บทส่งท้าย 5.8 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
………………..
บทส่งท้าย 5.8 นักเรียนตัวท็อปกับหนอนหนังสือ
แววตาของเธอเย้ายวน ลมหายใจที่มีกลิ่นหอมปะปนกับกลิ่นของแอลกอฮอล์กำจายจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด ใบหน้าที่งดงามนั้นเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะพรรณนา
กระนั้นเฉินหลานกลับไม่ได้แยแสในสิ่งนั้นแม้แต่น้อย “ฉันมีชาที่นำมาจากบ้าน ลองดูไหม? มันน่าจะทำให้เธอสร่างเมาได้” เขาพูดอย่างใจเย็น
ขณะที่พูด มือของเขาไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย ทว่ากลับมีกาน้ำชาเล็ก ๆ ที่ดูประณีตปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ เขาหยิบจอกชาที่วางอยู่บนโต๊ะและชงชาให้กับเหลียงเลี่ยง อวิ๋นไช่เหว่ย และก็ตัวเขาเอง
ไอน้ำปุดขึ้นจากชาที่เดือดพล่าน กลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกสดชื่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
ดวงตาของเหลียงเลี่ยงทอประกาย “นี่คือชาอะไรน่ะ?”
เฉินหลานตอบ “ลองดูสิ”
เขาส่งจอกให้หญิงสาวทั้งสอง
เหลียงเลี่ยงดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เธอดื่มมันลงไปทั้งอึกใหญ่โดยไม่สนใจว่ามันจะลวกลิ้นหรือไม่ ไม่นาน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายกำลังถูกแช่แข็ง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกจนอธิบายไม่ได้
อวิ๋นไช่เหว่ยลองจิบ ทันใดนั้น หญิงสาวก็อุทานด้วยความประหลาดใจและดื่มเข้าไปอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้น เธอก็ไม่อาจหยุดดื่มมันได้อีกต่อไป
กระทั้งหญิงสาวดื่มจนพอใจ เธอก็หลับตาลงพร้อมถือจอกชาไว้ในมือ ราวกับกำลังสัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่าง
ผ่านไปครู่ใหญ่เหลียงเลี่ยงจึงถอนหายใจออกมา เธอเม้มริมฝีปากขณะจ้องมองไปยังที่เฉินหลาน ก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด
เธอกระโจนเข้าใส่เฉินหลานและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ หน้าอกอวบอิ่มกดลงบนร่างของเฉินหลาน เป็นความรู้สึกที่ชวนให้ขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก
เฉินหลานไม่ทันระวัง เขารู้สึกเขินอายอย่างเห็นได้ชัด กระนั้นเหลียงเลี่ยงกลับเดินกลับไปที่ที่นั่งของเธอทั้งรอยยิ้มก่อนที่เขาจะได้ผลักเธอออกไป
“สุดหล่อ! ขอบคุณสำหรับชานะ!” รอยยิ้มที่สดใสประทับลงบนใบหน้ามากเสน่ห์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจ
เธอรับราชการในกองทัพมาหลายปี ผ่านประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชนซึ่งทำให้ร่างกายมีอาการบาดเจ็บต่างแฝงอยู่อย่างไม่มีทางหายสนิท
ทว่าชาของเฉินหลานกลับสามารถขจัดอาการบาดเจ็บเหล่านั้นได้อย่างหมดจดในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาราวกับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เธอตื่นเต้น มีความสุขได้อย่างไร?
เฉินหลานเช็ดลิปสติกบนใบหน้าออกก่อนจะหัวเราะขื่น “มันก็แค่ชาถ้วยเดียว ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย”
ตอนนี้เอง ดวงตาของอวิ๋นไช่เหว่ยทอประกายงดงาม เธอรู้สึกเหมือนร่างกายเบาขึ้นมาก มันบางเบา อบอุ่น และเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต มีหรือเธอจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะชาถ้วยนั้น?
มีชามหัศจรรย์เช่นนี้ในโลกได้อย่างไรกัน?
