บทที่ 1030 หน่วยนกฮูกราตรีผู้เหลือรอด
หลิ่วหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทันใดก็สั่งให้องครักษ์เสื้อแพรนำตนไปตรวจสอบ เมื่อมาถึงคุก แม้แต่หลิ่วหมิงผู้โหดเหี้ยมก็ยังต้องปิดปากและจมูก
กลิ่นเหม็นในคุกแรงกว่าภายนอกหลายเท่า จนทำให้ปวดศีรษะ
สายตาเห็นแต่ซากศพและมูล หลิ่วหมิงตระหนักได้ว่า นักรบผู้มีฝีมือเหล่านี้ของหน่วยนกฮูกราตรีถูกขังในคุก หิวโหยมานาน จนกระทั่งหมดเรี่ยวแรง จึงไร้พลังต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ
ไม่ยากที่จะคาดเดา ผู้สังหารคือทหารรักษาพระองค์ที่ถูกส่งมาโดยฮ่องเต้เป่ยตี๋แน่นอน
แต่ตามข้อมูลที่หลิ่วหมิงวิเคราะห์ หน่วยนกฮูกราตรีแบ่งออกเป็นฝ่ายฮ่องเต้และฝ่ายกบฏ บรรดาฝ่ายกบฏต่างหนีไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ในเมืองหลวงล้วนเป็นฝ่ายฮ่องเต้ ตามหลักเหตุผล ฮ่องเต้เป่ยตี๋ไม่มีเหตุผลที่จะกำจัดพวกเขา
เว้นแต่ผู้ก่อเหตุจะเป็นคนอื่น
เกือบจะทันทีที่หลิ่วหมิงคิดเช่นนั้น เสียงอึกทึกดังมาจากนอกห้องขัง ตามมาด้วยเสียงโลหะกระทบกัน
“ไม่ดีแล้ว!”
หลิ่วหมิงหนักใจ พาคนวิ่งออกจากห้องขัง ภาพตรงหน้าทำให้เขาขนหัวลุก
บนกำแพงรอบๆ ลาน หน่วยนกฮูกราตรีหลายสิบคนกำลังถือธนูเล็งไปองครักษ์เสื้อแพรและองครักษ์ค่ายเทียนจี
“กับดัก? หรือว่าหน่วยนกฮูกราตรีเหล่านี้ซุ่มอยู่ที่นี่เพื่อรอให้ข้าติดกับ?”
ขณะที่หลิ่วหมิงถอนหายใจกับความโชคร้าย หน่วยนกฮูกราตรีร่างเล็กคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นว่า “ผู้ใดหัวหน้า?”
ก่อนที่หลิ่วหมิงจะได้เอ่ยปาก องครักษ์เสื้อแพรข้าง ๆ ก็ตวาดเสียงต่ำ “ข้า!”
หน่วยนกฮูกราตรีมองไปยังองครักษ์เสื้อแพรที่คอยปกป้องหลิ่วหมิง แล้วหัวเราะเย็นชา “เจ้า…ไม่ใช่!”
“การพยายามหลอกสายตาหน่วยนกฮูกราตรีเป็นเรื่องเกินกำลังไป”
หลิ่วหมิงทราบดีว่าหลบเลี่ยงไม่ได้ เขาโบกมือให้ผู้ใต้บังคับบัญชาถอยออกไป แล้วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กล่าวด้วยน้ำเสียงหนัก “พวกเจ้าโชคดี ข้าคือหัวหน้าหน่วยอาวุธมืดองครักษ์เสื้อแพร และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของโหวฉินนามว่า หลิ่วหมิง!”
หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีจ้องมองหลิ่วหมิงอยู่ครู่หนึ่ง พอยืนยันว่าไม่ผิดก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ “พวกข้าโชคดีไม่น้อย!”
“ไม่คิดเลยว่าจะได้พบใต้เท้า หากเป็นก่อนหน้านี้คงได้เลื่อนยศและครอบครองความรุ่งโรจน์ไร้ที่สิ้นสุดแล้ว”
“น่าเสียดาย ตอนนนี้ไม่เหมือนอดีต การฆ่าเจ้าไม่มีประโยชน์ใดต่อพวกข้าแล้ว”
“อย่าเข้าใจผิด พวกข้าทราบดีถึงชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวขององครักษ์เสื้อแพรและองครักษ์ค่ายเทียนจี การปะทะกันครั้งนี้ ก็เพียงเพื่อการปกป้องตนเอง”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ หลิ่วหมิงโล่งอก ตระหนักได้ว่าหน่วยนกฮูกราตรีเหล่านี้มิใช่พวกที่ภักดีต่อฮ่องเต้เป่ยตี๋หากแต่เป็นพรรคกบฏที่ถูกขับไล่ครั้งก่อน
ศัตรูของศัตรูย่อมเป็นมิตร หลิ่วหมิงหัวเราะพลางถาม “พวกเจ้ามิใช่หนีออกจากเมืองหลวงไปนานแล้วหรือ เหตุใดจึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีหัวเราะลั่น “ฮ่า ๆๆ หนีหรือ? เหตุใดต้องหนี? การอยู่ที่นี่เพื่อเลื่อนขั้นมิใช่เรื่องดีหรือ?”
