เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] นิยาย บท 4

บทส่งท้าย 4.5 วิวาห์ตระการ

………………..

บทส่งท้าย 4.5 วิวาห์ตระการ

หากเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ดาษดื่นเพียงไม่กี่คน เขาก็อาจจะสามารถปฏิเสธไม่ให้เข้าไปข้างในได้ แต่อย่างไรก็ตาม แขกส่วนใหญ่ที่มานั้นมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาและมีสายสัมพันธ์กับเฉินซีไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้ แม้แต่เฉินฮ่าวก็ยังได้แต่หัวเราะเสียงขื่นและยอมให้พวกเขาเข้ามาแต่โดยดี

ในเวลาไม่นาน รายการของขวัญที่แขกเหรื่อจากแดนเทพโบราณมอบให้ก็ถูกขานชื่อ แต่ละชิ้นล้วนเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันทำให้บรรยากาศที่เงียบสงบถูกปกคลุมด้วยเสียงฮือฮาอีกครั้ง

ศิษย์ของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋ารู้สึกว่าตนกลายเป็นเพียงคนต่ำต้อยขึ้นมาในทันที เพราะมูลค่าของของขวัญที่แขกจากแดนเทพโบราณนำมานั้นสุดปัญญาที่พวกเขาจะนึกถึงไปมาก

ของขวัญเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอที่จะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกประจำตระกูลหรือนิกายของพวกเขาแล้ว!

ตอนนี้เอง ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่าการที่ตนหัวเราะให้กับของขวัญจากผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งภพมนุษย์นั้นมันน่าขันเพียงไหน

แขกทั้งห้ากลุ่มเริ่มทยอยมาถึงอย่างต่อเนื่อง พวกเขาถูกจัดเตรียมให้นั่งตามจุดต่าง ๆ

ฉับพลันนั้น แขกจากภพอื่น ๆ ก็เริ่มนั่งตัวตรงและวางท่าเคร่งขรึม พวกเขาไม่แม้จะส่งเสียงอึกทึกใด ๆ

ใช่แล้ว พวกเขาตระหนักดีว่ากลุ่มคนที่กำลังมาถึงนั้นเป็นกลุ่มที่มีความน่าเกรงขามที่สุดทั้งในด้านสถานะและความแข็งแกร่ง!

ถึงขนาดที่บรรดายอดคนจากแดนเทพโบราณยังสงวนท่าที เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสถานะของผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านั้นพิเศษเพียงใด

บรรยากาศที่เคยเงียบเชียบขรึมลงถนัดตา

ทันใดนั้น คนกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมาจากโถงรับแขก ด้านหน้าของคนกลุ่มนั้นคือชิงซิ่วอี้ ฟ่านอวิ๋นหลาน และเจิ้นหลิวชิง

วันนี้สตรีทั้งสามได้เปลี่ยนวิธีการแต่งตัวไปจากเดิม พวกนางสวมชุดพิธีสมรสที่เรียบง่ายทว่าสง่างามยิ่ง ชิงซิ่วอี้เป็นสตรีที่งามฉูดฉาด สะดุดตา ฟ่านอวิ๋นหลานเป็นสตรีที่งดงามละเอียดลออ ในขณะที่เจิ้นหลิวชิงนั้นเป็นสตรีที่งามเยือกเย็น ครั้นเมื่อพวกนางยืนข้างกัน ความงามที่พิเศษเกินหาใดเปรียบก็ทำให้ผู้ที่พบเห็นตื่นตะลึงในทันที

ด้านหลังของสตรีทั้งสามคือเฟยเหลิ่งชุ่ย เฉินอวี่ เฉินอัน เฉินนั่ว เฉินผู เฉินอวิ่นจือ เฉินเป่าจิ้ง และทายาทสายตรงคนอื่น ๆ ของตระกูลเฉิน

แม้แต่บรรดาคนสำคัญจากแดนเทพโบราณก็ถึงกับอึ้งไปในทันทีที่กลุ่มนี้มาถึง พวกเขาทุกคนยืนขึ้นและโค้งคำนับ แน่นอน คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นญาติสนิทของเฉินซี ดังนั้นมีหรือที่จะละเลยได้?

ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบต่างก็ยืนขึ้นและโค้งคำนับด้วยเช่นกัน

ตอนนั้นเอง ฝูงชนทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะสงสัยใคร่รู้ขึ้นมา ใครกันที่เป็นแขกกลุ่มที่หก? พวกเขาถึงกับทำให้ชิงซิ่วอี้และคนอื่น ๆ ต้องออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ช่างนับเป็นเกียรติครั้งใหญ่!

ในเวลาไม่นาน คำตอบก็ถูกเฉลย

“บรรพชนผู้ก่อตั้งเขาเทพพยากรณ์ ตี้ซุนและเหวินเต้าเจิน มาพร้อมด้วยศิษย์แห่งเขาเทพพยากรณ์เพื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว!”

“ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเต๋าหนี่หวา อวี๋ซูจิ้ง มาพร้อมด้วยศิษย์ตำหนักเต๋าหนี่หวาเพื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว!”

“ผู้อาวุโสไฮว่คงจื่อแห่งสำนักเต๋ามาพร้อมด้วยศิษย์สำนักเต๋าเพื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว!”

เมื่อเสียงขานนามดังก้องไปทั่วท้องฟ้า บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความจริงจังก็ถูกทำลายลงทันที

พวกเขาตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าลึก ๆ นี่จะเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง แต่ยังคงตกใจอยู่ดีต่อให้มันจะตรงกับการคาดเดาของพวกเขาแค่ไหนก็ตาม

เขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา สำนักเต๋า!

หลังจากที่สำนักศักดิ์สิทธิ์และนิกายอำนาจเทวะถูกกวาดล้าง มหานิกายทั้งสามนี้ก็กลายเป็นผู้ปกครองเหนือแดนเทพโบราณ พลังและอิทธิพลของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างถึงขีดสุด!

โดยเฉพาะเขาเทพพยากรณ์ที่ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลกและเป็นผู้อยู่เหนือมหานิกายทั้งหมดอย่างแท้จริง!

ทว่าบัดนี้ มหานิกายทั้งสามซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดของแดนเทพโบราณได้มาถึงที่นี่โดยพร้อมเพรียง แน่นอนว่าไม่มีแขกคนใดที่จะไม่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้

แม้จะเป็นแขกเหรื่อที่ไม่ได้ล่วงรู้ถึงสถานะและความแข็งแกร่งของสามมหานิกาย ทว่าพวกเขาก็สามารถคาดเดาถึงความไม่ธรรมดาของคนเหล่านั้นได้ในทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่มาจากแดนเทพโบราณได้ยืนขึ้นอย่างสงบเสงี่ยมในขณะที่ชิงซิ่วอี้และคนอื่น ๆ เดินเข้าไปทักทาย

สายตาของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเพ่งมองไปในทางเดียว

ไม่นานนัก ร่างของตี้ซุนและเหวินเต้าเจินก็เดินผ่านประตูโค้งมาเป็นคู่แรก ในขณะที่อู๋เซวี่ยฉาน ถังเสียน เที่ยอวิ๋นไห่ ปราชญ์เฒ่า หลี่ฝูเหยา และศิษย์คนอื่น ๆ ทั้งหมดของเขาเทพพยากรณ์ติดตามอยู่ด้านหลังบรรพชนผู้ก่อตั้งทั้งสอง

แขกจากแดนเทพโบราณที่มาถึงก่อนหน้าอดไม่ได้ที่จะมองพวกเขาอย่างอ้าปากค้าง ตอนนี้คนของเขาเทพพยากรณ์ทั้งหมดอยู่ที่นี่!

โดยเฉพาะตี้ซุนและเหวินเต้าเจิน พวกเขาเป็นศิษย์น้องของฝูซี ปรมาจารย์แห่งเขาเทพพยากรณ์! สถานะสูงส่งเกินกว่าใครจะเทียบได้!

