บทส่งท้าย 5.11 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
………………..
บทส่งท้าย 5.11 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
มู่เทียนหยวนสบตากับภรรยา เข้าใจสิ่งที่เหลียงเลี่ยงจะสื่ออยู่ราง ๆ เทียบกับความเหนื่อยล้าในตอนนี้แล้ว ในใจเขาตอนนี้มีหลายเรื่องให้หนักใจกว่า
ทั้งสองเดินตามหม่าอวิ๋นเฟยไป เมื่อมาถึงขบวนด้านหน้าและเห็นผู้ทรงอิทธิพลยศสูงในจักรวรรดิทั้งหลายแล้ว มู่เทียนหยวนกับหลิวซิ่วจือก็อ้าปากค้าง กลายเป็นเกรงใจพวกเขาอยู่หน่อย ๆ
อีกทั้งพอเห็นร่างสูงสง่าของคนที่เดินนำขบวนมา มู่เทียนหยวนกับหลิวซิ่วจือถึงก็พูดไม่ออก พวกเขามองคนผู้นั้นด้วยความตกตะลึง กระทั่ง… กระ… ทั่งจักรพรรดิยังมาด้วยตัวเองเลยเหรอ?
พร้อมกันนั้น หม่าอวิ๋นเฟยก็เอ่ยคำข้างหูจักรพรรดิอยู่หลายคำ จักรพรรดิพลันหันมายิ้มทำท่าเรียกให้มู่เทียนหยวนเข้ามา
มู่เทียนหยวนสะดุ้ง จากนั้นก็รีบเดินเข้าไป “ฝ่าบาท”
“อยู่นอกเมืองหลวงไม่เป็นไรหรอก เทียนหยวน มาทำอะไรที่นี่ดึก ๆ ดื่น ๆ?” จักรพรรดิถามด้วยความสงสัย
“เอ่อออ” มู่เทียนหยวนลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็เล่าความจริงให้จักรพรรดิฟัง
“นี่จะบอกว่า… ลูกสาวเธออยู่กับเด็กที่มาจากหมู่บ้านหวงเหลียงนั่นเหรอ?” จักรพรรดิยิ่งสงสัยกว่าเก่า จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความสนใจ “อ้อ มาดูเรื่องแต่งงานเหรอ?”
มู่เทียนหยวนยิ้มขื่น “พูดกันตามตรง ผมกลัวว่ายัยหนูของผมจะถูกหลอก ก็เลยคัดค้านความสัมพันธ์นี้มาตลอด ผมก็เลยมาดูเองว่าชายหนุ่มคนนั้นมีฐานะยังไงบ้าง”
พริบตาเดียว จักรพรรดิก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด แถมยังยิ้มแปลก ๆ ก่อนพูดว่า “ไอ้หยา เธอนี่มองคนแย่กว่าลูกสาวตัวเองอีกนะนี่ เธอสนใจเรื่องนั้นให้น้อยหน่อยดีกว่า กลับเมืองหลวงเมื่อไหร่มาหาฉันด้วย ฉันสนใจงานแต่งงานของลูกสาวเธอมาก”
“แน่นอนครับ” มู่เทียนหยวนพยักหน้ารัว ๆ ด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำ เขาพอจะคาดเดาสิ่งที่จักรพรรดิพูดมาได้ แต่ก็ยังไม่กล้ามั่นใจ ในใจจึงยังกระวนกระวายอยู่มาก
“ฝ่าบาท ทำไมถึงยังไม่เข้าไปอีกล่ะครับ?” มู่เทียนหยวนนึกเรื่องนี้ขึ้นได้แล้วถามขึ้นมา
“กำลังรออวยพรอยู่น่ะสิ” จักรพรรดิเอ่ยเสียงสุขุม
“รอให้คำอวยพรเหรอครับ?” มู่เทียนหยวนอึ้งไป จากนั้นก็รู้สึกว่าความฉลาดที่ตนเองมีคงไม่พอเสียแล้ว
หม่าอวิ๋นเฟยจึงอธิบายเสียงค่อยอยู่ด้านข้าง แล้วมู่เทียนหยวนถึงได้เข้าใจ แต่ก็ยิ่งงงมากขึ้นด้วยเหมือนกัน แค่กฎของหมู่บ้านแห่งหนึ่งสามารถทำให้จักรพรรดิและบุคคลทรงอำนาจทั้งหลายถึงกับไม่กล้าเดินเข้าไปเลยเหรอ?
