บทส่งท้าย 5.10 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
………………..
บทส่งท้าย 5.10 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
ทันใดนั้น ดูเหมือนอู๋ฉวนหลิ่ว จะคิดอะไรบางอย่างได้ เขาเลือกที่จะส่ายหน้าในทันที
“มีอะไรผิดปกติงั้นหรือ?” ลุงหลินถาม
“เปล่า ผมแค่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแฟนของมู่ชิงเหมือนจะเติบโตในหมู่บ้านหวงเหลียง”
ลุงหลินตกตะลึง “บังเอิญจริง”
อู๋ฉวนหลิ่วยิ้ม “ใช่” อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าลุงหลินจะมีความคิดที่ไกลไปกว่านั้น
…
วันส่งท้ายปีเก่าเป็นวันที่บ้านทุกหลังสว่างไสวไปด้วยดอกไม้ไฟที่ส่งเสียงก้องกังวาน มันเป็นวันที่คนทั้งหลายรอคอยที่จะได้เฉลิมฉลองมากที่สุด
ผิดกับเฉินหลาน มู่ชิง จ้าวจื้อเฉิง มู่เทียนหยวน หลิวซิ่วจือ ลุงหลิน และคนอื่น ๆ พวกเขาค่อนข้างเหนื่อยล้า
นั่นก็เพราะหิมะตกหนักไปทั่วทั้งจักรวรรดิ มันทำให้ถนนที่มุ่งสู่หมู่บ้านหวงเหลียงกลายเป็นถนนโคลนและหลุมบ่อจำนวนมาก
คุณชายจ้าวจื้อเฉิงบ่นด้วยความหงุดหงิดมาตลอดทาง ทุกประโยคล้วนสื่อความหมายว่าเขาจะไม่มาเหยียบย่างที่บ้า ๆ นี่อีกตลอดชีวิต…
…
หมู่บ้านธรรมดาก็เป็นเช่นนี้ มันมีเพียงถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ขรุขระ และมืดสนิท ไม่มีทางที่มันจะเทียบได้กับเมืองใหญ่ได้
หลังจากเดินทางมาทั้งวัน มู่ชิงซึ่งนั่งอยู่ข้างเฉินหลานก็เริ่มรู้สึกอ่อนล้าและง่วงนอน เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามทำตัวเองให้ตื่นอยู่เสมอ
เฉินหลานสังเกตเห็นมาสักพักแล้ว แม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่ได้เคลื่อนไหว ทว่ากลับมีลูกพีชสีเขียวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา “กินสิ จะได้รู้สึกดีขึ้น” ว่าพลางยื่นให้แฟนสาว
ลูกพีชสีเขียวแวววาวมีขนาดกำปั้นของทารก กลิ่นหอมของมันเย้ายวนและแฝงไปด้วยความสดชื่น
“นี่คือลูกพีชอะไรน่ะ?” มู่ชิงรับมันไปจากเขาและกัดในขณะที่พูด มันมีรสหวานสดชื่นอย่างยิ่ง น้ำจากผลของมันกลายเป็นกระแสน้ำอุ่นที่ไหลไปทั่วร่างกาย ราวกับกำลังดื่มน้ำแกงร้อน ๆ ในช่วงฤดูหนาว จิตวิญญาณของมู่ชิงพลันรู้สึกมีชีวิตชีวาในทันที นอกจากความเหนื่อยล้าจะถูกชะล้างไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอยังรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นี่มัน… นายไปเอาลูกพีชแบบนี้มาจากไหน?” มู่ชิงเคี้ยวพลางถามอย่างสงสัย ตลอดชีวิตเธอกินผลไม้มานับไม่ถ้วน รวมถึงผลไม้จากนอกจักรวรรดิด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นผลไม้ที่น่าอัศจรรย์เหมือนลูกพีชสีเขียวนี้มาก่อน
“ฉันขโมยมันมาจากถ้ำอมฤต มันออกดอกทุก ๆ สามพันปี ออกผลทุก ๆ สามพันปี ผลของมันบรรจุจิตวิญญาณแห่งโลกไว้ ผู้ชายที่กินมันเข้าไปจะมีอายุยืนยาว ในขณะที่ผู้หญิงจะได้รับความเยาว์วัยอันเป็นนิรันดร์ ผลข้างเคียงของมันมีเพียงอย่างเดียวก็คือผู้หญิงที่กินผลไม้นี้จะรักฉันไปจนชั่วนิรันดร์” เฉินหลานพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม
มู่ชิงกลอกตามองบน “หนอนหนังสือ นายนี่แย่มากจริง ๆ ถ้านายคิดอย่างนั้นจริงละก็ ใครก็ตามที่ตกหลุมรักนายจะต้องทนทุกข์ทรมานไปหลายชั่วอายุคนแน่!”
“แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยอมทนทุกข์”
“ทำไงได้ล่ะ เป็นฉันที่ดื้อด้านเองนี่นา”
เฉินหลานหัวเราะเบา ๆ
มุกตลกเมื่อกี้ทำให้มู่ชิงลืมถามถึงที่มาของลูกพีชสีเขียว เด็กสาวบิดยืดแขนขาอย่างเกียจคร้าน “อีกนานแค่ไหนเราจะถึงบ้านนาย?”
“เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” เฉินหลานกล่าว
อย่างที่เขาว่าไว้ หลังจากผ่านไปสิบนาที แสงดวงกลมโตก็ส่องสว่างขึ้นในระยะไกล มันสว่างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ สว่างเสียจนความมืดของราตรีไม่อาจเหยียบย่าง
ตอนนั้นเอง เค้าโครงของอาคารที่อยู่ไกลออกไปก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา มันดูโดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางความมืดมิด
ทางเดินลาดหินทอดยาวกว้างไกล บริเวณโดยรอบคฤหาสน์ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สูงตระหง่าน ทั้งใต้หลังคา กำแพง และต้นไม้สูงเหล่านั้นถูกปกคลุมไปด้วยโคมไฟสีแดง พวกมันเหมือนกับมังกรไฟที่คดเคี้ยวที่ส่องแสงสว่างไปถ้วนทั่ว
โคมไฟสีแดงสดทอดไกล แฝงซึ่งกลิ่นอายแห่งการเฉลิมฉลอง พวกมันขจัดความมืดของท้องฟ้ายามราตรีสร้างความอบอุ่นให้แก่ผู้พบเห็น
“โอ้ ที่นี่ไม่เลวเลย นี่คือหมู่บ้านหวงเหลียงหรือ? ทำไมถึงมีคฤหาสน์เพียงหลังเดียวล่ะ?” มู่ชิงค่อนข้างประหลาดใจ เดิมทีเธอจินตนาการว่าการที่เฉินหลานอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ นั้น ไม่ว่าเขาจะมีฐานะดีเพียงใด ก็ไม่มีทางเทียบได้กับเมืองใหญ่ เด็กสาวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคฤหาสน์ที่เธอเห็นนั้นจะตระการตาและยิ่งใหญ่เกินจะพรรณนาได้เช่นนี้
หากเชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยแล้วละก็ ก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่านี่คือผืนดินอันล้ำค่าที่แฝงไปด้วยสัญลักษณ์ของมังกรผงาดและปราณม่วงประสานแห่งบูรพาทิศซึ่งหลอมรวมกันเป็นพลังมงคลจากสวรรค์ นี่คือเส้นชีพจรมังกรที่เยี่ยมยอดที่สุด เป็นดินแดนที่โดดเด่นเสียจนคนธรรมดาไม่ทางได้ครอบครอง
กระนั้นสิ่งที่ดีเกินไปก็อาจนำมาซึ่งความเลวร้ายได้เช่นกัน
มีเพียงผู้ที่มีโชคชะตายิ่งใหญ่เป็นพิเศษเท่านั้นที่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขและได้รับการคุ้มครองจากมัน
“ใครบอกคุณว่าหมู่บ้านหวงเหลียงมีคนอื่นด้วย” เฉินหลานยิ้ม ก่อนจะจอดรถที่ด้านข้างและดับเครื่องยนต์
“นายน้อย คุณกลับมาแล้ว” จู่ ๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นราวรวดเร็วกับผี เขาเป็นชายชราที่มีสีหน้าเป็นมิตร
ชายชรายิ้มหน้าระรื่น “ขอรับนายน้อย การได้รับใช้นายน้อยเป็นเกียรติสูงสุดของกระผม”
เฉินหลานหัวเราะเบา ๆ แล้วเขาก็ชี้ไปที่มู่ชิง “ลุงยง นี่คือแฟนของฉัน มู่ชิง เธอมาร่วมฉลองปีใหม่ด้วย”
สีหน้าของชายชราแต้มรอยตกใจเด่นชัด เขาต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าสงบใจได้ “ที่แท้ก็คนรักของนายน้อย เชิญเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนครับ ผู้อาวุโสกำลังรอพวกคุณอยู่เลย”