อีกด้านหนึ่ง ศิษย์ของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋ารู้สึกประหม่าจนพูดไม่ออก ท่าทางเต็มไปด้วยความยำเกรง

ฟ่านอวิ๋นหลานก้าวไปข้างหน้าและทักทายพวกเขาพร้อมกับเฉินนั่ว ผู้เป็นบุตรสาว

หลังจากนั้น คนของตำหนักเต๋าหนี่หวาก็ตามเข้ามา บรรดาผู้ที่อยู่ด้านหน้าคือผู้อาวุโสของตำหนักเต๋าหนี่หวาซึ่งอาศัยอยู่อย่างสันโดษ ด้านหลังพวกนางคือสืออวี๋ เซียงหลิวหลี และศิษย์คนอื่น ๆ อีกมากมาย

ชิงซิ่วอวี้และเฉินอันเป็นฝ่ายทักทายพวกเขา แน่นอน นั่นเป็นเพราะชิงซิ่วอี้นั้นเองก็มาจากตำหนักเต๋าหนี่หวา

และแขกกลุ่มสุดท้ายนั้นมาจากสำนักเต๋า ไฮว่คงจื่อซึ่งเป็นผู้นำคือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเต๋า เขาเป็นผู้ดูแลการถกวิถีเต๋าระหว่างห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิเมื่อหลายปีก่อน

ศิษย์ทั้งหมดของสำนักเต๋าเดินตามเขามาอย่างใกล้ชิด

เจิ้นหลิวชิงและเฉินผูรับหน้าที่ทักทายพวกเขา

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ดูเหมือนผู้คนจะให้ความสนใจเขาเทพพยากรณ์และตำหนักเต๋าหนี่หวามากกว่าสำนักเต๋าในระดับหนึ่ง

แน่นอนว่าเรื่องนี้มีเหตุผล ไม่ว่าใครก็รู้ว่าสำนักเต๋าเป็นนิกายเดียวในห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิที่วางตัวเป็นกลางจากเรื่องราวทั้งหมด และความเป็นกลางนี้ก็ทำให้ทั้งเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา สำนักเต๋า หรือแม้แต่สำนักศักดิ์สิทธิ์ และนิกายอำนาจเทวะยังคงสามารถร่วมมือกันได้ในเวลานั้น

แม้ว่าโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทว่าสำนักเต๋าก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำรงตัวเป็นกลางท่ามกลางสถานการณ์คลอนแคลน

แต่แน่นอนว่า ความวุ่นวายทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี้มีผลกระทบโดยตรงแค่กับเขาเทพพยากรณ์และตำหนักเต๋าหนี่หวาเท่านั้น ในสายตาของกองกำลังอื่น ๆ ในแดนเทพโบราณ สำนักเต๋ายังคงหยัดยืนได้อย่างมั่นคงและไม่มีใครกล้าสั่นคลอน

การมาถึงของเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา และสำนักเต๋าทำให้แขกทุกคนตระหนักลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าอำนาจของตระกูลเฉินนั้นน่าเกรงขามเพียงใด มันทำให้พวกเขาตกใจเกินกว่าจะสงบอารมณ์ได้

เมื่อเห็นดังนั้น แขกเหรื่อทั้งหลายก็ยิ่งแคลงใจมากเป็นทวีคูณ บนโลกใบนี้จะมีแขกที่สำคัญยิ่งกว่าเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา สำนักเต๋า ตระกูลผู้พิทักษ์เต๋าศักดิ์สิทธิ์ และทายาทศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์อยู่ด้วยหรือ?

ในเวลาไม่นาน ทุกคนก็เห็นชายชรารูปร่างสูงหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็ว รัศมีอันสง่างามของเขาพร่ามัวราวม่านแสงจรัส

ตอนนั้นเอง ทั้งตี้ซุนและเหวินเต้าเจินพลันหยัดกายลุกโดยพร้อมเพรียง สีหน้าทั้งฉงนและยินดี “ศิษย์พี่!”