อวิ๋นไช่เหว่ยรู้สึกว่าชายที่ดูธรรมดาคนนี้มีความลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นานนัก เฉินหลานก็ยืนกรานที่จะกลับ เช่นเดียวกับเหลียงเลี่ยงที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากจะปาร์ตี้ต่อ ดังนั้นพวกเขาจึงออกจากคลับเฮยจิ่งฮวาพร้อมกับอวิ๋นไช่เหว่ย
แต่เนื่องจากข้างนอกมืดมาก เหลียงเลี่ยงจึงตัดสินใจขับรถไปส่งอวิ๋นไช่เหว่ยเป็นอันดับแรก
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้านของอวิ๋นไช่เหว่ยที่สวนจางมู่หลวง หญิงสาวก็ไม่อาจหยุดคำถามในใจของเธอได้อีกต่อไป
เฉินหลานพูดด้วยรอยยิ้ม “แฟนของผมเป็นแฟนคลับคุณ แถมรูปของคุณก็อยู่เต็มโลกออนไลน์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงจำคุณได้ ผมแค่อยากจะช่วยคุณเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่น”
อวิ๋นไช่เหว่ยชะงัก “ดูเหมือนว่าคุณจะรักแฟนของคุณมากจริง ๆ ฉันขอให้คุณทั้งสองมีความสุข”
เฉินหลานขอบคุณเธอ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “คุณช่วยเซ็นชื่อให้ผมหน่อยได้ไหม”
เหลียงเลี่ยงแสร้งเย้า “เอ้า นี่สุดหล่อ! นายก็เป็นแฟนคลับเธอเหมือนกันสินะ?”
“เปล่า ผมจะเอาไปให้มู่ชิง” เฉินหลานอธิบายอย่างเรียบง่าย
คำขอนี้เธอไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว หญิงสาวหยิบปากกาออกจากกระเป๋าถือและเขียนลายเซ็นให้เฉินหลาน ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเขียนคำอวยพรให้กับเขาอีกด้วย
เฉินหลานเก็บมันไว้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะโบกมือลาหญิงสาวและจากไปพร้อมกับเหลียงเลี่ยง
“เขาเป็นที่คนลึกลับจริง ๆ… แต่ก็เป็นคนดีด้วย” อวิ๋นไช่เหว่ยเฝ้ามองรถฮัมเมอร์จากไป รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอขณะที่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่เธอได้พบกับเขา
ต่อมา ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบันเทิงสาวผู้นี้ก็ได้แต่งเพลงที่มีชื่อว่า ‘ชายลึกลับ’ ขึ้น ดนตรีและเนื้อเพลงของมันพิเศษไม่เหมือนใคร ไม่นาน มันก็กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์จไปทั่วทั้งจักรวรรดิในข้ามคืน แฟน ๆ ของเธอต่างพยายามคาดเดาว่าชายลึกลับที่อยู่ในเนื้อเพลงคือใครกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังสงสัยว่าเป็นคนที่เธอแอบปลื้มอย่างแน่นอน!
…
เช้าตรู่ของวันที่ 28 ตามปฏิทินจันทรคติ วันส่งท้ายปีเก่า
หิมะปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาว
เฉินหลานถือกระเป๋าเป้สะพายหลังใบเก่าที่หน้าหอพักหญิง ไม่นานนักเขาก็เห็นมู่ชิงเดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่ถูกลากตามหลัง
วันนี้หิมะตกหนัก ดังนั้นมู่ชิงจึงสวมแจ็กเกต หมวกไหมพรมขนเป็ด และผ้าพันคอขนสัตว์สีดำ วงขาที่ยาวและเรียวสวยของเธออยู่ภายใต้กางเกงยีนรัดรูปสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าบูตหนังสีน้ำตาล การแต่งตัวดูทันสมัยแฝงไปด้วยความซุกซน
วันนี้เป็นวันที่เฉินหลานจะกลับบ้านเพื่อฉลองปีใหม่
เฉินหลานสัญญากับมู่ชิงว่าจะพาเธอกลับบ้าน ดังนั้นหญิงสาวจึงเริ่มแต่งตัวก่อนรุ่งสาง
“ฉันดูเป็นยังไงบ้าง?” มู่ชิงถามด้วยความกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ไปร่วมเทศกาลปีใหม่ที่บ้านแฟนหนุ่ม ไม่มีทางที่เธอจะสลัดความกังวลไปได้เลย
“สวยมาก” เฉินหลานพยักหน้า
มู่ชิงยิ้ม เธอกอดแขนของเฉินหลานแล้วพูดว่า “ไม่สนแล้ว ฉันต้องไปพบพ่อแม่สามีให้ได้ไม่ว่าฉันจะน่าเกลียดแค่ไหนก็ตาม”
พ่อแม่สามี…
เฉินหลานตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหยิบกระเป๋าเดินทางของมู่ชิงมาถือไว้เองและเดินออกไป
เหลียงเลี่ยงบอกว่าจะส่งตั๋วรถไฟให้วันนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อเขามาถึงหน้าประตูสถาบันหลวง เขาก็เห็นเหลียงเลี่ยงยืนอยู่ตรงหน้ารถ “ฉันเตรียมรถให้นายแล้ว”
เฉินหลานชะงัก “แล้วตั๋วรถไฟล่ะ?”
