บทที่ 1010 ฮ่องเต้ต้าเหลียงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ฉินเทียนหู่กำลังบอกจ้าวอวี้หลงว่า ในการปราบปรามตระกูลใหญ่ทางใต้ จ้าวอวี้หลงจะเป็นแม่ทัพแนวหน้า ไเขาม่ใช่หรือที่ต้องการสร้างผลงานและชื่อเสียง? สงครามกลางเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นโอกาสอันดีของจ้าวอวี้หลง
จ้าวอวี้หลงตื่นเต้นนัก
ตระกูลใหญ่ทางใต้ คงอยู่ได้ไม่นานแล้ว
ช่วงเวลาเดียวกัน
พระราชวังต้องห้าม ณ ห้องทรงพระอักษร
ฮ่องเต้ต้าเหลียงรับจดหมายลับจากองครักษ์เสื้อแพร พออ่านก็รู้ว่าหลี่เซียวหลานตั้งครรภ์แล้ว เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า แย้มยิ้มขมขื่น
“สุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างเจิ้นกับฉินเฟิงก็ต้องอาศัยเจ้าหนูน้อยเป็นสะพานเชื่อม”
“ก็ดี แม้จะขาดตกบกพร่องในเรื่องมารยาทไปบ้าง แต่ตราบใดที่ข่าวไม่รั่วไหล ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอับอาย”
“รอให้ฉินเฟิงมีชัยกลับมาค่อยจัดพิธีก็ไม่สาย”
หากเป็นในอดีต องค์หญิงต้าเหลียงตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน ฮ่องเต้ต้าเหลียงคงย่อมต้องโกรธจัด แต่เวลานี้ต่างจากเมื่อก่อน ตอนนี้ฮ่องเต้ต้าเหลียงกลับร้อนใจอยากให้หลี่เซียวหลานกับฉินเฟิงได้เป็นสามีภรรยาเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ
บัดนี้เมื่อมีความสัมพันธ์ ‘พ่อตาลูกเขย’ ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็สามารถร่วมมือกับฉินเฟิงกวาดล้างตระกูลใหญ่ทางใต้ให้สิ้นซากได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
ตามรายงานจากองครักษ์เสื้อแพร การศึกของฉินเฟิงที่เป่ยตี๋ก็กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
ทุกครั้งที่ได้รับรายงานสถานการณ์สงครามจากแนวหน้า ฮ่องเต้ต้าเหลียงมักจะตกใจ แต่บัดนี้เริ่มชินชาเสียแล้ว
เขาหันมองจางซิวเย่พลางเอ่ยอย่างอดรนทนไม่ได้ “ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แคว้นต้าเหลียงของเจิ้นอยู่ติดกับเป่ยตี๋ ทำสงครามกันมานับร้อยปี ส่วนใหญ่มักพ่ายแพ้มากกว่าชนะ แต่บัดนี้มีฉินเฟิงคุมกำลังอยู่ที่ชายแดนเหนือ ไม่เพียงรักษาความปลอดภัยชายแดนแคว้นต้าเหลียงของเจิ้นได้ ยังรุกโจมตีจนเป่ยตี๋จนมุม แม้แต่เจิ้นเองก็ยังรู้สึกราวกับกำลังฝัน”
จางซิวเย่นับเป็นขุนนางเก่าแก่ในพระราชวัง แม้จะไม่ได้รับใช้ฮ่องเต้ต้าเหลียงมาตั้งแต่แรก แต่ก็เชื่อว่าตนเข้าใจฮ่องเต้ต้าเหลียงดี
ในอดีตแคว้นต้าเหลียงเผชิญปัญหาทั้งภายในและภายนอก ฮ่องเต้ต้าเหลียงเพื่อรักษาอำนาจจึงต้องระมัดระวังทุกการกระทำ มักจะเก็บงำความรู้สึก ไม่เคยแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา
เพราะเพียงก้าวพลาดเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่หายนะ ฮ่องเต้ต้าเหลียงจึงใช้ท่าทีเย็นชา กระทั่งโหดร้าย ปกป้องตนเอง
ตอนนี้ ด้วยการสนับสนุนของฉินเฟิง ฮ่องเต้ต้าเหลียงไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหารบ้านเมืองหรือชีวิตประจำวันล้วนคล่องแคล่ว มองทุกอย่างง่ายดาย
จางซิวเย่รู้ดี อำนาจการปกครองของฮ่องเต้ต้าเหลียงในปัจจุบันมั่นคงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา เพียงแค่มีการสนับสนุนจากฉินเฟิงก็ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของฮ่องเต้ต้าเหลียง
ด้วยเหตุนี้เอง ฮ่องเต้ต้าเหลียงจึงกลายเป็นผู้ที่อ่อนโยนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยเป็นกษัตริย์ผู้เด็ดขาดก็แทบจะเป็นคนละคนเลยทีเดียว
จางซิวเย่รีบเออออ “ฮ่า ๆๆ ฝ่าบาท กระหม่อมก็รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
“สงครามฤดูหนาวของท่านโหวฉินเรียกได้ว่าเล่นงานเป่ยตี๋ได้ตรงจุด บีบเป่ยตี๋เข้าสู่ทางตัน ได้ยินว่าแม้แต่กองพลพญาอินทรีก็เข้าร่วมรบด้วย น่าเสียดาย เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพของท่านโหวฉินก็ยังคงพ่ายแพ้ถอยร่นไปเรื่อย ๆ ไม่อาจต่อกรได้เลย”
“ทหารม้าของแคว้นต้าเหลียงเราสมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นกองทัพสวรรค์แล้ว!”