“พวกข้าล้วนเบื่อหน่ายชีวิตการรบราฆ่าฟัน ตอนนี้ปรารถนาเพียงรับรางวัล กลับบ้านเกิด ซื้อที่ดิน มีภรรยา ใช้ชีวิตที่เหลือด้วยความสงบ”
“เพียงแต่ไม่ทราบว่าโหวฉินจะให้โอกาสแก่พวกข้าหรือไม่”
หลิ่วหมิงทราบดี หน่วยนกฮูกราตรีที่กบฏก็ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นกัน พวกเขาต้องเผชิญกับการแก้แค้นจากเป่ยตี๋และยังต้องกังวลว่าจะถูกองครักษ์เสื้อแพรไล่ฆ่า
แม้จะหนีออกจากเมืองหลวงได้ แต่จะดีได้จริงหรือ? ชีวิตครึ่งหลังยังต้องอยู่อย่างหวาดกลัว
เมื่อเป็นเช่นนี้ การอยู่ต่อสู้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
หลิ่วหมิงไม่ตอบ แต่ถามกลับไปว่า “นักโทษในหน่วยนกฮูกราตรีเป็นพวกเจ้าที่ฆ่าหรือ?”
“ความลับอันยิ่งใหญ่นี้แลกกับชีวิตครึ่งหนึ่งและความมั่งคั่ง คิดอย่างไรก็ถือว่าเป็นการซื้อขายที่คุ้มค่า”
“เช่นนั้นข้าจะเสนออีกเงื่อนไขหนึ่ง”
“พวกข้าพี่น้องมีทั้งหมดสามสิบหกคน แต่ละคนจะได้เงินหนึ่งพันตำลึง และท่านต้องรับประกันว่าองครักษ์เสื้อแพรจะไม่ตามล่าฆ่าพวกข้าอีก ให้โอกาสพวกข้าได้กลับไปใช้ชีวิตเงียบสงบทำไร่นา”
หลิ่วหมิงขมวดคิ้ว กล่าวเสียงหนัก “สามหมื่นหกพันตำลึง ไม่ใช่จำนวนเงินเล็กน้อย ข้าตัดสินใจเองไม่ได้”
หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ “ราคานี้ยุติธรรมแล้ว หัวหน้าหลิ่วท่านควรรีบตกลงจะดีกว่า”
“พวกเจ้าพี่น้องเป็นคนนอกกฎหมายไปแล้ว จะใช้ชีวิตที่เหลือโดยไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง หรือไจะตายไปเสียแบบนี้!”
“เมื่อเป็นหน่วยนกฮูกราตรี ท่านควรรู้ว่าพวกข้าไม่กลัวความตาย”
หลิ่วหมิงลำบากใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ต้องยอมประนีประนอม “เอาจดหมายออกมาเสีย”
พอเห็นหน่วยนกฮูกราตรียิ้มแต่ไม่พูด หลิ่วหมิงขมวดคิ้ว “อย่างไร ไม่ไว้ใจข้าหรือ หรือไม่ไว้ใจชื่อเสียงของท่านโหวฉิน”
“เจ้ากังวลว่าข้าจะหักหลัง แล้วในอนาคตเจ้าจะไว้ใจได้อย่างไรว่าองครักษ์เสื้อแพรจะปล่อยพวกเจ้า”
หัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรีคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าหลิ่วหมิงพูดมีเหตุผล เขาโบกมือ หน่วยนกฮูกราตรีข้างกายหยิบม้วนจดหมายออกจากอกเสื้อ แล้วโยนให้กับหลิ่วหมิง
หลิ่วหมิงตรวจสอบอย่างละเอียด พอยืนยันว่าไม่มีปัญหาก็เก็บม้วนจดหมายใส่อกเสื้อ
เขาเงยหน้ามองหัวหน้าหน่วยนกฮูกราตรี สีหน้าพลันเย็นเยียบ “เจ้าไม่ไว้ใจข้าก็ถูกแล้ว ข้าเป็นคนที่ไม่เคยรักษาสัจจะ!”
“ฆ่าให้หมด!”
สิ้นเสียง องครักษ์ค่ายเทียนจีก็โจมตี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