เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1018

บทที่ 1018 หมีเสือแห่งเป่ยซี

หลังจากกองทัพใหญ่ของหลี่จางและสวีโม่ผ่านเมืองเออ้โจวเข้าสู่เขตปกครองหลวง พวกเขาไม่ได้เคลื่อนทัพมารวมกับฉินเฟิงโดยตรง แต่แยกทัพออกเป็นสองสาย

หลี่จางนำกองทัพหลักบุกตรงไปยังเมืองหลวง ส่วนสวีโม่นำกองทัพรบไกลเป่ยซีมายังฉางสุ่ยเพื่อสนับสนุนฉินเฟิง

ช่วงเที่ยงวัน ฉินเฟิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองออกไปด้วยความหวัง ข้างกายนอกจากหนิงหู่และแม่ทัพ แม้แต่เหล่าขุนนางที่มอบตัวก็ตามติดอยู่ข้าง ๆ

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม เสียงฝีเท้าหนักอึ้งค่อย ๆ ดังมาจากที่ไกล ๆ

มองไปยังขอบฟ้า กองทัพทหารมืดฟ้ามัวดินปรากฏ

กองทัพทหารสุดลูกหูลูกตา เมื่อระยะทางใกล้เข้ามาทุกคนก็มองเห็นรูปร่างของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

ผู้นำคือสวีโม่อย่างไม่ต้องสงสัย

เขาขี่ม้าตัวสูงใหญ่ สวมใส่เกราะสีดำสนิท เสื้อคลุมสีดำที่พลิ้วไหวตามสายลม ด้านหลังเขาคือกองทัพเดินทางที่ยิ่งใหญ่

เหล่าทหารในกองทัพเดินทางแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย

ทหารที่อยู่แนวหน้าทั้งหมดล้วนเป็นนักรบหนัก ทหารราบสวมเกราะสีดำทั้งตัว ติดอาวุธครบชุด สวมหมวกเหล็กปกปิดศีรษะมิดชิด เหลือเพียงดวงตาเพื่อสำรวจสถานการณ์ภายนอก มือถือแหลน เอวคาดเข็มขัดเหน็บของนานาชนิด ด้านซ้ายเป็นมีดสั้น ด้านขวาเป็นค้อนด้ามสั้น ถุงเสบียง แตร กระเป๋าใส่ของเบ็ดเตล็ด หลังสะพายแล่งธนู แบกธนูและคันธนู

ชุดเกราะเช่นนี้อย่างน้อยต้องใช้เงินอย่างน้อยหลายสิบตำลึง

และทหารราบหนักนี้มีมากถึงพันคน!

ด้านหลังทหารราบหนัก คือกองทัพผสม ประกอบด้วยพลาธิการ และพลธนูเดินเท้า

กองพลาธิการทุกห้าคนควบคุมเหวียนม้าหนึ่งคัน เกวียนม้าบรรทุกเสบียงเต็มคันทั้งที่นำมาจากอำเภอเป่ยซีและของที่ริบมาระหว่างทาง

พลธนูกว่าหนึ่งพันคนแม้จะเรียกว่าพลธนู แต่ความจริงไม่ต่างจากทหารราบ นอกจากติดอาวุธด้วยเกราะเบาและธนูแล้ว ยังมีอาวุธด้านยาวติดตัว แล่งธนูของพวกเขาใหญ่กว่าทหารราบ สามารถบรรจุลูกธนูได้มากกว่า

ปิดท้ายกองทัพคือ กองทหารราบที่มีมากที่สุด ทำหน้าที่คุ้มกันม้าที่มีจำนวนเกือบเท่าทหารราบ

สองปีกของกองทัพคือกองทหารม้า

แม้กองทหารม้าก็ยังแบ่งเป็นกองทหารม้าเบาและกองทหารม้าหนัก กองทหารม้าเบาอยู่ข้างหน้า กองทหารม้าหนักอยู่ข้างหลัง นอกจากความแตกต่างของเกราะก็เกือบจะเหมือนกันทุกประการ

กองทัพรบไกลครอบคลุมกองทหารแทบทุกประเภท และทุกหน่วยล้วนมีการจัดระเบียบอย่างดี อาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย

มองกองทัพรบไกลเป่ยซี เหล่าขุนนางที่เข้าร่วมต้อนรับกับฉินเฟิงต่างถอนหายใจ

“นี่… นี่คือกองทัพรบไกลเป่ยซีที่ได้ยินมาหรือ?”