กายของอู๋เซวี่ยฉาน ถังเสียน และศิษย์คนอื่น ๆ ของเขาเทพพยากรณ์สั่นสะท้าน พวกเขายืนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏตรงหน้า แขกทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือฝูซี ปรมาจารย์แห่งเขาเทพพยากรณ์

ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดเฉินเทียนลี่จึงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะผู้ที่ครั้งนี้เป็นถึงประมุขแห่งเขาเทพพยากรณ์!

ฝูซี!

ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานที่หายตัวไปจากโลกเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเขาจะมาร่วมงานแต่งงานของเฉินซีกับอาซิ่วด้วยตัวเอง!

ไม่นานนัก ร่างเพรียวบางที่อาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น

กายของคนจากตำหนักเต๋าหนี่หวาแข็งทื่อทันทีที่ร่างนั้นปรากฏ พวกเขายืนขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าเหล่านั้นแต่งแต้มไปด้วยความไม่เชื่อ ความประหลาดใจ และความยินดีคละเคล้ากันไป

ใช่แล้ว เนื่องจากนางมาถึงที่นี่พร้อมกับฝูซี แน่นอนว่านางจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหนี่หวา ประมุขแห่งตำหนักเต๋าหนี่หวาเท่านั้น!

แขกที่อยู่รอบ ๆ ไม่อาจอธิบายความรู้สึกของตนออกมาเป็นคำพูดได้อีกต่อไป ทั้งฝูซี! ทั้งหนี่หวา! จะมีใครในโลกที่ได้ประสบพบพานกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้?

ถัดจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีคนอื่น ๆ ปรากฏตัวขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจี้อวี๋ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตในตำนานอีกมากมาย

ภาพตรงหน้ากลายเป็นฉากที่น่าทึ่งในทันตา

“ได้เวลาแล้ว!!!” หลังจากที่ทุกอย่างกลับสู่ความสงบอีกครั้ง เหล่าไป๋ที่ยืนอยู่หน้าห้องโถงก็ตะโกนเสียงดัง “เริ่มพิธีได้!!!”

ทันใดนั้น เสียงระฆังก็ดังขึ้นท่ามกลางท่วงทำนองมหาเต๋าที่ล่องลอยไปในอากาศ โลกทั้งใบเต็มไปด้วยรัศมีมงคลเรืองรอง

คู่รักคู่หนึ่งเดินเคียงคู่กันออกมาจากโถงแห่งการประชัน สายตานับร้อยนับพันจรดลงยังร่างของคนทั้งสองเป็นตาเดียว

เฉินซีสวมอาภรณ์สีแดง กวานที่ทำจากขนวิหคเพลิง และรองเท้าไม้สนซึ่งสลักลวดลายมังกร มันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสื้อผ้าสีเขียวที่เขาสวมใส่อยู่เนืองนิจ ความประณีตของมันขับให้เขาดูโดดเด่นกว่าที่เคย

ที่ด้านข้างคือสตรีผู้มีรูปโฉมเป็นเลิศ ศีรษะของนางประดับด้วยเฟิ่งกวาน สวมอาภรณ์แขนกว้างสีแดงสด และรองเท้าซึ่งแกะสลักลวดลายวิหคคราม

แน่นอนว่านางคืออาซิ่ว เจ้าสาวของพิธีนี้

คู่บ่าวสาวยืนเคียงคู่กันเหนือแท่นด้านหน้าโถงแห่งการประชัน ประกายอันศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนคล้อยผ่านท้องฟ้าพร้อมกับท่วงทำนองแห่งเต๋าที่แว่วกังวาน พื้นดินเบื้องล่างปกคลุมไปด้วยสหายนับร้อยพันท่ามกลางกลางเสียงระฆังที่กังวานก้อง

เหตุการณ์เหล่านี้จะสถิตตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคนไปตลอดกาล ไม่มีสิ่งอันใดจะล้มล้างความรู้สึกที่เป็นดังภาพฝันนี้ไปได้ตราบเวลาผันผ่าน

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]