม่านตาของเขาบีบรัดเท่ารูเข็ม ชายชราเหลือบมองไปที่ด้านข้างอย่างรวดเร็วก่อนจะเห็นว่าร่างสูงของเฉินซีกำลังยืนมองตนอย่างเงียบ ๆ ด้วยดวงตาลึกล้ำสีดำสนิท

สายตาของเฉินซีที่มองมามีเพียงความเฉยเมย หากนั่นก็ทำให้เลือดของซูถัวคล้ายหยุดไหลเวียนไปในพลัน ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเขาฉายความรู้สึกที่หลากหลาย

“ข้าไม่เสียใจแม้แต่น้อย” ซูถัวส่ายหน้าพลางสูดหายใจลึก เขารู้แล้วว่าตอนนี้โอกาสสำหรับการหลบหนีได้ลอยหายไปสิ้น “เพียงแต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าความแข็งแกร่งของเจ้าจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเพียงนั้น”

“ช่างเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึง” สิ้นวาจา เฉินซีก็พูดอย่างตรงไปตรงมา “ในเมื่อเจ้าหมดหนทางหลีกหนี ก็เลือกมาว่าจะให้ข้าลงมือหรือเจ้าจะจัดการตัวเจ้าเอง?”

สายตาที่ว่างเปล่าของซูถัวเหม่อลอย “ความตายหาได้น่ากลัวไม่ ข้าเพียงปรารถนาจะต่อสู้จนกว่าจะตายเท่านั้น”

ร่องรอยแห่งความมุ่นมั่นแต่งแต้มลงบนใบหน้าเหี่ยวย่น แววตาที่ดูเคืองขุ่นอาบไปด้วยประกายเยือกเย็นของจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว

ในฐานะมหาปุโรหิตอำนาจเทวะและมหาเทพเต๋าผู้ครอบครองพลังแห่งโชคชะตา ซูถัวไม่ขออยู่รอให้ความตายมาถึง

ต่อให้เขาจะต้องตาย ก็ขอตายในการต่อสู้!

กระนั้นทันทีที่เฉินซีชูนิ้วของตนขึ้นมา ความสิ้นหวังก็พลันกอดกุมหัวใจทันที เขาสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าพลังที่โคจรอยู่ในกายนั้นหยุดชะงักราวถูกคุมขัง ไม่อาจควบคุมหรือบัญชาได้อีกต่อไป!

เขาในยามนี้ไม่ต่างสัตว์ร้ายต้องบ่วงแร้ว กระทั่งการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดก็ยังกลายเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า

เหตุใดเป็นเช่นนี้? นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ข้าต้องการ!

ความโกรธแค้นและความอัปยศอดสูเอ่อล้นไปทั้งหัวใจของซูถัว เขาอดไม่ได้ที่จะคำรามเหี้ยม “เฉินซี! เจ้าช่างน่ารังเกียจนัก!”

“ทั้งที่เจ้าไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของข้าได้แม้เพียงนิ้วเดียว ยังจะกล้าบอกว่าข้าน่ารังเกียจอีกหรือ? เจ้าควรจะโทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไป แค่นี้เจ้าก็ยอมรับความจริงไม่ได้” คำพูดของเฉินซีประหนึ่งเหล็กแหลมทิ่มแทงใจ มันทำให้ใบหน้าบูดเบี้ยวอย่างสิ้นยินดี

ทว่าในทันใดเขาก็ถอนใจอย่างหดหู่ ก่อนจะเริ่มพึมพำด้วยความสิ้นหวัง “ใช่แล้ว ข้าจะยอมรับได้อย่างไร? จะให้ยอมรับว่ามดปลวกอย่างเจ้าแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร?”

ผัวะ!

เฉินซีลดนิ้วลง จากนั้นพลังทั้งหลายภายในร่างกายซูถัวก็แห้งเหือด ร่างระเบิดแหลกกลายเป็นฝนแสงกระจายออกไป

มหาปุโรหิตอำนาจเทวะผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเคยบีบให้เฉินซีตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังในอดีตไม่สามารถต้านทานพลังจากนิ้วของเขาได้แม้เพียงนิ้วเดียว!

หากผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ ได้เห็นเหตุการณ์นี้ พวกเขาก็คงไม่อยากจะเชื่อสายตา

ถึงอย่างนั้น ท่าทางของเฉินซีก็ยังคงเรียบเฉยราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่สำคัญอะไร เขาเงยหน้ามองไปยังภูเขาผนึกเทพในทันทีที่เขาทำเสร็จแล้ว

ชายหนุ่มเงียบไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ที่จะทำลายล้างภูเขาผนึกเทพทิ้ง เขาหันหลังกลับและเคลื่อนที่ไปยังอีกทิศทางหนึ่ง

แดนมารดากำเนิดบรรพ์สถิตอย่างเงียบ ๆ ณ ตรงนั้น

ณ แดนก่อกำเนิดบาป

แม้เฉินซีจะไม่ได้เล่ารายละเอียดใด ๆ แต่การที่เขามาถึงแดนมารดากำเนิดบรรพ์ได้อย่างปลอดภัยก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเฉินซีชนะการต่อสู้แล้ว!