“กองทหารชั้นยอด? ชัดเจนว่าเป็นกองทหารชั้นยอด!”

“เป่ยตี๋สู้รบกับกองทัพเช่นนี้มาตลอด? ไม่แปลกเลยที่จัวโจวและเอ้อโจวจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว…”

“ใต้หล้านี้คงมีเพียงกองพลพญาอินทรีที่สามารถต่อกรได้ แต่ก็เป็นเพียงสนามรบเท่านั้น”

“ไม่… ไม่ผิด แม้กองพลพญาอินทรีจะเป็นกองทัพไร้คู่แข่งในสนามรบ แต่กองทัพรบไกลเป่ยซีสามารถรับมือกับการสู้รบทุกรูปแบบได้ ดูเถิด ภายในหมู่ทหารยังมีกองหนุนจำนวนมาก ข้าคิดว่าพวกเขาโจมตียึดป้อมปราการได้ด้วยซ้ำ”

“กองทัพเช่นนี้เหตุใดจึงเคลื่อนทัพได้รวดเร็วนัก”

“ยังต้องคิดอีกหรือ ดูนั่นสิ ด้านหลังกองทัพมีม้าจำนวนมาก จำนวนม้าแทบเทียบเท่ากับจำนวนทหารทีเดียว ปกติใช้บรรทุกสัมภาระ แต่เมื่อต้องเคลื่อนทัพเร่งด่วน ม้าเหล่านี้ก็กลายเป็นม้าศึก แม้แต่ทหารราบก็ขี่ม้าพุ่งไปข้างหน้า”

“ทหารราบขี่ม้า? นั่นจะไม่กลายเป็นกองทหารม้าไปหรอกหรือ?”

เสียงตะโกนลั่น…

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังฉินเฟิง

สวีโม่ก็มองตามไปด้วย เขาเห็นฉินเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทันใดก็ตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำ ตะโกนเสียงดัง “ท่านโหวในที่สุดเราก็ได้พบกัน!”

เสียงสวีโม่ทำให้ฉินเฟิงคิดถึง นับตั้งแต่จากกันที่อำเภอเป่ยซีก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว

ตอนนี้เหล่าพี่น้องได้พบหน้าอีกครา ในใจย่อมยินดีนัก

ฉินเฟิงไม่ได้ตอบรับ หันหลังวิ่งลงจากกำแพงเมือง มายังหน้าสวีโม่และกอดเขาแน่น

“พี่สวี! ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว!”

แม้สถานที่นี้จะมีสายตาหลายคู่จับจ้อง ฉินเฟิงก็ยังคงเต็มใจเรียกสวีโม่ว่าพี่สวี ทำให้สวีโม่ปลื้มใจจนน้ำตาแทบไหล

บุรุษมีน้ำตาแต่ไม่ยอมหลั่งน้ำตา!

สวีโม่จงใจหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนตื้นตัน “ท่านโหว ท่านประจำอยู่ฉางสุ่ยต้องทนทุกข์ยาก ตอนนี้กองทัพใหญ่เข้าเขตเป่ยตี๋แล้ว แผนการยิ่งใหญ่ของท่านก็ใกล้สำเร็จแล้ว”

ฉินเฟิงคลายมือ แล้วตบไหล่สวีโม่แรง ๆ พร้อมพยักหน้าหนัก “คราวนี้แผนการใหญ่จะขาดน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องเป่ยซีเราไม่ได้”

“เมื่อสถานการณ์เริ่มนิ่ง พวกเราจะกลับไปอำเภอเป่ยซี เจ้ากับข้าต้องดื่มกันให้เมาไปข้างแล้ว”

สวีโม่ดวงตาเปล่งประกาย แต่แฝงไปด้วยความสงสัย “ท่านโหว ท่านไม่ดื่มสุราไม่ใช่หรือ?”

ฉินเฟิงโบกมือด้วยความองอาจ “ปกติไม่ดื่มเพราะกลัวเสียงาน แต่เวลาที่ควรดื่ม ท่านโหวอย่างข้าย่อมไม่ลังเล!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