เจ้าเด็กนั่นมีความเป็นมายังไงกันแน่? หรือจะใหญ่กว่าราชวงศ์แห่งจักรวรรดินี้อีกเหรอ? มู่เทียนหยวนคิดแล้วก็ตกใจ นึกถึงตอนที่คุยกับเฉินหลานในงานวันรวมญาติว่าเขาต่อต้านความสัมพันธ์นี้แค่ไหน สีหน้าเขาซับซ้อนมาก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
พร้อมกันนั้นก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลังขบวน
“นี่มันที่บ้าอะไรกันเนี่ย? ถนนขรุขระจนอยากจะอ้วก ถ้าไม่ใช่เพราะชิงชิงฉันไม่ถ่อมาถึงที่นี่แน่”
“คุณชาย สถานการณ์ดูผิดปกติไปนะครับ”
“มีอะไรล่ะ?”
“ดูรถพวกนั้นสิครับ”
“ก็แค่รถไม่ใช่หรือไง? มีรถขนาดนั้นก็พิสูจน์ได้อย่างเดียวว่าบ้านเด็กนั่นไม่ได้จนอย่างที่เราคิดก็เท่านั้นแหละ”
“ไม่ครับ ดูตรงนั้นสิ”
“ไม่จำเป็นหรอก มากับฉัน เราเข้าไปในบ้านมันก่อน ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันจะเอาเรื่องพ่อแม่มันให้หนักเลย!”
จ้าวจื้อเฉิงด่าไปเดินไปพร้อมกับชายอีกสองคน เขาเห็นว่ามีคนรวมตัวกันอยู่ด้านข้างแต่ก็ไม่ได้สนใจ เดินไปตะโกนไปว่า “ถอยไป ทุกคนถอยหน่อย”
เหล่าผู้ทรงอำนาจแห่งจักรวรรดิชะงักไป เด็กนี่จองหองนัก!
ถ้าเป็นเวลาอื่น จ้าวจื้อเฉิงคงจับบรรยากาศได้แล้วว่ามันดูประหลาด แต่วันนี้เขาโมโหมาก นั่งรถฝ่าถนนขรุขระดำมืดนั่นมาตั้งสองชั่วโมงเต็ม เขาแทบจะขย้อนเครื่องในออกมาจนหมด แล้วเขาจะสนใจบรรยากาศรอบตัวไปทำไม? อีกอย่างที่นี่ค่อนข้างมืด เขาจึงมองหน้าคนอื่นไม่ค่อยออก จึงได้แต่เดินก้าวเท้าไปข้างหน้าเท่านั้น
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ! เสียมารยาทที่สุด! มาจากตระกูลไหนเนี่ย?” มีคนหนึ่งทนไม่ได้เอ่ยเสียงลั่นขึ้นมา
“ใครแม่งกล้า….” จ้าวจื้อเฉิงโกรธขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินคนจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้กล้าด่าเขา เขาเลยด่าสวนไป แต่พูดไปได้ครึ่งทางก็อึ้งไป “ลุงเซวีย! ลุง… ลุงมาทำอะไรที่นี่ครับ?”