เหลียงเลี่ยงตอบด้วยความโกรธ “นี่นายรู้ไหมว่าการจองตั๋วรถไฟตอนนี้มันยากแค่ไหน? อีกอย่าง ที่นั่นคนแน่นก็แน่น เหม็นก็เหม็น นายอยากจะพามู่ชิงไปลำบากแบบนั้นจริง ๆ เรอะ?”
เธอเปิดประตูรถและหยิบกระเป๋าเดินทางที่อยู่ในมือของเฉินหลานมาไว้กับตัว ก่อนจะโยนมันเข้าไปในท้ายรถ “ไปเร็วสิ ขับรถปลอดภัยนะ”
เฉินหลานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับข้อตกลงนี้ เขาหันไปพยักหน้ากับมู่ชิงก่อนจะถาม “แล้วคุณล่ะ? ให้ผมไปส่งคุณก่อนไหม?”
เหลียงเลี่ยงโบกมือไหวๆ “ไปกันเถอะ พี่ชายของฉันจะมารับในอีกไม่นาน”
เนื่องจากเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ในที่ราบภาคกลาง ถนนของอำเภอหลงฉีจึงถูกทิ้งร้างในวันส่งท้ายปีเก่า ไม่ว่าจะสถานที่ทำงานหรือร้านรวง ทุกอย่างล้วนปิดลงเพื่อไปเฉลิมฉลอง
ดังนั้นเมื่อเฉินหลานขับรถพามู่ชิงเข้าไปในเมืองนี้ พวกเขาค้นหาอยู่นานถึงจะพบร้านอาหารระดับกลางที่ยังคงเปิดอยู่ในที่สุด
หลังจากที่พวกเขาเข้าไป พวกเขาตั้งใจว่าจะสั่งบะหมี่ธรรมดา ๆ หนึ่งชามและค่อยออกเดินทางต่อ การเดินทางไปยังหมู่บ้านหวงเหลียงต้องใช้เวลาอีกสองชั่วโมง แต่เมื่อเห็นว่าถนนนั้นเต็มไปด้วยหลุดบ่อและหิมะที่ตกลงมาเพิ่ม ก็เห็นทีว่าคงต้องใช้เวลานานกว่านั้น
โชคดีที่รถของเหลียงเลี่ยงเป็นยานพาหนะสำหรับงานในกองทัพ ดังนั้นมันจึงสามารถรับมือกับเส้นทางที่เลวร้ายเช่นนี้ได้
บริกรของร้านอาหารแห่งนี้อยู่ระหว่างการลาหยุด ดังนั้นเจ้าของ ภรรยา และลูกสาวที่เพิ่งเข้าสถานศึกษาจึงเป็นผู้ให้บริการแทน
ยิ่งไปกว่านั้น ทั่งทั้งร้านมีโต๊ะว่างเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเฉินหลานและมู่ชิงกินอาหารไปได้เพียงครึ่งเดียว ตำรวจกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างดุดัน เจ้าของร้านอาหารคิดว่าพวกเขาจะมากินอาหารจึงรีบก้าวออกไปต้อนรับ แต่พวกเขากลับดันเจ้าของออกไปและตะโกนขึ้น “นี่ไม่ใช่เรื่องของแก เรามาที่นี่เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการ!”
เจ้าของร้านตื่นตระหนกในทันที เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่เหล่านี้จึงมาที่ร้านอาหารของตนเพื่อทำคดีในวันส่งท้ายปีเก่า!
ตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่วัยกลางคนท่าทางแข็งแกร่งก็เหลือบมองแขกในร้านอาหารและตะโกนเสียงดัง “นั่นรถทหารของใคร?”