ฮ่องเต้ต้าเหลียงรู้ดี การที่กองทัพภายใต้การนำของฉินเฟิงเก่งกาจ ไม่ได้หมายความว่ากองทัพอื่น ๆ ของแคว้นต้าเหลียงจะเก่งกาจเช่นกัน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นไกล แค่เงินที่ฉินเฟิงใช้ในการสร้างกองทัพรบไกลเป่ยซีก็สามารถเลี้ยงดูทหารได้มากกว่าหนึ่งแสนคนแล้ว ยิ่งฉินเฟิงเพิ่มม้าศึกจำนวนมากเข้าไปในกองทัพ หากคำนวณคร่าว ๆ ทหารทุกสามถึงสี่คนจะมีม้าหนึ่งตัว
“แต่หากรุกจากเหนือลงใต้ ยิ่งรบก็ยิ่งอุ่น เสบียงอุดมสมบูรณ์”
“ต่อให้ตระกูลใหญ่ทางใต้จะเข้าใจดีว่าเวลาไม่คอยท่าก็ทำได้เพียงมองอยู่เฉย ๆ รอจนถึงต้นปีหน้าเมื่อพวกเขาเตรียมพร้อม ฉินเฟิงก็คงกลับมาแคว้นต้าเหลียงแล้ว หาไม่เจ้าคิดว่าเหตุใด ฉินเฟิงจึงต้องเลือกยกทัพโจมตีเป่ยตี๋ในฤดูหนาวด้วยเล่า?”
เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ของฮ่องเต้ต้าเหลียง จางซิวเย่ก็โล่งอก
เมื่อมองฮ่องเต้ต้าเหลียงที่สง่างามองอาจ จางซิวเย่รีบกล่าวแสดงความยินดี “ด้วยการช่วยเหลือของท่านโหวฉินฝ่าบาทจะต้องครองบัลลังก์ไปอีกนานแสนนานพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ต้าเหลียงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทันใดเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงถามขึ้นมาลอย ๆ “ช่วงนี้ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้าง ยังว่าง่ายอยู่หรือไม่?”
เมื่อพูดถึงเรื่องของวังหลังจางซิวเย่ไม่กล้าที่พูดแบบขอไปที เขารีบตอบตามความจริง “นับแต่องค์หญิงใหญ่เสด็จออกจากพระราชวัง ฉีหยางจวิ้นจู่ก็ไปขลุกอยู่กับคุณหนูเซี่ยตลอด ฮองเฮาทรงแทบไม่ปรากฏพระองค์ ถือศีลภาวนาอยู่เช่นเคย”
“ฮองเฮาทรงเป็นแบบอย่างของสตรีทั่วหล้า ย่อมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องถูกผิดเหล่านี้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฮ่องเต้ต้าเหลียงอดที่จะแค่นเสียงเยาะไม่ได้ ฮองเฮาเป็นคนเช่นไร ฮ่องเต้ต้าเหลียงจะไม่รู้เชียวหรือ?
น่าเสียดายที่แม้แต่ฮ่องเต้ต้าเหลียงก็ไม่อาจจัดการกับฮองเฮาได้ง่าย ๆ ได้แต่หวังว่านางจะรู้สำนึก รักษาหน้าที่ตน เป็นฮองเฮารักษาความสงบสุข
หาไม่ แม้จะเป็นสามีภรรยากันก็อาจต้องแยกทางด้วยความเป็นความตาย
“ถ่ายทอดบัญชาเจิ้นลงไป ให้บูรณะพระราชวังสำหรับองค์หญิงหมิ่งเยว่ให้สมกับฐานะและให้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“เจิ้นต้องการให้ผู้คนในวังหลังรู้ว่า บุตรีของเจิ้นผู้นี้เป็นดั่งไข่มุกในมือเจิ้น ห้ามผู้ใดกล้าแสดงความไม่เคารพต่อนาง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