เฉินหลานพยักหน้า จากนั้นเขาก็นำมู่ชิงไปยังคฤหาสน์ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ
ตอนนี้มู่ชิงค่อนข้างเงียบขรึมราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก “ครอบครัวของนาย…” เธอต้องการจะพูดอะไรบางอย่างหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ แต่กลับไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
“อย่าเพิ่งสนใจเรื่องอื่น แค่ไปสวัสดีปีใหม่พ่อแม่ของฉันก่อน แล้วฉันจะค่อย ๆ อธิบายทุกอย่างเอง” เฉินหลานยิ้มพลางจับมือของมู่ชิงแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้หัวใจของมู่ชิงสงบลง เธอหยุดคิดถึงเรื่องต่าง ๆ และเดินเคียงข้างเฉินหลานเข้าไปในคฤหาสน์
“นายน้อยหลานคบหากับมนุษย์ธรรมดาจริง ๆ นายหญิง…คงจะไม่ยอมให้เธอมาดองกันง่าย ๆ แน่” ลุงยงมองดูเด็กหนุ่มสาวเข้าไปในคฤหาสน์ แล้วขับรถฮัมเมอร์ออกไปพลางถอนใจอย่างอดไม่ได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลุงยงก็เดินกลับมาที่นี่โดยไม่ได้เข้าไปในคฤหาสน์ เขายืนอยู่หน้าเส้นทางที่ลาดด้วยหินปูนเพื่อใช้ความคิดอยู่สักพักก่อนจะโบกมือ “บรรดาญาติห่าง ๆ จะมาเข้าเยี่ยมในภายหลัง ทุกคนต้องดูแลให้ดี จำไว้ว่า ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าใกล้คฤหาสน์เกินสามร้อยเมตร และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไปในคฤหาสน์แม้แต่ก้าวเดียวหากไม่ได้รับการอนุมัติ”
เขาหันหลังจากไปทันทีที่พูดจบ
ฉับพลัน ชายหญิงกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นไม่นานหลังจากที่เขาจากไป พวกเขาทำเพียงเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ
พวกเขาทั้งแข็งแกร่งและสง่างามอย่างยิ่ง เปี่ยมไปด้วยรัศมีที่ยากพรรณนาขดแน่นอยู่ในกาย
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นผู้คุ้มกันคฤหาสน์ ท่าทาเคร่งขรึม สุขุมอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงสับสนงุนงง เหตุใดจักรพรรดิจึงยืนกรานที่จะมาที่หมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้เพื่อมาเยี่ยมสหายจากแดนไกลแทนที่จะอยู่เมืองหลวงในคืนวันส่งท้ายปีเก่า? นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อไม่น้อย
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่พวกเขาจินตนาการไม่ถึง
พวกเขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอดทาง แต่กลับไม่อาจจินตนาการได้ว่าแขกผู้มีเกียรติคนไหนที่สามารถทำให้องค์จักรพรรดิยอมลดตัวลงมาหาได้
และเมื่อพวกเขามาถึง พวกเขากลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปและขอให้รอด้านนอกท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก ความเหนื่อยล้าและความยากลำบากในการเดินทางผ่านถนนขรุขระที่มีชั้นของหิมะหนาตาทำให้พวกเขายิ่งไม่เข้าใจเหตุผลขององค์จักรพรรดิมากขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่าแม้แต่จักรพรรดิยังยินดีจะรอคอยอย่างใจเย็น มีหรือที่พวกเขาจะกล้าอารมณ์เสีย? ด้วยเหตุนี้ พวกเขาทำได้เพียงอดทนรออย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
เอี๊ยด!