เฉินหลานที่กำลังกลืนบะหมี่อยู่ชะงัก จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและพูดว่า “ของฉันเอง”
สายตาของเจ้าหน้าที่เพ่งเขาเป็นตาเดียว จากนั้นเจ้าหน้าที่วัยกลางคนผู้นั้นก็ไอแห้ง ๆ และแสดงบัตรประจำตัวของเขา “ฉันสงสัยว่าคุณใช้ยานพาหนะของกองทัพโดยไม่ได้รับอนุญาต รบกวนมากับพวกเราเดี๋ยวนี้”
เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ พุ่งเข้ามาเหมือนกับกลุ่มหมาป่าที่ตั้งใจจะตะครุบเหยื่อ
“อย่าแม้แต่จะคิด!” มู่ชิงตบโต๊ะลั่นก่อนจะยืนขึ้นและจ้องมองเจ้าหน้าที่วัยกลางคนคนนั้นด้วยความโกรธ “ใช้ยานพาหนะของกองทัพโดยไม่ได้รับอนุญาต? คุณแน่ใจหรือว่าข้อกล่าวอ้างของคุณมีน้ำหนัก? ฉันว่าพวกเขาน่ะเป็นตำรวจปลอมมากกว่า!”
หญิงสาวโกรธจัด พวกเขามาแค่กินข้าวเท่านั้นแต่กลับต้องเจอเรื่องแบบนี้ เป็นใครจะไม่โกรธบ้าง?
มู่ชิงเป็นคนสวย การแต่งตัวแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มาจากเมืองเล็ก ๆ เมื่อประกอบกับสำเนียงที่นุ่มนวลอย่างคนเมืองหลวง มันทำให้เจ้าหน้าที่วัยกลางคนรู้สึกตกตะลึงไปชั่วขณะ
ไม่นาน เขาก็แค่นเสียงเย็น “จริงไม่จริงไปว่ากันที่สถานี คุณผู้หญิง ผมขอแนะนำให้คุณเชื่อฟังเราจะดีกว่า หากต่อต้านจะถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของจักรวรรดิ อย่าโทษหากพวกเราต้องใช้กำลัง!”
มู่ชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกัดฟันพูด “ก็ได้ ฉันจะโทร!”
เพียะ!
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกลับปัดโทรศัพท์ของเธอลงพื้น “เราไม่อนุญาตให้มีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่! คุณมีสิทธิ์ที่จะโทรหาใครก็ได้ แต่นั่นต้องหลังจากที่คุณมาที่สถานีตำรวจกับเราและให้ปากคำเรียบร้อยแล้วเท่านั้น”
มู่ชิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอเป็นคนจากเมืองหลวงที่มาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ห่างไกล และไม่เคยเผชิญหน้ากับกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นนี้มาก่อน คราวนี้หญิงสาวจนด้วยปัญญาของจริง
“พาพวกเขาไป!” เจ้าหน้าที่วัยกลางคนหัวเราะมู่ชิงอย่างเย้ยหยัน
เจ้าของร้านอาหารต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้ พวกเขาจะจินตนาการได้อย่างไรว่าคู่รักที่กำลังรับประทานอาหารในร้านอาหารของพวกเขาจะก่ออาชญากรรมในวันส่งท้ายปีเก่า แต่การใช้พาหนะของกองทัพโดยไม่ได้รับอนุญาตล่ะ? นั่นเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่? ฉันไม่เคยเห็นตำรวจทำอะไรเร็วขนาดนี้มาก่อน
นอกจากนี้วันนี้ยังเป็นวันส่งท้ายปีเก่า พวกเขาไม่ต้องเฉลิมฉลองกับครอบครัวหรือหรือไง?
ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี เจ้าของร้านอาหารรู้ได้ทันทีว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่คู่รักคู่นี้อย่างแน่นอน บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาทำให้ใครบางคนขุ่นเคือง
ชั่วขณะหนึ่ง เจ้าของร้านทอดมองที่เฉินหลานและมู่ชิงด้วยสายตาเวทนา
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
ทำไมตอนที่ 1631-1637 อ่านไม่ได้ครับ...
อยากซื้อหนังสือเรื่องนี้จบรึยังมีขายรึยัง ราคาเท่าไหร่...
กำลังสนุกเลยจ้า1407...
1...
รออ่าน1296...
รออ่าน1184จ้า...
ตอนที่1111รออ่านยุ...
ตอน1109รออ่านยุ...
กำลังมันเลยครับ...
กำลังมันเลยครับ...