คนที่ด่าเขาขึ้นมาคือผู้บัญชาการกองทหารรักษาการณ์จักรวรรดิ เซวียซื่อเหิง พอได้ยินจ้าวจื้อเฉิงก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่มองจ้าวจื้อเฉิงด้วยสายตาเย็นชาจนอีกฝ่ายเหงื่อตก
ตอนนี้เขาถึงได้เข้าใจ รู้ว่าสถานการณ์ไม่ปกติแล้ว จากนั้นเขาก็มองคนอื่น ๆ แล้วก็รู้สึกว่าเหมือนถูกฟ้าผ่า อ้าปากค้างทำท่าเหมือนจะหายใจไม่ออก
นี่… มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมผู้อาวุโสทุกคนถึงมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ในวันส่งท้ายปีเก่าได้? จ้าวจื้อเฉิงถึงกับขวัญผวา ยิ่งมาเห็นร่างสูงสง่าของคนที่อยู่ตรงกลางก็ทำให้เขากลัวจนแทบทรุดลงกับพื้น ความหวาดหวั่นโถมเข้ามาในใจ
เขานึกท่าทางจองหองของตัวเองเมื่อกี้ขึ้นมาได้ก็อยากตบหน้าตัวเอง รู้สึกเสียใจขึ้นมา
“เจ้าเด็กนี่ใครกัน?” จักรพรรดิเหลือบมองจ้าวจื้อเฉิง
“เขาเป็นลูกชายพลตรีจ้าวผิงปัว ปกติก็ฉลาดเฉลียวดีนะครับ แต่วันนี้ดูจะโง่ไปสักหน่อย” หม่าอวิ๋นเฟยรีบอธิบาย
จักรพรรดิพยักหน้า จากนั้นก็หันไปไม่สนใจอีก
ทว่าจ้าวจื้อเฉิงเห็นแบบนี้ก็กลัวตัวสั่นไปแล้ว ทั่วร่างหนาวเหน็บเหมือนตกบ่อน้ำเย็น ใครจะไปคิดว่าจะได้มาเจอกลุ่มคนที่ส่งอิทธิพลมากที่สุดในจักรวรรดิที่หมู่บ้านนี้ได้?
เรื่องนี้ผ่านไปไวนัก ผู้ทรงอำนาจทั้งหลายไม่สนใจจ้าวจื้อเฉิงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้คิดโกรธอะไร แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีใครเอาไปบอกจ้าวผิงปัวตอนกลับเมืองหลวงหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น… ก็รู้ผลลัพธ์กันดีอยู่แล้ว
มู่เทียนหยวนกับภรรยาเห็นเรื่องราวทั้งหมด ในใจก็อึ้งและเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน แต่ก่อนเขามองว่าอยากให้จ้าวจื้อเฉิงกับมู่ชิงได้คู่กัน แต่พอเห็นภาพนี้เข้าก็ทิ้งความคิดนั้นไปทันใด
เพราะการกระทำอวดดีของจ้าวจื้อเฉิงทำให้เหล่าผู้ทรงอำนาจมองเขาไม่ดีไปแล้ว อนาคตน่าเป็นห่วงยิ่ง
ลุงยงพลันก้าวขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณที่อยู่รอกัน มากับผมได้เลยครับ”
พูดแล้ว ลุงยงก็โบกมือสั่งให้ผู้รักษาการณ์ถอยออกมา แล้วก็เดินนำหน้าสู่คฤหาสน์
“ไปเถอะ จำไว้ว่าระวังกิริยามารยาทของตัวเองด้วยล่ะ” ตอนนี้เองที่จักรพรรดิเผยสีหน้าจริงจังเคร่งขรึมขึ้นมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเดินตามลุงยงไป
ผู้ทรงอำนาจคนอื่น ๆ ยิ่งรู้สึกขึงขังมากขึ้น ใบหน้ายิ่งเคร่งขรึมขณะเดินตามลุงยงไป ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้มีใครสนใจจ้าวจื้อเฉิงเลย
มู่เทียนหยวนกับภรรยาเองก็ทำท่าเหมือนเขาเป็นโรคระบาด ติดตามคนกลุ่มนั้นไปติด ๆ เช่นกัน
“นี่มัน… เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” จ้าวจื้อเฉิงเห็นแล้วก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เขามั่นใจว่าคฤหาสน์ที่อยู่ไกล ๆ นั่นคงจะเป็นบ้านของเฉินหลานแน่ แต่ว่า…. ทำไมผู้ส่งอิทธิพลทั้งหลาย รวมถึงพวกเจ้าหน้าที่ยศสูงหลายคนถึงต้องมาที่นี่ในคืนนี้ด้วย? กระทั่งจักรพรรดิเองก็ยังมาที่นี่?
เขาคิดไม่ออก

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...