เสียงเสียดสีของยางรถยนต์จากการเบรกอย่างแรงดังขึ้นจากที่ไกล มันดึงดูดความสนใจของหลาย ๆ คน มีคนอื่นมาอีกอย่างนั้นหรือ? รถเอสยูวี สีดำจอดต่อจากขบวนรถที่มาเยือนก่อนหน้า หลังจากนั้น มู่เทียนหยวนก็ลงมาจากรถอย่างคนหมดแรง ความทรมานที่ซ่านอยู่ในท้องทำให้เขาเริ่มอาเจียนออกมา
หลิวซิ่วจือรีบเข้าไปลูบหลังสามีของตนด้วยใบหน้าอ่อนแรง
“บ้าเอ๊ย! ในที่สุดก็มาถึงสักที!” หลังจากนั้นไม่นาน มู่เทียนหยวนก็แทบทรุดร่างลงกับพื้น เขาอดไม่ได้ที่บ่นกระปอดกระแปดว่าการเดินทางในครั้งนี้ยากลำบากเพียงไร
“ไหวไหมคะคุณ?” หลิวซิ่วจือส่งถ้วยน้ำอุ่นให้เขา
มู่เทียนหยวนไหวมือเบา ๆ “ไม่เป็นไร”
เขาก้าวไปข้างหน้าคืบใหญ่ “บ้านหลังนั้นน่าจะเป็นของเด็กคนนั้น เราเข้าไปกันดีกว่า วันนี้เราจะพบกับพ่อแม่ของเขาเพื่อหารือแก้ปัญหา จะได้ไม่ต้องมานั่งทนทุกข์อย่างนี้”
ผู้เป็นภรรยารีบก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเขา ปล่อยให้คนขับรถยังนั่งอยู่ในนั้นต่อไป
“เทียนหยวนคะ สาวน้อยเหลียงเลี่ยงคนนั้นเคยบอกว่าภูมิหลังของเฉินหลานนั้นไม่ธรรมดา เราต้องอ่านสถานการณ์กันก่อน อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะคะ” หลิวซิ่วจือเตือนเขา
“ไม่ต้องกังวล” มู่เทียนหยวนสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ถึงอย่างนั้น เพื่อความสุขของลูกสาวเรา จะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไปไม่ได้”
หลิวซิ่วจือพยักหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นว่าขบวนรถข้างหน้านั้นคุ้นตาอย่างยิ่ง “เทียนหยวนคะ ดูขบวนรถนั่นสิ คุณว่ามันดูคุ้น ๆ ไหมคะ?”
มู่เทียนหยวนกำลังคิดถึงเรื่องหนักอก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดังนั้น เมื่อเธอชี้ให้เขามองตาม มู่เทียนหยวนจึงเห็นว่ามีรถเอสยูวีสีดำมากกว่าสิบคันกำลังจอดอยู่ข้างหน้า พวกมันทั้งหมดเป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ
ร่างกายของเขาแข็งทื่อในทันทีที่เริ่มสำรวจมันอย่างระมัดระวัง และขยี้ตาซ้ำเพื่อยืนยันว่าภาพตรงหน้าเป็นของจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริง มู่เทียนหยวนก็ไม่อาจสงบใจได้อีกต่อไป เสียงลมหายใจของเขาดังหอบนี่ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนั้นถึงมารวมตัวกันที่นี่? พวกเขาไม่ต้องฉลองปีใหม่กันหรอกหรือ? มู่เทียนหยวนรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก
“เอ๊ะ ก็นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็พี่มู่ คุณมาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ?” ทันใดนั้น หม่าอวิ๋นเฟยก็เดินเข้ามา เขาถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นมู่เทียนหยวนจริง ๆ
“ผู้อำนวยการหม่า” มู่เทียนหยวนรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น เขาก็รีบเดินไปข้างหน้า “เดี๋ยวนะ… แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่?”
หม่าอวิ๋นเฟยยิ้ม “มาเถอะ อย่าเพิ่งคุยกันเลย ตรงนู้นมีเพื่อนเก่า ๆ กำลังรออยู่เต็มไปหมดเลย”
ขณะที่หม่าอวิ๋นเฟยพูด เขาก็หันหลังกลับและเป็นฝ่ายนำทาง
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...