ถังเสี่ยวเสี่ยว เซี่ยรั่วเยวียน และจินอวิ๋นเซิงไม่ใช่คนเขลา พวกเขามองออกถึงรูปการณ์ทั้งหมดได้ในทันที ใบหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนที่กำลังจ้องมองเฉินซีฉายแววความเคารพอย่างอดไม่ได้

เฉินซีไม่ได้เล่าอะไรมากมาย เพียงแต่คุยกับพวกเขาสักพักก่อนจะโบกมือลา และเข้าสู่โลกภูมิเก้าวิญญาณ

หลังจากที่แผ่นหลังของเฉินซีค่อย ๆ เลือนหายไป ถังเสี่ยวเสี่ยวและคนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนใจยาว ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในห้วงคำนึง ใครจะคิดว่าเฉินซีซึ่งเดิมอยู่ในขอบเขตจ้าวเอกภพเก้าดาราเช่นเดียวกับพวกตนจะมีความแข็งแกร่งที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้

พวกเขาไม่ได้ถอนหายใจเช่นนั้นอยู่นาน ก่อนจะกลับไปสมทบกับตระกูลของตนในที่สุด

เพล้ง!

ร่างของเฉินไท่ชงแข็งทื่อในทันทีที่กายสูงชะลูดแสนเคยคุ้นของเฉินซีปรากฏขึ้นสู่สายตา จอกชาในมือร่วงหล่นลงพื้นอย่างเผลอตัว

ชายชราไม่รู้ตัวเลยว่าตนจ้องมองเฉินซีอยู่เช่นนั้นนานเพียงไหน หลังจากที่เขามั่นใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เพียงภาพหลอนหรือตาฝาดไป เสียงโหยไห้ก็ดังขึ้นมาด้วยความยินดี “เฉินซี ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว!”

ความตื่นเต้นแทรกซึมอยู่ในน้ำเสียงและใบหน้า

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ถึงสามเดือนนี้ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและทุกข์ร้อน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าในเวลานั้นตนเผลอทำจอกช้าแตกไปแล้วกี่ใบ เมื่อตอนนี้เขาได้เห็นเฉินซีกลับมาอย่างปลอดภัย ความวิตกทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในใจก็พลันมลายสิ้น มันถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้นที่ซึ่งเข้าไปทดแทน

“เฉินซี…” หมิงลุกพรวดด้วยความรวดเร็ว ดวงตาใสกระจ่างเต็มไปด้วยความแปลกใจและความสุขซึ่งยากจะปกปิดได้

ในอดีต หมิงเป็นคนเงียบ ๆ เรียบเฉย คล้ายไม่มีสิ่งใดที่จะกระตุ้นความสนใจของนางได้ ทว่าตอนนี้เมื่อได้เผชิญหน้ากับเฉินซีอีกครั้ง นางกลับไม่อาจสะกดความรู้สึกของตนได้

มันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่เด่นชัดกว่าครั้งไหน ๆ

เฉินซีพยักหน้าด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เขาก็เหมือนกับนาง จะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าสหายและคนที่รักเท่านั้น

ฉับพลัน เขาเหมือนนึกบางอย่างออก “แล้วศิษย์พี่ใหญ่ข้าล่ะ?”

คำถามนี้ทำให้เฉินไท่ชงกลับมามีท่าทีสงบนิ่งอีกครั้ง “เหมือนว่าหนึ่งเค่อก่อนนายท่านใหญ่มีเรื่องเร่งด่วน เขาออกไปอย่างเร่งรีบเพียงไม่นานนี้”

“ศิษย์พี่ใหญ่ไปแล้วหรือ?” ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง เขารู้ดีว่าศิษย์พี่ใหญ่ไม่มีทางจากไปโดยไม่ลาหากไม่ใช่เรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญจริง ๆ

เฉินไท่ชงกล่าวเสริม “นายท่านใหญ่ฝากข้อความไว้ให้เจ้าก่อนที่เขาจะจากไป เขาขอให้เจ้ากลับไปที่เขาเทพพยากรณ์โดยเร็วที่สุด”

เฉินซีพยักหน้า “ผู้อาวุโส โปรดพาข้าไปพบท่านพ่อท่านแม่ที ข้าตั้งใจจะพาพวกเขาไปด้วย”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]